รวีวรรณ แจงปมเบิกงบฯ คทช. ย้ำเร่งแก้ซ้อนทับพื้นที่หวังผลประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕

รวีวรรณ ภูริเดช ชี้แจงข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณ โครงสร้างองค์กรของ คทช. ความคืบหน้าการดำเนินงาน One Map และการประชุมอนุกรรมการต่าง ๆ โดยเน้นย้ำความซับซ้อนและจำเป็นต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหาพื้นที่ซ้อนทับเพื่อประโยชน์ของประชาชน รวมถึงชี้แจงกรณีการขยายเขตอนุรักษ์อุทยานที่อาจส่งผลกระทบ ยืนยันว่ามีขั้นตอนที่ยุ่งยากแต่จะนำข้อสังเกตไปประสานกับกรมอุทยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานค่ะ ในส่วนของท่านนายแพทย์จาตุรงค์ ดิฉันขอกราบประทานโทษด้วยที่ไม่ได้ตอบคำถามของท่านนะคะ ซึ่งเป็นคำถามที่ดีมาก เพราะว่าในเล่มรายงานจะสับสนทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าทำไมเบิกจ่ายปี ๒๕๖๔ ได้แค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าเราทำเล่มรายงานนี้เดือนมกราคม ปี ๒๕๖๔ ตอนทำเล่ม และถึงขั้นตอนที่ผ่าน ครม. แล้วผ่านขึ้นมาถึงปัจจุบันนี้ก็ปี ๒๕๖๔ เคลื่อนไปได้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ตามเล่ม แต่ว่าจริง ๆ แล้วผลการเบิกจ่ายของปี ๒๕๖๔ ก็คือ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ก็ขออนุญาต กราบเรียนเป็นข้อมูลอัปเดต (Update) ของตรงนี้ ในส่วนของงบตรงนี้ไม่ได้พลู (Pool) อยู่ที่ สคทช. แต่เป็นงบที่เราแทร็ก (Track) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ คทช. ในการบริหารจัดการที่ดิน อันนี้ก็จะเป็นตัวเลขงบประมาณที่เราได้มาจากระบบ จีเอฟ (GF) ของหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยที่มารายงาน เราไม่ได้เป็นแผนบูรณาการงบประมาณ ดังนั้นจึงต้องใช้ระบบแทร็กกิง (Tracking) จากหน่วยงานนี้เป็นผู้รายงานเข้ามา ในส่วนของ ภารกิจที่จะต้องดำเนินการตามแนวนโยบาย คทช. ซึ่งมีงบประมาณจำนวนน้อยมากนะคะ แล้วหากดูในเล่มนี้ ณ เวลาปีที่ผ่านมา สคทช. เป็นหน่วยงานใหม่ เราเป็นหน่วยงานที่ตั้ง งบประมาณในกรอบปีปัจจุบัน ๒๕๖๕ ไม่ทันกับปีงบประมาณ เพราะว่าสำนักงานตาม พ.ร.บ. จัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม เพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ดังนั้น ตามปีงบประมาณจึงไม่มี มีได้น้อยเพราะว่าตัดโอนมาจาก ๒ หน่วยงาน ขออนุญาต กราบเรียนท่านที่ ๒ ที่ได้อภิปรายว่าเราตัดมาจากกรมที่ดิน ไม่ใช่นะคะ ตัดมาจากสำนักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑ กอง ตัดมาจากสำนักงานปลัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติอีก ๑ กอง คือกองบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งเราได้รีเชพ (Reshape) ใหม่ครับ เป็นคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิทั้ง ๗๖ จังหวัด ซึ่งการประชุมที่ท่านได้ถามว่า การประชุมมากน้อยแค่ไหน การประชุม คทช. จังหวัดมีการประชุมมากนะคะ เพราะว่าต้อง กลั่นกรองเรื่องทั้งหมดเข้ามาในการสแกน (Scan) พื้นที่ทั้งหมดที่จะเข้าสู่ตะกร้าของอนุ ๑ ของพื้นที่ คทช. ทาง คทช. จังหวัดต้องมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง ชุดที่ตั้งขึ้นใหม่คือ คพร. จังหวัดมีการประชุมไปแล้วอย่างที่ดิฉันกราบเรียนมากกว่า ๔๐ จังหวัด มิได้ว่า ๓ ๔ เดือน หรือ ๖ เดือนประชุม ๑ ครั้ง ไม่ใช่นะคะ อนุกรรมการทั้งหมดมีการประชุมค่อนข้างมาก แม้กระทั่งอนุกฎหมายของท่านวิษณุซึ่งได้ผ่านการประชุมในเรื่องของระนองซึ่งเป็นโมเดล (Model) แรกว่าสามารถที่จะสไลด์ (Slide) ไปในกรอบของพื้นที่ราชพัสดุได้หรือไม่ก็ใช้เวลา การประชุมของอนุกฎหมายนี้ถึง ๓ วาระ เพราะว่าต้องผ่านความเห็นกฤษฎีกา ต้องปลดออก จากป่าชายเลนไหม เป็นป่าชายเลนตามกฎหมายหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่สภาพไม่มี เหล่านี้เป็นต้น ดิฉันกราบเรียนว่าที่แรก แห่งแรก โมเดล (Model) แรกก็ใช้เวลา แต่ยืนยันว่าทุกชุดทำงานอย่างเข้มแข็งแล้วก็ทำงานต่อเนื่องกันไป ดิฉันน้อมรับประเด็น ทับลานของท่านเอาไว้ที่จะได้ประสานกับทางกรมอุทยานต่อไปด้วย ในส่วนของทับลานอยู่ใน พื้นที่จังหวัดวันแมป (One Map) กลุ่มที่ ๓ ซึ่งปัจจุบันนี้เราอยู่ระหว่างการดำเนินงานโดย อนุของกรรมการวันแมป (One Map) เป็นพื้นที่ของจังหวัดในกลุ่มที่ ๓ ซึ่งทั่วประเทศนี้ เราแบ่งการทำงานของวันแมป (One Map) เป็น ๗ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๑ จังหวัด กลุ่มแรกของ วันแมป (One Map) คือกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้วตามมติ ครม. คือให้เวลา ๓๖๐ วัน ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเส้น วันแมป (One Map) ไปปรับเข้าสู่ให้เป็นเส้นตามกฎหมายคือตามแผนที่แนบท้ายประกาศ ที่เกี่ยวข้องเพราะว่าวันแมป (One Map) ผ่านคณะรัฐมนตรีก็จริงครับ แต่ถือว่าเป็นคำสั่ง ในลำดับรองก็ยังสู้คำสั่งในเรื่องของ พ.ร.บ. หรือประกาศแนบท้ายของหน่วยงานนั้น ๆ ไม่ได้ ถือเป็นเส้นที่ได้รับรองเชิงนโยบายเหมือนเรื่องที่ผ่านหลักการของ ครม. แล้วก็ต้องเอาไป ดำเนินการตามกระบวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งกลุ่ม ๑ เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ผ่าน ครม. เรียบร้อยแล้ว กลุ่ม ๒ ก็เข้ามาสู่การพิจารณาของ ครม. กลุ่ม ๓ ยังอยู่ในมือของ อนุกรรมการวันแมป (One Map) ซึ่งพื้นที่โคราชนี้ก็อยู่ในกลุ่ม ๓ ซึ่งดิฉันกราบเรียนตรง ๆ ว่าวันแมป (One Map) เป็นงานยากมาก เป็นงานที่มีความละเอียดอ่อนแล้วก็ยากมาก ดิฉันก็ขอกราบท่านผู้แทนด้วยทุกท่านว่าอยากจะให้ช่วยสนับสนุนโดยเฉพาะที่ท่านกนก ได้พูดถึงนะครับว่าเรามีปัญหาพื้นที่ซ้อนทับมากจริง ๆ หากพื้นที่ของรัฐไม่แก้ไขผู้ที่ได้รับ ความเดือดร้อนก็คือประชาชน ดังนั้นต้องเร่งการดำเนินงานเรื่องของวันแมป (One Map)

ในส่วนของการขยายที่ท่านได้ฝากนะคะ เรื่องของการขยายขอบเขตอุทยาน ที่จะไปทับที่ของพี่น้องประชาชน ดิฉันขอน้อมรับไว้แต่ดิฉันกราบเรียนว่าในปัจจุบันนี้ ทำได้ยากเพราะว่าต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนในการที่จะประกาศเขตอุทยานขยาย ออกมาที่จะเข้าไปครอบ แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็จะประสานเน้นย้ำกับทางกรมอุทยานนี้ รับข้อสังเกตที่ท่านได้ฝากผ่านมายังสำนักงาน คทช. ไว้ด้วยค่ะ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานค่ะ