รวีวรรณ ภูริเดช ชี้แจงภาพรวมการดำเนินงานของ สคทช. พร้อมรับข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่ดินทำกินที่เรื้อรัง โดยเฉพาะกรณีความซ้อนทับของเขตที่ดินรัฐ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขภายใต้กรอบกฎหมายของ คทช. ที่เน้นการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน การพัฒนาอาชีพเกษตรกรผ่านสหกรณ์ และการปรับโครงสร้างคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการผลักดันโครงการวันแมปเพื่อคลี่คลายปัญหาที่ดินซ้อนทับอย่างเป็นระบบ โดยย้ำว่าที่ดินยังคงเป็นของรัฐและไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ แต่จะสนับสนุนให้เกษตรกรได้รับหนังสืออนุญาตที่สามารถตกทอดถึงทายาทได้เพื่อความมั่นคงในชีวิตและการเข้าถึงแหล่งทุนอย่างต่อเนื่อง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ และท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ หรือ สคทช. นะคะ ขออนุญาตที่จะชี้แจงเนื่องจากว่าก็เป็นไปตามที่เราได้คาดไว้ว่า ในเรื่องปัญหาที่ดินทำกินนี้เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็คาด ได้ว่าจะมีท่าน ส.ส. นี้ได้อภิปรายให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ข้อห่วงกังวลของพี่น้องประชาชนนี้ จำนวนมาก ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนเพื่อแบ่งคำตอบ เพื่อใช้เวลาจำกัดเป็น ๒ ส่วนนะคะ
๑. ในส่วนของภาพรวมการทำงานของ สคทช. และประเด็นปัญหาปลีกย่อย ที่ท่านผู้แทนได้เสนอเป็นประเด็นปัญหาในพื้นที่ เป็นปัญหาของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นปัญหากับ ส.ป.ก. กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ กรมธนารักษ์ และอื่น ๆ ดิฉันขอน้อมรับไว้ในนามของ สคทช. เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ
๒. ในส่วนของปัญหาที่ดินทำกินเป็นเรื่องสำคัญที่มีมานานหลายปี มากกว่า ๕๐ ปี ในเรื่องของปัญหาการแก้ไขในเรื่องที่ดินทำกินแล้วก็ปัญหาเรื่องของบริหารจัดการ ที่ดินของประเทศ สรุปปัญหาได้ประมาณ ๓ เรื่องหลัก ๆ ก็คือปัญหาเรื่องของคนรุกป่า อันที่ ๒ คือป่ารุกคน เนื่องจากมีการพิสูจน์สิทธิแล้วประชาชนอยู่ก่อนการประกาศเป็นเขต ที่ดินของรัฐจริง ดิฉันก็เลยใช้คำนิยามสั้น ๆ ตรงนี้เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือป่ารุกคน อันที่ ๓ ก็คือแนวเขตที่ดินของประเทศของหน่วยงานของรัฐทั้ง ๙ หน่วยงานนี้ซ้อนทับกันทำให้ ประเทศไทยเมื่อรวมตัวเลขแล้วใหญ่กว่าความเป็นจริงตามที่ท่านสมาชิกท่านกนกได้อภิปรายไว้ ในส่วนของนโยบาย คทช. นี้คืออะไร เราก็เป็นองค์กรกลาง เป็นหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ ในการประสานบูรณาการหน่วยงานของรัฐทั้ง ๙ หน่วยงานที่เป็นเจ้าของที่ดินนี้ให้เกิด นโยบายที่เป็นเอกภาพ นโยบายปัจจุบันที่พยายามเร่งแก้ปัญหาที่ผ่านมาในอดีตตั้งแต่ ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ตามรายงานก็คือเร่งเรื่องที่สำคัญก่อน แต่มิใช่งานเดียวที่ คทช. ดำเนินการ ก็จะเห็นว่ารายงานนี้จึงมีผลการดำเนินงานในส่วนหลักคือการแก้ไขจัดที่ดินทำกินให้กับ ราษฎรเป็นหลัก งานที่ ๑ คือจัดที่ดินทำกิน แนวนโยบายก็คือให้คนสามารถอยู่กับป่าได้อย่าง ยั่งยืน แนวนโยบาย คทช. ปัจจุบันนี้มีพื้นที่ในตะกร้า คทช. ที่เข้ามาผ่านอนุ ๑ ทั้งหมด ประมาณ ๑,๔๔๒ พื้นที่แล้วนะคะ แล้วก็ครอบคลุมพื้นที่ ๕.๕ ล้านไร่ แปลว่าอะไรคะ ถึงแม้ เขายังไม่ได้ออกเอกสารหนังสืออนุญาตโดยจัดคนลงตามอนุ ๒ แล้วก็ ๓ อย่างไรก็ตามเมื่อมา อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย คทช. แล้ว พี่น้องเกษตรกรก็จะไม่ได้ถูกดำเนินการจับกุมเพราะว่าอยู่ใน ขั้นตอนที่อนุ ๑ เห็นชอบแล้ว พื้นที่ ๕.๕ ล้านไร่ตามที่ดินของรัฐ ๙ ประเภท มีความหมาย มากนะคะ เนื่องจากว่าเขาสามารถนอนหลับ ไม่ต้องวิ่งหนีหน่วยงานราชการที่จะมาจับกุม เมื่อได้รับหนังสืออนุญาต คทช. แล้วก็สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการจัดที่ดินทำกิน แล้วก็ได้ หนังสือที่เรียกว่าสมุดพก คทช. เราคงไม่ได้ให้เป็นเอกสารสิทธิเพราะว่าอยู่ในกลุ่มนี้ก็คือกลุ่ม บุคคลที่อยู่ในการที่ดินของรัฐให้เป็นหนังสืออนุญาตแต่สร้างความมั่นคงในที่ดิน คือสามารถ ตกทอดถึงลูกหลานได้แต่ขายเปลี่ยนมือไม่ได้ ดิฉันขอกราบขอบพระคุณท่านชวน ชูจันทร์ ที่ช่วยให้ในแง่มุมของเกษตรกรว่าเกษตรกรต้องการที่ดินเป็นความมั่นคง มิได้ต้องการเอาไป ขายเปลี่ยนมือ เพราะฉะนั้นหนังสืออนุญาตของรัฐที่รัฐจัดให้นี้ เช่นอนุญาต ๓๐ ปี สามารถ ตกทอดถึงลูกหลานและขยายไปได้นี่คือเกิดความมั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัย ทำให้สามารถ เข้าถึงแหล่งทุนได้เช่นในส่วนของการยางถ้าเป็นพื้นที่ปลูกยางหรือค่าชดเชยอะไรต่าง ๆ ก็สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ หรือมาตรฐานที่เขาจะส่งออก เกษตรกรตอนนี้ต้องคำนึงถึง มาตรการสิ่งแวดล้อมในการค้าทั่วโลกด้วยเพราะว่าถ้าอยู่ในพื้นที่ที่ผิดกฎหมายจะไม่สามารถ ที่จะขายของได้ อันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว โลกให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก การที่ประชาชนอยู่ในป่าแล้วยังจับและไม่ถูกต้องตามกฎหมายทำให้ขายสินค้าได้ยาก การที่ เกษตรกรอยู่ในพื้นที่ คทช. ได้รับการรับรองนั้น แล้วเราพยายามผลักดันค่ะ ซึ่งจะเข้าสู่ การประชุม คทช. ที่ท่านนายกเป็นประธานครั้งถัดไปคือ พื้นที่ คทช. สามารถที่จะไปขอ มาตรฐานการเกษตรที่ดีหรือว่าจีเอพี (GAP) ได้ ขอมาตรฐานรับรองออร์แกนิก (Organic) ได้ นอกจากการเข้าถึงแหล่งทุนแล้วอย่างการยางที่ดิฉันยกตัวอย่าง ยังสามารถเข้าถึงเรื่องของ เงินทุนต่าง ๆ เงินงบประมาณของภาครัฐได้ หากอยู่อย่างผิดกฎหมายยังไม่ได้รับอนุญาต ก็ไม่มีหน่วยงานของรัฐหน่วยงานใดที่จะเข้าไปส่งเสริมพัฒนาอาชีพหรือลงงบประมาณของรัฐ ได้ในพื้นที่ที่ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากสำนักงานงบประมาณก็ไม่ปล่อยงบประมาณ ตัวนี้
ดังนั้นข้อ ๑ การอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายและการเข้ามาในตะกร้าของ คทช. ทั้งหมด ๕.๕ ล้านไร่แล้วจึงมีความสำคัญมาก ประชาชนที่อยู่ในกล่องนี้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คนที่เราดูแลอยู่ในพื้นที่ คทช. แต่ว่าการเคลื่อนตัวไป เช่นออกสมุดพก การส่งเสริมพัฒนาอาชีพเราต้องส่งไม้ต่อหรือบูรณาการกับหน่วยอื่น ๆ โดยเฉพาะกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ที่เราให้ความสำคัญในการจัดตั้งสหกรณ์ ยกตัวอย่างสหกรณ์ที่แม่ทา ซึ่งเป็นพื้นที่ คทช. เข้ามาปี ๒๕๕๘ ปัจจุบันสหกรณ์แม่ทามีรายได้ปีละ ๙.๕ ล้านบาท ส่งสินค้าให้กับ ขออนุญาตต้องเอ่ยนามนะคะ ในเรื่องของซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) ที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ได้นะคะ ยกตัวอย่างความสำเร็จของการดำเนินงานในครั้งนี้นะคะ
งานที่ ๒ ที่เร่งถัดมาคือการพิสูจน์สิทธิค่ะ อันนี้ยังไม่ได้อยู่เล่มรายงานฉบับนี้ เนื่องจากเราเพิ่งปรับระบบจากคณะกรรมการบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งดิฉันก็ได้รับฟังจาก ท่านสมาชิกเมื่อการก่อตั้งว่าคำว่าบุกรุกอาจไม่เป็นธรรม เราจึงเปลี่ยนชื่อรื้อกรรมการทั้งหมด เป็นคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐหรือ คพร. ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ประธาน อันนี้จึงต้องเปิดอนุกรรมการอีกชุดหนึ่งภายใต้ คทช. ซึ่งมีท่านผู้อภิปรายว่า อนุกรรมการเยอะเกินไปไหม ทำไมถึงเพิ่มขึ้น ซึ่งแต่เดิมมี ๔ ชุดค่ะ (๑) จัดที่ดิน (๒) จัดคนลง (๓) ส่งเสริมพัฒนาอาชีพ (๔) คทช. จังหวัด ซึ่งทำเรื่องจัดที่ดินทำกินทั้งนั้น แต่เราต้องเปิดอนุ เพิ่มเติมเพราะว่า พ.ร.บ. คทช. จัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม ปี ๒๕๖๔ เราเพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ มีหน้างานที่มากขึ้น โดยเฉพาะงานเรื่องของการพิสูจน์สิทธิ ซึ่งได้ตัดมาจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราเพิ่งรับงานนี้มาเราก็ จัดระบบใหม่ไม่ใช่กรรมการบุกรุกที่ดินของรัฐ เป็นกรรมการพิสูจน์สิทธิ ซึ่งต้องเปิดอนุอีก ๑ อนุ คู่กับอนุกรรมการอ่านแปลภาพถ่ายจึงมีอนุกรรมการเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เกิดการเช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and Balance) จังหวัดรับเรื่องมาสกรีน (Screen) เรื่อง หากเห็นว่า ไม่ชัดเจนต้องใช้กระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ในการอ่านแปลภาพถ่ายพิสูจน์สิทธิให้ส่งมา อนุกรรมการอ่านแปลภาพถ่ายซึ่งเป็นกรรมการกลาง มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ดิฉันเปิด อนุกรรมการ มีคณะทำงาน ๓ ชุด เพื่อพยายามสะสางปัญหาที่ประชาชนเข้ามาแล้วกองอยู่ มีความล่าช้าอยู่ในอดีต ต้องขออนุญาตน้อมรับไว้ เพราะว่าในอดีตก็มีปัญหา ตอนนี้อยู่ในมือ หลายราย แต่ว่า คพร. จังหวัดมีการประชุมไปแล้วมากกว่า ๔๐ จังหวัดทั่วประเทศก็ได้ ขับเคลื่อนเรื่องนี้แล้วนะคะ
งานที่ ๓ ที่รับเข้ามาใหม่ก็คืองานวันแมป (One Map) การแก้ปัญหาที่ดิน ของประเทศซ้อนทับนะคะ ดิฉันต้องกราบขอบพระคุณท่านกนกที่ได้อภิปรายเรื่องนี้เพราะว่า เป็นเรื่องสำคัญของการเติบโตของประเทศหรือจีดีพี (GDP) จริงนะคะ ประเทศไทยเรามี ขนาดใหญ่กว่าความเป็นจริง หากรวมตัวเลขที่ดินของรัฐที่รวมกันทั้งหน่วยงาน ท่านเชื่อ หรือไม่ เรามีที่ดินทั้งหมดประมาณ ๕๗๐ ล้านไร่ ซึ่งในขอบเขตภูมิศาสตร์ของประเทศ ข้อเท็จจริงนี้ ประเทศไทยเราใหญ่แค่ ๓๒๐ ล้านไร่ ที่เหลือคือซ้อนทับ ซ้อนทับหน่วยงานของ รัฐนอกจากข้อขัดแย้งระหว่างรัฐกับรัฐ หรือรัฐกับประชาชนแล้วนะคะ ก็จะทำให้การใช้ ประโยชน์ที่ดินไม่เกิดประสิทธิภาพอย่างที่ท่านได้กล่าวก็คือเรื่องของการพัฒนาประเทศ หรือจีดีพี (GDP) ต่าง ๆ ต้องใช้ฐานการใช้บริหารแอสเสต (Asset) ของประเทศให้เกิด ประโยชน์สูงสุด คทช. ได้ตั้งอนุกรรมการวันแมป (One Map) ขึ้นมา มีท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ทำงานโดยฝ่ายเลขานุการคือสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐก็คือ ป.ป.ท. เป็นฝ่ายเลขานุการในการเคลียริง (Clearing) ทั้งหมด แต่ดิฉันต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่แก้ง่าย เนื่องจากที่ดินซ้อนทับ ของรัฐทุกหน่วยงานมีกฎหมายของตัวเอง เราต้องการขอให้หน่วยงานของรัฐถอยคนละก้าว เนื่องจากเป็นหน่วยงานของรัฐด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นนะคะ นอกจากนั้นเราก็ต้องดำเนินการ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมนะคะ ยกตัวอย่างเช่นในพื้นที่ของจังหวัดระนอง ซึ่งได้มีท่านสมาชิก ได้อภิปราย ดิฉันก็กราบขอบพระคุณด้วยว่าท่านได้เห็นผลงานของเราตรงนี้ซึ่งเป็นโมเดล (Model) ตัวอย่างพื้นที่นำร่องพื้นที่แรก พื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดระนองที่จะนำเข้าสู่คณะกรรมการ คทช. ในสัปดาห์หน้าที่จะเปลี่ยนนะคะ กันออกจากพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งปัจจุบันเป็นเมือง หมดแล้วทำอะไรก็ผิดเพราะว่าอยู่ในพื้นที่ป่า ซึ่งได้มีการกลั่นกรองผ่านอนุกฎหมายที่ท่าน วิษณุเป็นประธานเข้ามาช่วยนะคะ เติมเหตุผลความจำเป็น เนื่องจากว่าเป็นสภาพป่าชายเลน ที่ไม่สามารถ ถ้าเราดูสภาพพื้นที่จริง ดิฉันก็ลงพื้นที่นะคะ จะเห็นชัดเจนว่าไม่สามารถที่จะ ฟื้นฟูให้เป็นป่าชายเลนได้อีกนะคะ ดังนั้นจึงเห็นสมควรที่จะกันออกจากป่าสงวนและยกเว้น มติ ครม. เรื่องป่าชายเลนนะคะ เพื่อที่จะนำไปให้กับกรมธนารักษ์ได้จัดสรรการใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ ซึ่งอันนี้เป็นข้อมติที่ประชาชนในพื้นที่ต้องการที่จะไปอยู่กับกรมธนารักษ์ เพราะว่า มีสิทธิที่สามารถที่จะเปลี่ยนสิทธิได้ในเงื่อนไขของกรมธนารักษ์ในเรื่องสิทธิการเช่า ดิฉันก็ น้อมรับแล้วก็จะเร่งรัดดำเนินการในส่วนของโมเดล (Model) ต้นแบบของระนองเพราะจะต้อง นำไปใช้เป็นกรณีที่อาจจะต้องนำไปใช้แก้ไขปัญหาในพื้นที่อื่น ๆ อีกที่มีสภาพเป็นป่าสงวน แต่ว่ามีสภาพเป็นชุมชนแล้วไม่สามารถที่จะนำกลับเรียกคืนมาเป็นป่าได้ แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันขอทำความเข้าใจว่ามันยังเป็นที่ของรัฐนะคะ ดังนั้นเราไม่สามารถที่จะสไลด์ (Slide) ไป ออกเอกสารสิทธิได้เนื่องจากว่ากรรมาธิการบางชุดก็เรียกไปชี้แจงว่าไม่เห็นด้วยที่จะนำที่ ของรัฐไปออกเป็นโฉนดหรือเอกสารสิทธิ อันนี้ก็คือผิดกฎหมาย ยังมีแนวทางฝาก สคทช. ว่า ให้ดำเนินการตามกฎหมายและให้มีการจับกุมด้วยซ้ำ อันนี้ขอเรียนไว้นะคะ