สมคิด เชื้อคง หารือปัญหาความซับซ้อนในการบริหารจัดการที่ดินและเอกสารสิทธิ โดยชี้ว่าสำนักงาน คทช. มีหน้าที่หลักในการประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น จังหวัด กรมป่าไม้ และกรมธนารักษ์ เนื่องจากไม่มีอำนาจออกเอกสารสิทธิโดยตรง พร้อมยกตัวอย่างกรณีพื้นที่เขตเทศบาลน้ำยืนที่ยังติดขัดเรื่องการเพิกถอนป่าสงวนเป็นเวลา ๘ ปี เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอดทนและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จากอุบลราชธานี ก็ขอบพระคุณท่านประธาน แล้วก็ ขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการสำนักงาน คทช. และคณะ ที่มาชี้แจง แล้วก็คงจะมาตอบ รายละเอียด สำหรับผมคงไม่มีคำถามท่าน แต่ก็คงเป็นเรื่องที่เรามานั่งปรับทุกข์กันดีกว่า ผมเชื่อว่าท่านกับผมก็พอจะทราบเรื่องนี้ ที่ปรับทุกข์เพราะว่าสิ่งที่เห็นที่ผ่านมาเราอาจจะ เห็นตรงกันหรือไม่ตรงกันสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเห็นหนังสือที่ท่านรายงานก็อ่านพอคร่าว ๆ คงไม่ได้ อ่านละเอียด เพราะว่าหลายท่านรายงานก็จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยหนังสือสวย ๆ เรื่องที่ อยากจะเล่าให้ท่านประธานฟัง ผ่านไปยังผู้ชี้แจงว่าเรื่องที่ดินเป็นปัญหา พูดถึงปัญหา บ้านเรามันเกินกว่าที่สำนักงานของท่านที่เกิดใหม่ที่จะมาบำบัดทุกข์บำรุงสุขได้ มันเป็นเรื่อง ใหญ่และเป็นเรื่องวุ่นวายซับซ้อน เกิดสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ทุกคน ก็คาดหวัง แต่พอความคาดหวังมาก ๆ เข้าก็ไปโยนความทุกข์ใส่คณะกรรมการชุดนี้ แต่เท่าที่ ผ่านมาเท่าที่เห็น ท่านประธานครับ เวลาตั้งคณะอนุคนที่มีบทบาทที่ผมมองว่าสำคัญก็คือ ทางคณะกรรมการของจังหวัดครับ ประชุมทีไรเหล่านี้จะรวบรวมบรรดาที่ดินซึ่งมีปัญหา ท่านผู้อำนวยการต้องทราบนะครับ ปัญหาที่ดินวันนี้พี่น้องประชาชนที่มาเรียกร้องหรือมา ร้องทุกข์ต่าง ๆ เกิดจากการอยากได้เอกสารสิทธิ สำนักงานนโยบายที่ดินผมดูหน้าที่ก็เยอะ แต่มันไม่มีอำนาจที่จะไปออกเรื่องนี้ได้ ท่านประชุมทีหนึ่งผมดูแล้วก็น้อยมาก น้อยมากเลย ในจำนวน ๓ ๔ ปี แม้กระทั่งเรื่องเสนอ ครม. ท่านก็ยังน้อยนิด เพราะฉะนั้นก็คงไม่ได้ ไปคาดคั้นอะไรกับท่าน เพราะท่านมีหน้าที่เท่านี้ หลักใหญ่ ๆ มันอยู่ที่จังหวัดทำ หน่วยงาน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะกรมป่าไม้ กรมอุทยาน กรมที่ดิน ส.ป.ก. กรมพัฒนาที่ดิน เยอะแยะเลย ที่ดิน แปลงเดียวนี่มึนกันไปหมดล่ะครับ กว่ามันจะเข้ามาจัดเป็นระบบของออกเอกสารให้ ทีนี้ หลายท่านก็พยายามจะข้องใจว่าสำนักงาน คทช. ออกมาแล้วถ้าเป็นเอกสารที่จะไปทำกิน เขาจะได้สิทธิอะไรบ้าง เหล่านั้นคือพี่น้องอยากทราบ ท่านต้องประชาสัมพันธ์ตรงนี้ไป แม้จะออกเอกสารสิทธิเป็นโฉนด เป็น น.ส.๓ ยังไม่ได้ ถ้าสมมุติว่าจัดสรรที่ดินไปแล้วให้เขา ทำกินเขาได้สิทธิอะไรบ้าง ไม่ใช่พอบอกจัดแล้วนะ คทช. จังหวัดจัดแล้ว และมอบให้เขา ไปแล้วเขาได้อะไร อันที่ ๑ อันที่ ๒ ปัญหามากที่สุด เรามาคุยกัน ผมก็เชื่อว่าท่านทราบ อันที่ ๒ คือว่าผู้ที่อยู่มาก่อนครอบครองมาก่อนจำนวนมาก มีทุกจังหวัด ที่ท่านอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านเอ่ยถึงจังหวัดอุบลราชธานีต้องขอบพระคุณ นั่นล่ะถูกมันมีทุกจังหวัด แล้วผู้ที่ครอบครองมาก่อนเขาจะสามารถพิสูจน์สิทธิได้อย่างไร แล้วพิสูจน์ไปแล้วถ้าเขาบอก ว่าสิทธิไม่ได้เขาจะโดนคดีไหม ผมว่าเรื่องนี้มันอยู่ที่การประชาสัมพันธ์ของคณะท่าน ความมุ่งหวังของประชาชนพอคณะที่ดินมีอะไรเกิดขึ้น พี่น้องประชาชนก็บอกคณะนี้มาแล้ว จะได้ คณะโน้นมาแล้วจะได้ ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันไม่ง่ายอย่างที่เราคิด แม้กระทั่งท่านที่นั่ง อยู่ข้างบนที่ชี้แจงท่านก็ทราบดีว่ามันไม่ง่าย มันเป็นเรื่องที่บางท่านยังมาพูดกับผมหลายท่าน ว่าให้สภาผู้แทนราษฎรออกกฎหมายใหม่หมดดีไหม เอามันใหม่หมด ล้างไพ่ใหม่หมดดีไหม ผมก็บอกว่าถ้ามันทำได้มันก็ดีสิ มันติดขัดด้วยสารพัดเรื่อง ที่ดินแปลงเดียวอยู่ตั้งหลายเรื่อง แม้กระทั่งที่ราชพัสดุยังมีปัญหาได้เลย ครอบครองกันไปครอบครองกันมา กรมธนารักษ์ ก็บอกว่าพิสูจน์สิทธิไปแล้วว่าเป็นของกรมธนารักษ์ ชาวบ้านก็บอกว่าอยู่มาก่อน เถียงกันไป กันมาสุดท้ายกรมธนารักษ์ก็บอกว่าคุณต้องเช่านะ คุณต้องเช่าถึงจะได้สิทธิ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันก็จะมาเกี่ยวพันกับท่านสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนท่านลองไปคิดไปทำดู ลองไปคิดไปทำดูว่าท่านจะประสาน กับหน่วยไหนได้ แล้วท่านจะต้องร่วมมือกับหน่วยไหน เหมือนท่านเป็นหน่วยงานบูรณาการ ทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ของท่านหรอก อนุทั้งหลายที่มีในรายการผมถือว่าเป็นธรรมดามาก เป็นปกติ ตัวสำนักงานนี้ล่ะครับเป็นตัวรัน (Run) เรื่อง เป็นตัวทำ แล้วจังหวัดโดยท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดกับคณะซึ่งท่านตั้งขึ้นนั่นล่ะคือแม่งานใหญ่ สิ่งที่ประชาชนข้องใจมากที่สุด คือเวลา หลายท่านก็พูดไปว่าปัญหาของเวลาเท่านั้นล่ะ ผมยกตัวอย่างแถวบ้านผมอันนี้เป็น เรื่องเก่านานมาแล้ว เทศบาลอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ผมพูด ๒ ๓ ครั้งครับ เรื่องในเขตเทศบาลมีประชากรจนเจริญแล้วอยู่ ๔๐ ปีแล้วไม่มีเอกสารสิทธิเลย เป็นป่าสงวน แค่ขอเพิกถอนป่าสงวนท่านประธาน ๘ ปีครับ ตอนนี้เรื่องยังติดกับคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่เลย นี่ขนาดเรื่องเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากให้กำลังใจทางคณะกรรมการที่มาชี้แจง ว่าบางเรื่องมันยุ่งยาก ท่านต้องอดทนที่จะทำ อดทนที่จะประสานงาน ผมไม่ต้องการคำตอบ เท่าไร ต้องการให้กำลังใจท่านทำงานมาก ให้มันดีขึ้นแล้วก็บูรณาการให้มันดีเพื่อให้พี่น้อง ประชาชนมีความหวังในสำนักงานนี้ว่าอย่างน้อย ๆ เอาล่ะถึงจะมีหน่วยงานหนึ่งก็ยังเป็น ที่พึ่งได้ ยังเป็นที่บอกว่าหันไปหาใครไม่ได้ก็เข้าไปหา คทช. จังหวัด ซึ่งอย่างน้อย ๆ เขาไปถึง ง่ายกว่า สิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการว่าท่านต้องประชาสัมพันธ์ เชิงรุกให้มากให้พี่น้องเข้าใจว่าท่านมีหน้าที่อะไร แล้วท่านจะประสานกับใคร ความสำเร็จ จะเกิดอยู่กับใคร เพราะฉะนั้นก็ขอฝากครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ