สมชาย แจงปัญหาที่ดินโครงสร้างลึก ชี้คน 10% ถือครอง 80% ของประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕

สมชาย ฝั่งชลจิตร หารือปัญหาที่ดินซึ่งเป็นปัญหาโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโดยการจัดสรรที่ดินว่างเปล่าหรือหมดสัญญาในพื้นที่ป่าสงวนและนิคมสหกรณ์ให้ประชาชนผู้ไร้ที่ทำกินและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการอย่างเปิดใจและมีวิสัยทัศน์เพื่อความมั่นคงของประเทศและประชาชน

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ผมขอ อนุญาตท่านประธานได้ขออภิปรายรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ผมดีใจและต้องขอบคุณคณะกรรมการและสำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งได้ทำรายงานฉบับนี้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ สิ่งที่เราได้รับรู้ก็คือวิสัยทัศน์ และเป้าหมายหรือพันธกิจของคณะกรรมการในการแก้ปัญหาที่ดิน วันนี้ผมไม่ได้พูดในเชิง ตำหนิแต่อยากจะมาคุยเพื่อที่จะหาทางออกในการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน ปัญหาที่ดินเป็นปัญหา ใหญ่ทั้งระบบสังคมและระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่ดินเป็นความหวังของประชาชน ในขณะเดียวกันก็เป็นความหวังของประเทศในระบบเศรษฐกิจ เพราะที่ดินคือพื้นฐานของ การผลิตในภาคเกษตรที่สำคัญอาจจะเป็นภาคอุตสาหกรรมภาคบริการด้วยก็ได้ แต่นี่คือสิ่งที่ เราต้องหาทางออกว่าปัญหาวันนี้มันคืออะไร ที่มันเป็นเรื่องที่ไปกระทบต่อเรื่องความเหลื่อมล้ำ ในทางสังคมนะครับ รายงานหลาย ๆ รายงาน งานวิจัยหลาย ๆ งานวิจัยพบว่าคนจำนวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศนี้ถือครองที่ดิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ปัญหานี้มันเป็น ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบที่มันมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๐ กว่า ๆ นั่นละครับที่ประเทศต้องการ ที่จะให้มีพื้นที่ในภาคเกษตรพี่น้องในรุ่นก่อน ๆ ประชาชนในรุ่นก่อน ๆ ก็ไปหักล้างถางพง เพื่อให้เป็นแปลงเกษตร หรือเป็นนาข้าว หรือเป็นพื้นที่ปลูกพืช แต่โครงสร้างของเศรษฐกิจ ไทยในยุคก่อนหน้านั้นก็มีกลุ่มชนชั้นนำที่ไปกว้านที่ดินไว้ในมือเป็นจำนวนมากจนกระทั่งว่า เคยมีการคิดว่าพยายามที่จะห้ามคนรวยไปมีที่ดินเป็นจำนวนมากในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่สุดท้ายในปี ๒๕๐๓ ตอนที่ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจก็เปิดโอกาส ให้มือใครยาวสาวได้สาวเอากลับมายังแผ่นดินไทยเหมือนเดิมและวันนี้มันคือก่อปัญหา ให้กับคนจำนวนมากที่ไม่มีที่ทำกิน จากรายงานย้อนกลับไปในปี ๒๕๔๗ ตอนที่รัฐบาลยุคนั้น ให้มีการลงชื่อว่าใครไม่มีที่ทำกินบ้าง ปรากฏว่าจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ กว่ารายไม่มีที่ทำกิน ๕๐๐,๐๐๐ กว่ารายไม่มีที่ทำกินเพียงพอ และที่สำคัญที่สุดพี่น้องส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ ในที่ดินทำกินประมาณเกือบ ๙๐๐,๐๐๐ ราย นี่คือปัญหาที่เป็นปัญหาทางสังคมและปัญหา ทางเศรษฐกิจของประเทศ ผมอยากจะคุยกับคณะกรรมการผ่านทางประธานสภาว่า คณะอนุกรรมการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติมี คณะที่ ๑ คณะที่ ๒ ซึ่งเป็น คณะที่ต้องจัดหาที่ดินมาจัดการให้กับคนจนที่ไม่มีที่ทำกินประมาณล้านราย คนที่มีทำกิน ไม่เพียงพออีกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ รายจะทำอย่างไร ผมชี้ช่องให้ท่านก็เหมือนเมื่อสักครู่ก็ต้องขอบคุณท่านอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ที่ขอเอ่ย นามว่า ที่ดินที่หมดสัญญาสัมปทานหรือที่ดินหมดสัญญาอนุญาตให้เข้าทำกินในพื้นที่ป่าสงวน ในพื้นที่ภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ วันนี้หมดสัญญาอนุญาตมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เป็นต้นมา ๒ จังหวัดนี้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ นี่ผมชี้ให้อนุกรรมการที่ ๑ ไปจัดหาที่ดิน แปลงนี้มาคุยกับกรมอุทยาน กรมป่าไม้ให้ได้ ผมชี้ไปที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ที่ดินที่ทหาร เคยขออนุญาตจัดที่ดินให้กับพี่น้องซึ่งยอมวางอาวุธในการต่อสู้กับรัฐบาลภายใต้การนำของ พรรคคอมมิวนิสต์ วันนี้ทหารไม่ยอมทำอะไรต่อที่ดิน ยังเป็นเขตพื้นที่ป่าสำนักงานนโยบาย ที่ดินแห่งชาติไปดำเนินการได้ไหม รวมทั้งพื้นที่ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ นี่คือพื้นที่ที่สามารถเอาไปจัดการแก้ปัญหาที่ดินให้พี่น้องประชาชนได้มีความหวังบ้าง ปัญหา ที่ดินในเขตนิคมสหกรณ์ที่ยังแก้ปัญหาไม่จบอยู่ ๑๐ กว่านิคมสหกรณ์ครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ บางสะพานน้อย ไม่ว่าจะเป็นที่พิษณุโลก ไม่ว่าจะเป็นที่อ่าวลึกกระบี่ ไม่ว่าจะเป็นที่ปากช่อง โคราช นี่คือทางออกอยากจะเห็นพันธกิจของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ผมคุย เพื่อที่จะบอกว่าเมื่อเราเจอปัญหาในที่ดินโดยเฉพาะในที่ดินเขตป่าอนุรักษ์และเขตป่าสงวน ซึ่งยังมีผลกระทบอยู่มากมายวันนี้ เรากำลังจะคิดว่าระหว่างนักการเมือง ระหว่างสภา ผู้แทนราษฎร ระหว่างหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะสำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติ เราหา ระบบในการที่จะแก้ปัญหา เราหาวิธีการและหาเครื่องมือร่วมกันในการที่จะแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน เพราะที่ดินคือความหวัง ที่ดินคือชีวิตของพี่น้องประชาชนในขณะเดียวกัน ที่ดินคือพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าเราสามารถร่วมมือกันในการแก้ปัญหา ที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนได้ประเทศชาติก็มั่นคง ประชาชนมั่นคง ในความหมายของผม ความมั่นคงของประชาชนคือความมั่นคงของชาติสูงสุด ไม่ใช่ความมั่นคงของหน่วยงานอื่น แล้วอยากจะฝากท่านประธานไปยังสำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติว่าการแก้ปัญหาที่ดิน ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เปิดใจว่าประชาชนคือเครื่องมือที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ และนี่คือความหวัง สำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติควรทำพันธกิจที่เป็นความหวังของพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอฝากไว้เพียงแค่นี้ครับ