อนุชา นาคาศัย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต โดยเน้นย้ำว่าการจัดทำกฎกระทรวงเพื่อควบคุมการผลิตสุราไม่ใช่เรื่องจำเป็น เนื่องจากสุราเป็นสินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและพลานามัยของผู้บริโภค และมีผลต่อสิ่งแวดล้อม
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงและให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาร่างข้อบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ เป็นผู้เสนอ) โดยมีสาระสำคัญที่เสนอ กำหนดให้การผลิตสุราเพื่อการบริโภค หรือเพื่อจุดประสงค์อื่นที่มิใช่เพื่อการค้าทำโดยไม่ต้อง ขออนุญาต ซึ่งในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณ วันพุธที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่ประชุม เห็นชอบให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระบัญญัตินี้ไปพิจารณาก่อนที่จะลงมติรับหลักการในครั้งนั้น กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพ ผมขอกราบเรียนว่าเมื่อคณะรัฐมนตรีได้รับ ร่างไปพิจารณานั้นได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรมมาร่วมกันพิจารณาโดยเชิญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เสนอร่างก็คือท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร มาร่วมชี้แจงด้วยนะครับ ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นของพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๕๓ ในส่วนของการผลิตสุรากำหนดให้ผู้ประสงค์ที่จะผลิตสุราหรือมีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุราไว้ ในครอบครองจะต้องยื่นขออนุญาตต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต โดยกรมสรรพสามิตได้กำหนด หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการควบคุมและการตรวจสอบการผลิตสุรา ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องของ กรรมวิธีการผลิต การใช้วัตถุดิบมาตรฐาน คุณภาพ การตรวจวิเคราะห์คุณภาพก่อนนำสุรา ออกจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตสุรา รวมทั้งหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการควบคุมของโรงงาน อุตสาหกรรมที่ผลิตสุราและการจัดใช้วัตถุดิบผลิตสุรา ซึ่งจะเห็นได้ว่าพระราชบัญญัติภาษี สรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ มีวัตถุประสงค์ที่จะควบคุมการผลิตสุรา แม้จะมิใช่เพื่อการค้าก็ตาม เนื่องจากสุราเป็นสินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและพลานามัยของผู้บริโภครัฐจึงจำเป็นต้อง มีการกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมสินค้าสุรามากกว่าสินค้าอื่นโดยทั่วไป เพราะว่าพี่น้อง ประชาชนอาจจะใช้ในเรื่องของวัตถุดิบหรือการผลิตที่สามารถเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และพลานามัยอาจจะถึงชีวิตของผู้บริโภค เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการควบคุม ในเรื่องของการขออนุญาตแม้จะผลิตภายในครัวเรือน บัดนี้คณะรัฐมนตรีในคราวประชุม เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๕ พิจารณาเห็นว่าจากสภาพปัญหาและข้อจำกัดของกฎหมาย ที่เกี่ยวกับการผลิตสุราซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นก็สามารถที่จะดำเนินการ แก้ไขในกฎหมายลำดับรองได้ คือคล้าย ๆ ว่ากฎหมายสรรพสามิตนั้นก็ไม่ได้ระบุในข้อจำกัด หรือในเรื่องของการที่จะผลิตสุรา ในรายละเอียดต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นก็คงเป็นกฎหมาย ลำดับรอง คือกฎกระทรวงที่ได้บัญญัติขึ้นมาเพื่อที่จะควบคุมในส่วนรายละเอียดของการผลิต ไม่ว่าจะเป็นจำนวนของกำลังการผลิต วัตถุดิบหรือปริมาณ หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะโรงงานกลั่นสุราหรือผลิตสุราหรือการผลิตสินค้าประเภทนี้หรือการใช้ในครัวเรือนนั้น มีผลต่อสุขภาพพลานามัย เพราะฉะนั้นการที่เราจำเป็นต้องมีกฎกระทรวงในการที่จะมีรายละเอียดในเรื่องนี้นับว่าเป็น ความจำเป็น แล้วก็ได้มีการพูดคุยกับท่านผู้เสนอก็คือท่านเท่าพิภพ มีการปรึกษาหารือกันว่า เราจะมีการดำเนินการพูดคุยกันในการที่จะแก้ไขกฎหมายลำดับรองในเรื่องของกฎกระทรวง เพื่อที่จะเอื้อให้สิ่งที่ท่านสมาชิกต้องการที่จะแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับ สังคมเพิ่มขึ้น ในสถานการณ์ปัจจุบันทางกรมสรรพสามิตหรือกระทรวงการคลังก็มีความยินดี ที่จะได้ทำการพิจารณากฎหมายลำดับรองร่วมกับทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คิดว่า ทำในสิ่งที่จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและสังคมโดยรวม เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ กฤษฎีกาก็จึงเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ส่งคืนพระราชบัญญัติฉบับนี้มายังสภาผู้แทนราษฎร พร้อมแจ้งข้อสังเกตเพื่อประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรถึงการที่กระทรวงการคลัง กำลังดำเนินการตามความเห็นของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว ซึ่งการแก้ไขยังไม่ถึงขนาดจำเป็นต้อง แก้พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต เราก็จะมาร่วมมือกันในการแก้ไขกฎหมายลำดับรองลงมา แล้วหากท่านสมาชิกมีข้อสงสัยประการใดก็จะได้ให้ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อมูลและรายละเอียดต่อไป จึงกราบเรียนท่านประธานมา ด้วยความเคารพครับ