เท่าพิภพ ชี้ร่างกฎหมายคุ้มครองข้าราชการ ปรับกฎเบียร์เปิดโอกาสชุมชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ชี้แจงร่างกฎหมายที่ตนเสนอโดยอ้างอิงจากกรณีข้าราชการถูกกลั่นแกล้ง เพื่อสร้างความเข้าใจและเห็นพ้องในเจตนาของกฎหมาย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมเหตุสมผลในการจำกัดการผลิตเบียร์ของผู้ผลิตรายย่อย ซึ่งขัดกับหลักเสรีภาพของประชาชนและเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีอิทธิพล จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขกฎระเบียบที่ล้าสมัยและขัดขวางการพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชนอย่างเป็นธรรม

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ในฐานะเป็นผู้เสนอร่างแล้วก็ผู้ประสบภัย จากกฎหมายนี้ด้วยครับ ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาช่วยชี้แจงให้สภาได้ทราบถึงความเห็น ของทางกฤษฎีกา รวมถึงหน่วยงานข้าราชการส่วนใหญ่ จริงอยู่ผมได้เข้าไปชี้แจงอยากให้ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกนึกภาพ เหมือนเวลาเราอยู่ในกรรมาธิการแล้วเราเป็น ส.ส. แล้วไปโดนแต่กลับกันไปโดนเขาอัด ก็ทำให้เข้าใจความรู้สึกข้าราชการหลาย ๆ ครั้งที่มา ที่กรรมาธิการเราเหมือนกันครับ ผมว่าวันนั้นก็เป็นการพูดคุยที่มีสาระ คือจริง ๆ ก็ได้ตอบ ในข้อคิดเห็นไปแล้วก็นึกว่าจะเปลี่ยนใจทุกท่านได้ วันนี้เข้าสภาก็จะถือโอกาสให้ผมได้ชี้แจง ให้เพื่อนสมาชิกจะได้ทราบว่า จริง ๆ แล้วมันไม่ได้แย่ขนาดนั้นใช่ไหม

ประเด็นแรก สิ่งที่รัฐบาลหรือทาง ครม. ได้ตอบมาเมื่อสักครู่นั้นไม่ได้อยู่ใน ใจความสำคัญหลักที่ผมอยากจะได้เลยหรือคำตอบที่ผมอยากจะรู้เลยว่าทำไมคนตัวเล็ก ทำเหล้าเบียร์ขายไม่ได้ คือไปพูดถึงว่าทำที่บ้านอะไรไม่ได้นี่ โอเค (OK) ห่วงความปลอดภัย เดี๋ยวผมจะชี้แจงต่อไป แต่คำถามนี้ไม่ได้รับคำตอบเลยว่าทำไมต้องกำหนดกฎกระทรวง ซึ่งเป็นกฎหมายลำดับรองไว้ ๑๐ ล้านลิตร ผลิตเบียร์เหลือ ๑ ล้านลิตรบริวผับ (Brewpub) หรือถ้าจะบอกว่าโอ้โหโรงใหญ่ ถ้าโรงเล็กนี่ไม่มีคุณภาพ แล้วสุราชุมชนคุณให้เขา ๕ แรงม้า ๗ แรงคน คือย้อนแย้งสุด ๆ ซึ่งอันนี้ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวจะไม่มีคุณภาพ เอาอย่างไรแน่ครับ อย่างนั้นให้เบียร์ทำเล็ก ๆ แล้วขายไหมเหมือนสุราชุมชน หรือว่าสุดท้ายก็ยกเลิกสุราชุมชน ไปเลยไหมเพราะว่าทำเล็กเกินไป คือเอาอย่างไรกันแน่ครับ สุดท้ายก็เลยบอกว่าคุณภาพ มันไม่ได้อยู่ที่ปริมาณ ซึ่งเป็นปัญหาหลักใจความจริง ๆ ที่ผมได้มายื่นตรงนี้ครับท่านประธาน ในลำดับแรกซึ่งเรื่องคุณภาพอีกอย่างหนึ่ง แล้วการควบคุมนี่ผมแบ่งการควบคุมเป็น ๒ อย่าง คือควอลิตีคอนโทรล (Quality Control) หรือการควบคุมคุณภาพ ทางสรรพสามิตก็มีการ ตรวจอยู่แล้ว ซึ่ง พ.ร.บ. นี้ก็ไม่ได้ยุ่งอะไรกับการตรวจคุณภาพสุราเลย มันแค่เป็นการที่กำหนด ทลายหลักเกณฑ์ที่ผมมองว่าเป็นการผูกขาดและเอื้อนายทุนเท่านั้นเอง ส่วนการควบคุมเรื่องการดื่ม การควบคุมการดื่มนี้มันยิ่งแล้วใหญ่เลยครับท่านประธาน มันอยู่ คนละ พ.ร.บ. แล้วผมเชื่อว่าจริงแล้วบอกว่าทำเองที่บ้านได้เดี๋ยวคนจะดื่มสุราเยอะขึ้นนี่ ทำเบียร์ใช้เวลากว่าจะได้ใส่ขวดกินนี่เป็นเดือนครับ ไปซื้อง่ายกว่าอยู่แล้วครับท่านประธาน คือมันไม่น่าจะเกี่ยวและปริมาณที่ทำอย่างนั้นก็ไม่ทำให้เบียร์ในตลาด หรือมาร์เก็ตแชร์ (Market Share) มันจะเพิ่มสูงโดยมีนัยสำคัญ ซึ่งตรงนี้ให้เราก็ต้องประเมินว่าเสรีภาพของ ประชาชนที่ทำอะไรอยู่ในบ้านเราเองได้กับการที่เขาจะควบคุมในสิ่งที่มันแบบไม่มีประโยชน์ ไม่ได้มีผลอะไรเลยอะไรมันมีค่ามากกว่ากันครับ เสรีภาพหรือว่าอะไรผมว่าเสรีภาพมีค่าที่สุด อย่างบอกว่าเดี๋ยวต้มเองที่บ้านได้เดี๋ยวอุตริไปใส่วัตถุดิบอะไรมันก็ตรรกะเดียวกันกับถ้าผม สั่งผัดกะเพราร้านอาหารตามสั่ง ผัดกะเพราแล้วเขาใส่น้ำยาล้างจานให้ผมกินหรือครับ ต้องไป ควบคุมไหมครับ คือเหล้าเบียร์ครับ สุดท้ายนี่ถามว่าผมจำได้ว่าวันหนึ่งมีคนหนึ่งวันนั้นพูดว่า ถ้าทำมาแล้วงานบวชงานแต่งถ้าคนกินแล้วเป็นอะไรไปใครรับผิดชอบมันมีกฎหมายอาญาอยู่ อยู่ดี ๆ จะไปใส่ยาฆ่าหญ้าให้คนกินมันก็เป็นไปไม่ได้ครับ คือจริง ๆ แล้วมันเป็นสิ่งที่ราชการ แล้วก็รายใหญ่พยายามใส่ร้ายวงการสุราชุมชนพื้นบ้านมาตลอดนะครับ มันไม่มีใครใส่แล้ว เขาจะบ้าหรือครับ กระทบกับสิ่งแวดล้อมในประเด็นนี้ที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดมากระทบกับ สิ่งแวดล้อมไหม ก็ถามว่ารายย่อยกระทบไหม รายใหญ่กระทบไหม แล้วคือมันแตกต่างกัน อย่างไรครับ หลาย ๆ ครั้งที่ผมไปดูลงพื้นที่ไปพูดกับพ่อแม่พี่น้องในทุกจังหวัดเรื่องสุรามา ส่วนใหญ่เขาก็จะเลี้ยงปศุสัตว์เพื่อกินส่าเหล้า แล้วก็เป็นปกติที่ทำเบียร์ จริง ๆ แล้วถามว่า อะไรที่มันออกมาบ้างครับ สมมุติทำเบียร์ก็เป็นข้าวบาร์เลย์ที่ผ่านการสกัดน้ำตาลออกมาแล้ว ซึ่งปกติแล้วก็เอาไปเลี้ยงวัว เหลือก็ทิ้งเป็นเหมือนขยะเปียกทั่วไปแค่นั้นเอง ก็ไม่ได้มีอะไร ที่มันมากมายกว่านี้ รวมถึงถ้ากลัวว่าโรงงานมันจะใหญ่เกินไปจนควบคุมไม่ได้ขอเรียนตรงนี้ ท่านประธานผ่านไปยังผู้แทนราษฎรทุกท่านครับว่าจริง ๆ แล้วก็มีกฎหมายโรงงานอยู่แล้ว ที่ต้องไปปฏิบัติตามคือ ๕๐ ตอนนี้เป็น ๕๐ แรงม้าแล้ว ซึ่งตรงนี้คือ พ.ร.บ. โรงงานได้เพิ่ม แรงม้าของโรงงานไปแล้วนะครับ แต่สรรพสามิตก็ยังไม่ได้แก้จาก ๕ แรงม้าเป็น ๕๐ แรงม้า อันนี้ก็อาจจะเป็นในหลักคิดที่ท่านบอกว่าเดี๋ยวเล็ก ๆ แล้วทำไม่มีคุณภาพหรือเปล่าครับ แต่ก็ให้สุรากลั่นทำแบบไม่มีคุณภาพเล็ก ๆ ต่อไปอย่างนี้หรือ แล้วจะบอกว่าพูดจริงครับ อันนี้ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะแก้ลำดับรองแล้วมีการพูดคุย ผมพูดคุยจริงนะครับ คือพูดคุยมา ๓ ปี ๔ เดือนแล้ว ตั้งแต่ผมเอาเข้ากรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีท่านศิริกัญญา ตันสกุล ประธานคนใหม่ของผมเป็นกรรมาธิการ ท่านยืนยันได้ครับว่าเราพูดคุยกับสรรพสามิตแล้ว เกือบ ๑๐ รอบแล้วครับเรื่องประเด็นต่าง ๆ คือผมจำได้เลยครั้งแรกมาบอกทำอยู่ครับ ๆ ตอนนี้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ตอนที่ ๒ มา ๘๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ผมว่ามาแล้วครั้งที่ ๓ ใกล้แล้ว ครั้งนี้มาต้องแบบ ๙๕ เปอร์เซ็นต์แล้ว เดี๋ยวเอามาให้ดูแล้ว คือแก้มาประมาณ ๒ มาตรา ในกฎกระทรวงคือแบบนานมากครับประมาณปีที่ ๒ ปรากฏว่าจาก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ มาเหลือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เฉยเลย เมื่อไรจะเสร็จ คุยจริง คือถ้าจะพูดอย่างนี้ว่าจะ แก้กฎกระทรวง ผมว่าท่านรัฐมนตรีเป็นตัวแทนของ ครม. แล้วมาพูดเลยครับว่าจะ ๓ เดือน จะ ๒ เดือนให้สัญญาตรงนี้ ผมว่าสภาไม่โกหกครับ เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนไม่อยากมาโกหกกัน ในประเด็นที่ผมได้ชี้แจงไปหมดผมก็ว่าทุกคนน่าจะคิดว่ามันเมกเซนส์ (Make Sense) ครับ แต่คือสิ่งที่ยังคาใจฝ่ายรัฐบาลอยู่ ผมว่าผมก็ได้ตอบไปหมดแล้ว ผมก็อยากเห็นทุกคนนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมขอบคุณทุกคนที่ช่วยโหวตร่าง พ.ร.บ. กัญชา ซึ่งผมฟังอภิปรายเกือบทั้งวันนี้ ผมรู้สึกเลยนะครับว่ามันมีความที่มันเป็นเหมือน พ.ร.บ. สรรพสามิตสุรา เมื่อสักครู่นี้ทุกคน พูดถึงว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างไร เกษตรกรจะได้ประโยชน์อย่างไร ผมว่าร่าง พ.ร.บ. นี้ ก็เหมือนกันนะครับ การให้รายย่อยได้ทำในท้องถิ่นต่าง ๆ การสร้างความภูมิใจในท้องถิ่น ช่วยเหลือเกษตรกรแปรรูปผลิตผลเพื่อยืดอายุของสินค้าเขาและเพิ่มมูลค่า ผมว่าประชาชน ได้ประโยชน์หมด ผมหวังว่าจะไม่ลืมสิ่งที่ท่านเพิ่งอภิปรายไปกันนะครับ เนื้อหามันสั้นเหมือนกันเหลือเกินครับ แล้ววันนี้เรามี พ.ร.บ. ที่มันสร้างประวัติศาสตร์ ๓ พ.ร.บ. ด้วยกันก็คือกัญชาได้ผ่านไปแล้ว กัญชา กัญชง ก็เป็นที่น่ายินดี สุราก้าวหน้าหรือ พ.ร.บ. สรรพสามิตนี้แล้วก็สมรสเท่าเทียม ผมก็หวังว่าวันนี้เราจัดเป็นวันที่สร้างประวัติศาสตร์เหมือนอย่างที่ทุกคนได้พูดว่าวันนี้จะเป็น วันประวัติศาสตร์นะครับ เราจะได้โหวตแล้วผ่านทั้ง ๓ ร่างไปด้วยกันนะครับ ผมขอยืมคำพูด ของท่านอนุทินนะครับ ขอเอ่ยนามไม่ได้เสียหายครับ ที่ท่านได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ผมรู้สึกว่า เป็นสิ่งที่ดีมากที่ท่านพูดถึงว่ากัญชาหรือทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มีทั้งดีและไม่ดี มีทั้งดีและไม่ดี อยู่ที่ว่าเราจะทำอย่างไร พ.ร.บ. สุรานี้เราก็มีการควบคุมอยู่ พ.ร.บ. หนึ่ง เป็นข้อดีที่ชาวบ้านได้ มันก็มีอีกอันหนึ่งใช่ไหมครับ จริงอยู่ครับว่าทุกอย่างในโลกนี้มีทั้งดีและไม่ดีแต่ผมว่าสิ่งเดียว ที่เป็นอนิจจังของโลกนี้ที่ทุกคนต้องการคือความยุติธรรมครับ แล้ววันนี้ พ.ร.บ. นี้มันไม่ใช่แค่ ให้คนทำเหล้าหรือผมได้ต้มเบียร์ แต่มันคือความยุติธรรมที่ประเทศนี้และเหล่าผู้แทนราษฎร ที่เราทำเพื่อประชาชนเราเป็นลูกน้องของประชาชนครับ เราจะแสดงให้เห็นว่าวันนี้ล่ะครับว่า เราเป็นลูกน้องของประชาชนจริง ๆ เราไม่ใช่จะเชื่อเป็นรัฐราชการรวมศูนย์แบบนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ