นิคม ชี้ร่าง พ.ร.บ. กัญชา ยังผูกมัดเหมือนยาเสพติด ห่วงเกษตรกรเริ่มไม่เท่ากัน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕

นิคม บุญวิเศษ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง โดยเห็นด้วยในหลักการแต่เรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้เกษตรกรทั่วไปเข้าถึงโอกาสได้จริง ไม่ถูกผูกขาดโดยนายทุน และเสนอให้แยกความหมายของคำว่า "ผลิต" เพื่อไม่ให้การปลูกกัญชาถูกควบคุมเข้มงวดเกินจำเป็นเหมือนยาเสพติด.

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้า พรรคพลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ซึ่งได้ นำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ กระผมได้ศึกษา จริง ๆ แล้วกัญชานี้ มันเป็นพืชเศรษฐกิจที่ต่างประเทศเป็นประเทศที่เจริญแล้วเขานำมาเพื่อสกัดเป็นยารักษา ซึ่งสามารถรักษาโรคได้หลายอย่าง ประเทศไทยเรามีกัญชามาตั้งนานแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ ที่กัญชาเกิดแล้วก็มีคุณภาพที่สุด ก็คืออยู่ที่จังหวัดสกลนครแต่น่าเสียดายเราไปทำให้สิ่งที่ดี กลายเป็นสิ่งที่ไม่ดี โดยเราเข้าใจผิดว่ากัญชานั้นเป็นยาเสพติดก็เลยกลายเป็นว่ากัญชาเป็น ยาเสพติด ไม่มีการนำมาปลูก นำมาผลิต แล้วก็มีการวิจัยสกัด แต่หลังจากนั้นมีต่างประเทศ ที่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเขาได้นำกัญชามาเพื่อประโยชน์แทนที่จะมาเป็นยาเสพติด ได้มีการแก้กฎหมาย จึงทำให้ที่มาที่ไปคือประเทศไทยเราก็เดินตามหลังเขาอีก อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นสิ่งที่ดีที่เรายังคิดได้ที่เรายังคิดทันมันคงไม่สายเกินแก้ครับ แต่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมเห็น เสนอเข้ามาผมรู้สึกดีใจว่าโอกาสที่พี่น้องเกษตรกรที่จะหลุดพ้นจากความยากจนมีแน่นอน ถ้าส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรปลูกจริง ๆ แต่พอมาดูแล้วมันไม่เป็นอย่างที่ผมคิด เพราะมีการเขียนเงื่อนไขกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เยอะแยะ มากมายเสมือนกับกัญชายังเป็นยาเสพติดอยู่ ทั้ง ๆ ที่ท่านบอกว่ามีการปลดล็อกกัญชาแล้ว วันที่ ๙ เป็นต้นไป กัญชาไม่ใช่ยาเสพติดแล้ว แต่การเขียนญัตติเข้ามาก็เท่ากับกัญชายังเป็น ยาเสพติดอยู่เหมือนเดิม มีคณะกรรมการต่าง ๆ มาจากยาเสพติด มาจากนายตำรวจ มาจาก อย. ต่าง ๆ เสมือนว่ากัญชาไม่ใช่พืช ไม่ใช่พืชสมุนไพร ผมอ่านแล้วมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ยิ่งมาเห็นขั้นตอนการขออนุญาต อย่าลืมว่าเมื่อไรที่มีการขออนุญาตมันก็ต้องใช้เงินในการ ขออนุญาต ต้องมีเส้นมีสาย ใครมีเงิน ใครมีเส้นคนนั้นได้เยอะคนนั้นได้เร็วกว่า แล้วต่อมา ดูการปลูกครับ ประชาชนที่ปลูกมาก่อนนั้น ๑ ต้นก็โดนจับ แต่อย่าลืมว่ามีกลุ่มทุนใหญ่ที่เขา เตรียมการเอาไว้แล้วปลูกหลายหมื่นไร่ พอเตรียมการไว้เสร็จแล้วพอปลดล็อกกัญชาก็สามารถ ขายได้เลย สามารถส่งได้เลย สามารถแปรรูปได้เลย นี่คือความได้เปรียบของกฎหมายฉบับนี้ เพราะไม่ได้เริ่มต้นเท่ากัน ประชาชนจะเริ่มต้นตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ใครจะปลูกก็ต้องไป ซื้อเมล็ดพันธุ์ ไปซื้อจากใครครับ ก็ซื้อจากนายทุนที่เขาเตรียมไว้แล้ว มีขั้นตอนการปลูก มีวิธีการปลูก จะต้องมีโรงเรือน จะต้องมีการควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมแสง ควบคุมทุกอย่าง ถามว่าประชาชนจะทำได้หรือไม่ แล้วบอกว่าประชาชนสามารถปลูกในพื้นที่บ้านตัวเองได้ แล้วพื้นที่อื่นล่ะ ท้องไร่ท้องนา สวนล่ะสามารถปลูกได้ไหม แต่ถ้าไม่ส่งเสริมให้ปลูกทดแทน พืชไร่หรือพืชสวนที่ปลูกแล้วมันขาดทุน ถ้าเราไม่ส่งเสริมและไม่ให้โอกาสประชาชนที่เป็น เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ ผมคิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เสนอเข้ามาก็เท่ากับเป็นประโยชน์กับ นายทุนอยู่ดี เพราะฉะนั้นผมจึงอยากให้แก้ให้เป็นประโยชน์กับประชาชนทั่วไป อย่าให้เป็น ประโยชน์กับนายทุนกลุ่มเดียว สงสารประชาชน สงสารเกษตรกร เมื่อเรามี พ.ร.บ. กัญชา เข้ามาแล้วทุกคนมีความหวังว่าตัวเองจะได้ปลูกแต่ต้องให้ปลูกแบบง่าย ๆ โดยท่านต้องไปแก้ ไปแก้ความหมายของคำว่า ผลิต ท่านไปใส่คำว่า ผลิต หมายถึงว่าการเพาะ การปลูก การทำ การผสม การปรุง การแปรรูป การเปลี่ยนรูป หรือการสังเคราะห์วิทยาศาสตร์ ท่านต้องไปแก้ ตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นการปลูกก็คือการปลูก การเพาะเมล็ดพันธุ์ก็คือการเพาะเมล็ดพันธุ์ การขยายพันธุ์คือการขยายพันธุ์ อย่าไปใส่คำว่า ผลิต เพราะการเพาะเมล็ดพันธุ์ การปลูก หรือการขยายพันธุ์ไม่ใช่การแปรรูป ไม่ใช่การสกัด ไม่ใช่การวิเคราะห์สังเคราะห์ ต้องให้ ประชาชนสามารถทำได้โดยที่ให้เสมือนเป็นการปลูกสมุนไพร แล้วก็ไม่ต้องมีการขออนุญาต ในขั้นตอนการปลูก เพราะว่าเราไม่ได้มาสกัด ไม่ได้มีการแปรรูป แต่ถ้าสกัด ถ้าแปรรูป ถ้ามีโรงงานต่าง ๆ อย่างนี้ค่อยไปขออนุญาต ไม่เช่นนั้นประชาชนไม่สามารถทำได้ ผมคิดว่า ควรจะเอาคำว่า ผลิต ออก จากคำว่า การปลูกหรือการเพาะ เพราะมันแตกต่างกันครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอยากจะส่งเสริมให้ประชาชนได้รับประโยชน์จริง ๆ พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีประโยชน์ครับ ผมเห็นด้วย แต่ต้องไปแก้ให้ประโยชน์ตกอยู่กับพี่น้องประชาชนส่วนรวม ของประเทศ ไม่ใช่ทำมาเพื่อนายทุน เหมือนการทำสุราการทำเหล้าก็คล้าย ๆ กัน จะเขียน ข้อกำหนดต่าง ๆ จนสุดท้ายประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เช่นกัน ถ้าทำ เพื่อประชาชนอย่างจริงจังผมขอสนับสนุน ผมคิดว่ากัญชานี้มีประโยชน์ทางด้านการแพทย์ จริง ๆ เพราะมันสามารถรักษาโรคได้หลายอย่าง ๔๐ ๕๐ โรคครับ อย่างน้อยควรจะส่งเสริม ให้ประชาชนเป็นผู้ปลูก ส่วนประชาชนขายแล้ว นายทุนต่าง ๆ ก็มารับเอาไปผลิต เอาไปแปรรูป เอาไปสังเคราะห์สกัดออกมาเป็นยา เพราะกลุ่มทุนเขามีเงินทุนในการสร้างโรงงานต่าง ๆ แต่ประชาชนไม่มีทุนในการสร้างโรงงาน ผมคิดว่าควรจะให้ประชาชนเป็นผู้ปลูก ส่วนนายทุน เป็นผู้ผลิตก็ว่ากันไปเพื่อให้ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ถ้าเขียนออกมาอย่างนี้นายทุนไปปลูก นายทุนผลิต นายทุนขายเอง กลายเป็นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นของนายทุนทั้งหมด ทั้งปลูก ทั้งผลิต ทั้งขาย ชาวบ้านไม่มีปัญญาที่จะไปผลิตขายแข่งขันกับนายทุนได้ เพราะฉะนั้น ถ้าชาวบ้านจะปลูกกินเองก็ควรจะแก้ไขกฎหมายให้ปลูกง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องไปขออนุญาต ในการปลูก นี่คือการปลูกพืชชนิดหนึ่ง การปลูกสมุนไพรชนิดหนึ่งครับ ขอให้คณะกรรมการ ที่จะมีการตั้งขึ้นมาช่วยไปแก้ไขตรงนี้ด้วย แต่ถ้าแก้ไขแล้วผมยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณมากครับ