สุทิน คลังแสง หารือร่าง พ.ร.บ. กัญชา โดยแสดงความกังวลต่อการปลดกัญชาจากยาเสพติด เน้นความจำเป็นในการแยกการใช้เพื่อการแพทย์ออกจากปัญหาการเสพในทางที่ผิด พร้อมเตือนถึงความขัดแย้งกับพันธะสัญญาระหว่างประเทศที่จัดกัญชาเป็นยาเสพติดรุนแรง ห้ามใช้เพื่อการค้า และกังวลว่ากฎหมายที่หละหลวมอาจเอื้อประโยชน์นายทุน กระทบเยาวชนและข้าราชการ นำไปสู่ปัญหาสังคมและเสี่ยงต่อความผิดทางกฎหมายระหว่างประเทศ จึงเรียกร้องให้ควบคุมอย่างเข้มงวดและพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อความเป็นธรรมและป้องกันผลกระทบที่ตามมา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้เกิดขึ้นมาท่ามกลางความน่าสนใจท่ามกลางความหวัง ของพี่น้องประชาชนอย่างมาก เพราะต้องเรียนตรง ๆ ว่าเรื่องกัญชานี้เป็นกระแสใหม่ที่โลก ทั้งโลกให้ความสนใจ ประเทศไทยเราก็เป็นความหวังแล้วก็ไปให้ความหวังกับชาวบ้านไว้ด้วย ผมก็มีความกังวลอยู่ ๓ ประเด็นครับในเวลาที่จำกัดเกี่ยวกับเรื่องกัญชาและกฎหมายที่เรา กำลังจะออก กังวลที่สำคัญที่สุดก็คือกัญชานี่มันก็มีทั้งคุณ มีทั้งโทษ ถ้าเราเลือกเอาคุณมาใช้ อย่างระมัดระวังมันก็จะดี แต่หากเส้นแบ่งนี้ไม่ชัดเจนแล้วมันล้ำไปเรื่องเป็นโทษนี่มันก็จะ กลับตาลปัตร แม้ว่าเราจะบอกวันนี้จะปลดแล้วว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แล้วทุกคนในโลก ก็เริ่มเปลี่ยนทัศนคติว่ากัญชามันก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างไรก็ตามครับเสพแล้วมันก็ยังติด อยู่ดี จะแก้กันอย่างไร เปลี่ยนชื่อมันอย่างไรก็ตามความจริงก็คือความจริง คือเสพแล้วก็ติด ติดแล้วมันก็มีฤทธิ์ ฤทธิ์มันก็ออกมาในเชิงที่เราคิดว่ามันไม่ได้สร้างสรรค์ แต่ถ้าเอาไปเป็น เฉพาะเรื่องทางการแพทย์ ใช่เป็นประโยชน์แน่ แต่ถ้ามาเสพธรรมดานี่ผมเชื่อว่าไม่มีใครบอก ว่าเป็นคุณนะ มันเป็นโทษ
ข้อกังวลที่ ๑ ก็คือเราจะขีดเส้นแบ่งอย่างไรว่าที่เป็นคุณนี่เราจะส่งเสริม มันเต็มที่ แล้วที่เป็นโทษที่เราจะป้องกันมันเต็มที่ ผมดูตรงนี้ในกฎหมายฉบับนี้ยังหลวมมาก เทียบกับหลาย ๆ ฉบับ เทียบกับต่างประเทศที่เขาออกกฎหมายนี้ที่เขาใช้กัญชานี่เขาออกกฎ การคุมเข้มมาก ของเรานอกจากไม่เข้มแล้วกำกวมด้วยคล้าย ๆ จะส่งซิกส่งสัญญาณเปิดช่อง ให้ทำอะไรกันในทางที่หมิ่นเหม่ด้วย นั่นก็คือเปิดช่องให้ทำธุรกิจ แล้วธุรกิจที่ว่านั้นก็เป็น ธุรกิจสำหรับคนที่มีเงินด้วยไม่ใช่ชาวบ้าน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากถึงจะฝากสภาว่าเราเอง ไม่ติดขัดหรอก ถ้ามันเป็นความหวังของประชาชนแล้วทำเพื่อประชาชนเราก็อยากจะทำให้ แต่ต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนเสี่ยงกลัวมันจะเป็นนครกัญชา ซึ่งวันนี้แม้ยังไม่มีกฎหมายออกมา ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเห็นชัดเลย เด็กและเยาวชนนี่จับกลุ่มเสพ ผู้หลักผู้ใหญ่ ข้าราชการ ผู้หลักผู้ใหญ่นี่เปิดหน้าเปิดตาเสพกันวันนี้ อันนี้ของจริงครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ ฝากคณะกรรมาธิการว่าถ้ามันผ่านแล้วนี่ไปดูกลไกการควบคุมให้ชัดมี ๒ ประเทศที่เปิดให้ ถูกกฎหมายแล้วนำมาใช้ มีอุรุกวัยกับแคนาดา ไปดู ๒ ประเทศนี้เขาคุมเข้มมาก ขนาดคุมเข้ม แล้วยังเอาไม่อยู่ครับ วันนี้เขายังปวดหัวกับมันในเรื่องของนันทนาการแล้วก็ไปทำให้เกิด ปัญหาทางลบเยาวชนเขาติดมากกว่า เพราะฉะนั้นของเรานี่ผมห่วง วันนี้ออกกฎหมายหลวม แม้จะออกกฎหมายเข้มซึ่งเราลืมไปก็คือการป้องกันกัญชาใช้เด็กเสพหรือคนติด ๑. ระบบ สังคมเราต้องเข้มแข็ง ชุมชนต้องเข้มแข็ง ครอบครัวต้องเข้มแข็งถึงจะเอาอยู่ มาตรการ กฎหมายอย่างเดียวเอาไม่อยู่หรอกครับ เอาไม่ทันหรอก ที่เขียนไว้นี่ห้ามเด็กต่ำกว่า ๒๐ ปี ไปซื้อไปขายมันไปกันทั้งนั้น ระบบสังคมที่ผมพูดก็คือว่าชุมชนวันนี้มีงอมแล้วก็โงหัวไม่ขึ้น กับยาบ้าแล้วไปซ้ำเติมกัญชาอีกรับไม่ไหว ๒. ซึ่งสังคมเราอ่อนแอมากก็คือระบบกระบวนการ ยุติธรรม เอาง่าย ๆ ชั้นต้นก็คือตำรวจ ท่านมั่นใจไหมว่าตำรวจจะกวดขันเรื่องนี้ให้เราได้ดี เราก็กล่าวหาตำรวจมาตลอดว่ามาขายเองใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ ผมเกรงตรงนี้ว่า ยาบ้าเรายังเอาไม่อยู่ พอเกิดกัญชาไปอีกทีหนึ่งแล้วระบบสังคมเราเป็นอย่างนี้เรากำลังจะ นำบุตรหลานของเราเข้าสู่อะไรไม่รู้ อันนี้ขอกังวลที่ ๑ นะครับ
ข้อกังวลที่ ๒ ก็คือวันนี้ที่เรากำลังออกกฎหมายนี้ กระแสวันนี้คือกัญชาเสรี ๆ แล้วก็ให้ความหวังชาวบ้านด้วยว่าครอบครัวละ ๕ ต้น ๖ ต้น ชาวบ้านก็คิดว่าวันนี้จะร่ำรวย นักธุรกิจระดับกลางก็แห่จะทำนะครับ ระดับใหญ่ก็ลงทุนกันมหาศาลหลายหมื่นไร่ ทั้งที่นี่ และทั้งประเทศข้างเคียงรองรับกัญชาเสรีและกัญชาที่เป็นเศรษฐกิจ แต่เราลืมไปหรือเปล่า ที่ผมกังวลมากก็คือมันมีข้อผูกพันในกรณีสนธิสัญญาระหว่างประเทศของสหประชาชาตินี้ เขามีคณะกรรมาธิการยาเสพ ตรงนั้นไปอ่านเป็นอื่นไม่ได้เลย ผมสงสัยข้อนี้ก็ศึกษาผู้รู้ทั้งคืน เมื่อคืนนี้ก็มีผู้รู้ทั้งนักกฎหมายระหว่างประเทศ แล้วก็มีผู้ที่ช่ำชองในวงการระหว่างประเทศ ให้ข้อมูลผมสรุปตรงกันว่าสนธิสัญญาระหว่างประเทศของยูเอ็น (UN) เขียนไว้ชัดแล้วลงนาม ๑๘๗ ประเทศแล้ว รวมทั้งประเทศไทยด้วยว่ากัญชาคือยาเสพติด ๑ ใน ๓ รายที่เขาจัดไว้ ในประเภทรุนแรง โคเคน กัญชา และฝิ่น เขาห้ามไว้ว่าจะนำกัญชาไปใช้ในทางการแพทย์ เท่านั้นที่เขาปล่อยให้ หลัง ๆ ที่เขาแก้กันในปี ๒๕๖๑ คือให้นำกัญชาไปใช้เพื่อทางการแพทย์ และศึกษาวิจัยทดลองเท่านั้นและห้ามเด็ดขาดเลยคือห้ามไปใช้ทางการค้าแล้วก็ทำเชิงธุรกิจ หลายประเทศที่คิดจะทำการค้าส่งเข้า นำออก อังกฤษก็ดี ออสเตรเลียก็ตามอันนี้ถูกกำหนด ถูกให้ยื่นระเบียบชัดเจนว่าคุณจะนำไปใช้ทดลองเท่าไรถึงอนุญาตปลูกเท่านั้น แต่วันนี้เรา สร้างกระแสว่าจะรวยเพราะกัญชา ชาวบ้านก็ครอบครัวละ ๖ ต้น นักธุรกิจก็ปลูกส่งออก นำเข้าให้ไปดูให้ดีครับ ดูให้ดีวันนี้สภากำลังจะออกกฎหมายที่ขัดกับข้อผูกพันระหว่างประเทศ ถ้าเราออกกฎหมายไปขัดกับข้อผูกพันระหว่างประเทศกับสนธิสัญญายูเอ็น (UN) แล้วนี้ รัฐบาลกำลังนำประเทศเข้าไปสู่อะไรต้องคิด ตรงนี้ขอฝากให้คิดเลยว่าอย่าหละหลวมครับ พอผมมาดูในร่างกฎหมายนี้ก็ดูเหมือนจะรู้ด้วย แล้วก็เขียนกำกวมไว้ด้วย เพราะฉะนั้น ประเด็นหลักก็คือวันนี้สภากำลังจะออกกฎหมายที่มันขัดกับข้อผูกพันระหว่างประเทศ คือสนธิสัญญาสหประชาชาติหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มีอยู่ ๒ ทาง ๑. เราบอกว่าเสรี สร้างความหวังให้ชาวบ้านว่าจะร่ำจะรวยแล้วถ้ามันไปขัดยูเอ็น (UN) ก็คือทำไม่ได้ แต่ถ้าเรา จะฝืนยูเอ็น (UN) ก็คือเรากำลังจะทำผิดอะไรอีก เพราะฉะนั้นผมอยากฝากให้ไปคิดมาก ๆ ฝากเป็นข้อสังเกตว่าเรื่องนี้เสี่ยง ผมเองยังไม่สบายใจที่จะลงมติด้วยว่าถ้ามันจะขัดกับยูเอ็น (UN) แล้วเราจะเกิดอะไรขึ้นในที่นี่
ข้อกังวลสุดท้าย ก็คือว่าวันนี้เราทราบว่าธุรกิจนี้มันถูกกระตุ้นให้เราตื่นตัว แล้วคนมีเงินมีทองก็ไปวางระบบไว้หมดเหมือนกับกับดักไว้หมด ชาวบ้านวันนี้มีคนบอกว่า เสมือนเอาชาวบ้านอ้างบังหน้า แล้วท้ายที่สุดคนที่ได้คือนายทุน เราก็ไปดูเงื่อนไขในการที่จะ ขออนุญาตปลูกแล้วมันก็ใช่ ถ้ามีทุนต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาทปลูกเชิงพาณิชย์ไม่ได้ ถ้าจะปลูก ครอบครัวละ ๖ ต้นจำกัดไว้ยิบเลยว่าขายได้เฉพาะโน่นนี่นั่น ที่ขายได้มันไม่ได้เป็นเงินหรอก ที่ขายไม่ได้เท่านั้นที่มันเป็นเงิน เพราะฉะนั้นก็มีข่าวติดคุกติดตะรางกันมาเรื่อย ๆ อันนี้ ต้องฝากประเด็นที่ ๓ นี้ว่าถ้าจะทำจริง ๆ ก็ทำให้ชาวบ้านเขาได้ประโยชน์ ธุรกิจนี้ก็ทำให้ มันกระจายความเป็นธรรมกันไปทั่วถึงให้ได้ด้วยกัน แต่ระวังว่าที่ได้ ๑. ผิดกฎหมาย ๒. ผิดกฎ ผิดข้อผูกพันระหว่างประเทศและประเทศจะซวย แล้วคนที่ออกกฎหมายคนที่ยกมือให้ผ่าน แล้วก็จะซวยด้วย เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าเรื่องนี้ ตั้งสตินิดหนึ่ง ของดีก็ดีล่ะครับแต่ว่าถ้าเราไม่รอบคอบมันจะกลับตาลปัตรเป็นของไม่ดี ประชาชนเขาไม่รู้ละเอียดอย่างเรา เราจะพาเขาไปทางไหนเขาก็ไป เราจะบอกเขาอย่างไร เขาก็ย่อมเชื่อ แต่เราก็ควรที่จะบอกในสิ่งที่มันเป็นคุณ การประชาสัมพันธ์ในสิ่งที่มันไม่จริง การสร้างกระแสที่ความจริงไม่ครบถ้วนมันจะเป็นบาป เพราะฉะนั้นก็เลยเห็นด้วยที่จะนำ เรื่องนี้มาพิจารณา แล้วถ้าจะผ่านจริง ๆ ต้องรอบคอบเป็นที่สุด ฝากคณะกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ