เท่าพิภพ จี้ปรับลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 50,000 เป็น 5,000 บาท

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หารือเรื่องค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและอำนาจเจ้าหน้าที่ในการตรวจสถานที่ปลูก โดยเสนอให้ปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมจาก 50,000 เป็น 5,000 บาท และเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงขอบคุณทุกพรรคการเมืองโดยเฉพาะภูมิใจไทยที่สนับสนุนการปลดล็อกกัญชา พร้อมผลักดันให้กฎหมายเกี่ยวกับกัญชา สุรา และสมรสเท่าเทียมผ่านสภา

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมเป็นตัวแทนมาเปิด การอภิปรายเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. กัญชง กัญชา ในวาระหนึ่งเรื่องหลักการของพรรคก้าวไกล ก่อนอื่นเลยพรรคก้าวไกลเราก็สนับสนุนในการที่จะมีกฎหมายกัญชามาเพื่อปิดช่องว่าง ในเรื่องของสุญญากาศตรงนี้นะครับ ในหลักการเขียนไว้กว้าง ๆ นะครับว่าให้มีกฎหมายเกี่ยวกับกัญชง กัญชา ซึ่งในนี้ผมก็ได้อ่าน จริง ๆ แล้วก็มีคอมเมนต์ (Comment) รวมถึงได้ร่วมกับทางภาคประชาชนอย่างเครือข่าย ขีดเขียนอนาคตกัญชาไทยที่เขาไปฟังหลายเวที ผมก็ไปร่วมฟังกับเขาด้วย ได้เสนอร่างไปแล้ว อีกร่างหนึ่งได้รับร่างมาแล้วก็เสนอไปในนามพรรคก้าวไกล แต่ทราบว่าตอนนี้ก็ติดอยู่ที่ ครม. ใช่ไหมครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่เป็นอะไรครับ เพราะว่าวันนี้เรามาก็ได้ข่าวว่าน่าจะผ่าน เพราะว่าทุกคนบอกโอ้โหทำเพื่อประชาชนอะไรอย่างนี้ ก็หวังว่าวันนี้จะทำเพื่อประชาชน ทั้งวันนะครับ ร่าง พ.ร.บ. สรรพสามิตสุราก้าวหน้าของผมนี่ก็จะได้ผ่านไปพร้อมกับสมรส เท่าเทียมด้วยใช่ไหมครับ ซึ่งในเนื้อหาใจความก็เป็นกฎหมายที่ดีมีหลายอย่างที่ให้ท้องถิ่นไป ให้ใบอนุญาตหรือการจดแจ้งที่ชาวบ้านได้ปลูกที่บ้านได้ ซึ่งจริง ๆ ก็ยืนยันว่ามันเป็นสิทธิ เสรีภาพในที่รโหฐานของประชาชนที่เขาจะทำได้ ก็เหมือนกับการทำเบียร์ในบ้านนั่นเอง ซึ่งตรงนี้เราก็มองว่าต่าง ๆ มันดูเหมือนว่าเสรีโดยหลักการ แต่บางอย่างมันอาจจะน่ากลัวว่า ผูกขาดโดยกลไกหรือเปล่า ซึ่งข้อเสนอร่างที่ผมได้ยื่นไปซึ่งน่าจะเป็นร่างที่พรรคก้าวไกล เราอยากไปคุยกันในกรรมาธิการต่อไป คือควรจะเพิ่มเหมือนใน พ.ร.บ. สรรพสามิตที่ผม เสนอว่าจริง ๆ ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ที่ออกเป็นกฎกระทรวงไม่ให้มีความเป็นในลักษณะ ที่ผูกขาด เช่น โอ้โฮกว่าจะขอใบอนุญาตในการปลูกได้ไป ๆ มา ๆ ตั้งไว้ว่า ๑๐๐ ไร่หรือเปล่า ทำเพื่อการค้าอย่างนี้มันก็ไม่ไหวนะครับ เพราะว่าที่ดิน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศนั้น ก็อยู่ในมือคนไม่กี่กลุ่ม แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้คนที่มีที่ดิน ๑๐๐ ไร่ก็น้อย หรือว่าข้อเสนอ ของพรรคก้าวไกลเป็นจุดยืนมาตั้งนานในเรื่องของ พ.ร.บ. ทุกฉบับที่เสนอมา ๒ ฉบับ จะมีการตั้งคณะกรรมการกัญชาหรืออีกอันเรียกว่าคณะกรรมการนโยบายกัญชา จริง ๆ แล้ว พรรคก้าวไกลพูดมาทุก พ.ร.บ. ว่าโครงสร้างอันนี้ที่มาจากการรัฐประหารตอนปี ๒๕๕๐ ที่เริ่มขึ้นมาอย่างนี้มันไม่มีความเป็นประชาธิปไตยเลย เพราะเต็มไปด้วยข้าราชการต่าง ๆ ที่จะเดินเข้ามาแล้วก็มีคนที่มาจากภาคการเมืองไม่กี่คน อย่างในฉบับหนึ่งก็ประมาณ ๓ คน ๔ คนเท่านั้นเอง ซึ่งตรงนี้มองว่าถ้าไม่มีคณะกรรมการนี้จะดีกว่า เพราะว่าเมื่อหน่วยงาน เหล่านี้เป็นผู้ใช้กฎเอง บังคับใช้กฎ แล้วคณะกรรมการนี้สามารถตั้งกฎขึ้นมาเอง อันนี้ผมว่า มันขัดหลักการแบ่งแยกอำนาจหรือนิติรัฐอย่างยิ่ง รวมถึงข้อเสนอของพรรคก้าวไกลเรา ยังเดินหน้าปลดล็อกท้องถิ่น ไม่ใช่แค่กระจายอำนาจไปแต่จะต้องกระจายรายได้ให้เขาด้วย ไม่ใช่ให้เขาแต่ภาระเหมือนกับที่รัฐบาลนี้ทำ ภาษีที่ไม่มีการกำหนดใน ๒ พ.ร.บ. นี้ก็เป็นสิ่งที่ พรรคก้าวไกลร่วมกับประชาชน อยากเสนอว่าเราควรจะเก็บภาษี ไม่อย่างนั้นมีแค่ใบอนุญาต แปลว่าคุณจะปลูก ๑,๐๐๐ ไร่ คุณก็เสียค่าใบอนุญาตเท่ากับคนที่ปลูกแค่ ๒ ไร่อย่างนี้หรือ ผมว่าอันนี้มันก็ไม่แฟร์ (Fair) เป็นบุฟเฟต์ (Buffet) เกินไปหน่อยหรือเปล่า แล้วเราเสนอให้ รายได้คือเก็บเข้าท้องถิ่น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะมันเป็นหลักการเดียวกันว่าถ้าเรามองว่า กัญชาเราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลเสีย ผลเสียมันเกิดที่ไหน เราก็ต้องเอาเงินภาษีไปช่วยในการ จัดการลดผลกระทบของที่นั่นใช่ไหม แล้วในเรื่องของบริเวณโซนนิง (Zoning) การปลูก เพื่อนันทนาการเราก็อยากเสนอ เพราะว่าจริง ๆ พ.ร.บ. นี้ก็ค่อนข้างฟรีอย่างที่เพื่อน ส.ส. ฝ่ายค้านของผมได้อภิปรายไปข้างต้นว่าค่อนข้างฟรี เราก็อยากให้ท้องถิ่นได้กำหนดไปเลยว่า ตรงไหนควรจะเป็นที่นันทนาการหรือไม่ อย่างไร เป็นการทำประชามติด้วยจะได้มีอันนี้ครับ

เรื่องค่าธรรมเนียมใบอนุญาต โอเค (OK) ครับ ผู้เสนอได้อธิบายไปแล้วว่า ที่เขียนมันคือเป็นขั้นสูงสุดแล้วรัฐมนตรีกำหนดต่ำลงมา แต่พรรคก้าวไกลตัดศูนย์ให้ตัวหนึ่ง เหลือ ๕,๐๐๐ จาก ๕๐,๐๐๐ แล้วก็อีกอันหนึ่งที่เป็นที่กังวลของภาคประชาชนมากก็คือ เรื่องอำนาจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจริง ๆ แล้วอันนี้มันลอก พ.ร.บ. สรรพสามิตมาเกี่ยวกับการ ที่เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการเข้าไปตรวจในสถานที่ปลูกโดยไม่ต้องมีหมาย ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า จริง ๆ แล้วถ้าเรามองว่าเป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพ บางทีอันนี้เป็นการใช้อำนาจเกินหน้าที่ นอกอาณาเขตไปหน่อย เพราะว่าที่ที่ปลูกมันก็เป็นบ้านของประชาชน ตามกฎหมายอาญา ตำรวจยังจะเข้าบ้านไม่ได้เลย ยิ่งเวลากลางคืนถึงแม้จะมีเหตุถ้าเขาไม่หนีเราก็เข้าบ้านเขา ไม่ได้ครับ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหลักที่พรรคก้าวไกลยืนยันมาเสมอครับว่าเรื่องการที่ทุกคนได้เข้าถึงสิทธิในการ ประกอบธุรกิจทำอาชีพอย่างเสรี รวมถึงการรักษาเสรีภาพส่วนตัวของประชาชนของปัจเจกด้วย ทั้งนี้ต้องขอบคุณทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคภูมิใจไทยผมก็เข้าใจนะครับว่า สู้เรื่องนี้มาในหลายระดับตั้งแต่ไปปลดล็อกโน่นปลดล็อกนี่ออกจากยาเสพติด วันนี้ประเทศไทย ก็ถือว่าเป็นประเทศที่ก้าวหน้าที่สุดในเอเชีย (Asia) แล้วในเรื่องของกัญชา แต่ก็ฝากนะครับ มันจะมีความสมบูรณ์แล้วจะมีความถูกต้องมากขึ้นถ้าเรากำหนดในรายละเอียดแล้วทุกคน ยอมรับได้ อย่างไรก็ฝากด้วยครับวันนี้มีอีกหลาย พ.ร.บ. ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็อยาก ให้วันนี้ทั้งกัญชา สุรา แล้วก็สมรสเท่าเทียมผ่านนะครับ เพราะว่าวันนี้มันจะเป็นบทพิสูจน์ว่า ประเทศไทยพร้อมเดินหน้าแล้วก้าวข้ามอะไรหลาย ๆ อย่างได้แล้ว ขอบคุณครับ