มานพ คีรีภูวดล สนับสนุนการพัฒนาสุราพื้นบ้านจากทรัพยากรท้องถิ่นและเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ความหลากหลายทางชีวภาพ และลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ คนเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ผมอยากมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการ การพัฒนาเศรษฐกิจว่าด้วยเรื่องของการพัฒนาเรื่องสุราพื้นบ้าน เมื่อสักครู่ท่านจิรายุบอกว่า เห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์ ของผมนี่คูณคุณอีก ๑ ล้านครับ ซึ่งผมนี่มีเหตุผล ท่านประธานครับ ถ้าหากผมเป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บริหาร ผมจะไม่รอให้กรรมาธิการ ศึกษาครับ ผมมีโอกาสแล้วผมจะพัฒนาเรื่องนี้ทันที แต่เมื่อคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ศึกษา ผมเห็นด้วยในข้อเสนอทั้ง ๔ ประการ ในการแก้ไขกฎหมายทั้ง ๔ ข้อในข้อเสนอในรายงานนี้ ท่านประธานครับ แบบนี้ที่ผมอยากจะให้ท่านประธานทราบ แล้วก็ที่ประชุมทราบครับว่า การพัฒนาเศรษฐกิจจากล่างขึ้นบน การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศนี้ โดยเฉพาะความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากร ในแต่ละภูมิภาค ในแต่ละพื้นที่มีเยอะแยะมากมายยังไม่ได้ถูกมาใช้ ซึ่งหลายเรื่องเกี่ยวข้อง กับกฎหมายหลายตัว เกี่ยวข้องเรื่องของกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านอุทยานแห่งชาติ แต่ถ้าหากว่าเราเปิดพื้นที่การพัฒนาเศรษฐกิจด้านความหลากหลาย ชีวภาพเป็นต้นทุนครับ เป็นต้นทุนที่จะทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ใกล้กับทรัพยากรธรรมชาติ ได้ต่อยอด ได้แปรรูป ได้พัฒนา เหล่านี้เราไม่ได้นำเข้าวัตถุดิบหรือความรู้หรือทรัพยากรใด ๆ เพียงแต่ว่าเราเอาสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าได้มอบให้เราแต่ละพื้นที่ต่อยอด ในอดีตมันก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามีกฎหมายมาห้าม ผมยกตัวอย่างนี้ครับ ทุกวันนี้เราพูดถึงเรื่องของภูเขาหัวโล้น จากการปลูกพืชข้าวโพด ซึ่งเป็นพืชข้าวโพดเลี้ยงอาหารสัตว์ พี่น้องชาติพันธุ์ของผมไม่ว่าจะ เป็นพี่น้องม้ง พี่น้องลีซู หรือเผ่าอื่น ๆ ในอดีตเขาทำเหล้าข้าวโพด ทำในพิธีกรรม หลายท่าน บอกว่าเหล้าข้าวโพดกับพี่น้องลีซูและพี่น้องม้ง ดีกรี (Degree) ดีกว่าวอดก้า (Vodka) ด้วย ดีกว่าเตกิรา (Tequila) ด้วย หลายคนก็ยังชิมอยู่ แต่เพราะกฎหมายต่าง ๆ ที่กรรมาธิการได้ รายงานในที่ประชุมนี้เป็นข้อจำกัดและเป็นอุปสรรคจึงไม่สามารถที่จะพัฒนาองค์ความรู้ ทรัพยากรของพี่น้องในพื้นที่ได้ เรายังมีทรัพยากรอีกเยอะแยะมากมาย เมื่อสักครู่คุณพิธา หัวหน้าพรรคผมพูดถึงเรื่องของทรัพยากร พูดถึงเหล้าดาวลอยที่อมก๋อยที่แม่ตื่น ผมไปศึกษา กับผู้อาวุโสครับ เวลาชาวบ้านเขาทำสุราพื้นบ้าน สิ่งสำคัญคือต้องมีแป้งเหล้า ต้องมีวัตถุดิบ ว่าจะใช้วัตถุดิบอะไรในการทำ สิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องน้ำ เพราะฉะนั้นการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ ป่า มันจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของ การผลิตสุราพื้นบ้าน หากว่ามีการสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ใช้ศักยภาพ ได้ใช้องค์ความรู้ มีระบบการสนับสนุนที่ถูกต้องและเป็นธรรม และมีระบบวิทยาศาสตร์ ความรู้นวัตกรรมต่าง ๆ ลงไปสนับสนุน ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งที่มันจะดำรงอยู่นอกเหนือจากเศรษฐกิจ เรื่องของทรัพยากรความหลากหลายชีวภาพนี้ที่จะมาแปรรูปหรือว่าจะพัฒนาเป็นสุราต่าง ๆ เขาจะต้องรักษาทรัพยากรที่เป็นที่มาของการผลิตสุรา ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ไม่ว่าจะเป็นป่า ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำเรื่องหนึ่งมันจะไปเชื่อมโยงกับ อีกหลายเรื่อง ผมจึงเห็นว่าเรื่องนี้ถ้าหากว่าเราได้ทำจริง ๆ แล้วรัฐบาลได้หยิบยกข้อเสนอ ของคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งเป็นอำนาจของท่านที่สามารถทำได้ในการ แก้ไขกฎหมาย ๔ ข้อที่กรรมาธิการเสนอ ผมคิดว่าสำคัญที่สุดสิ่งที่เราจะมีโอกาสได้เห็น สิ่งที่เรากำลังจะทำให้พี่น้องประชาชน สำคัญที่สุดคือเรากำลังจะพัฒนาการแข่งขันที่เป็นธรรม เรากำลังจะสร้างความเสมอภาคในการแข่งขัน ที่สำคัญที่สุดผมคิดว่าการลดความเหลื่อมล้ำ ของพี่น้องประชาชนในทางเศรษฐกิจ ท่านประธานลองนึกภาพว่าพี่น้องประชาชนที่ยังดำรง รักษาเมล็ดพันธุ์ไว้ที่เยอะที่สุด ผมยืนยันว่าเยอะที่สุด มีงานวิชาการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีงานวิชาการของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร พี่น้องชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ พี่น้องกะเหรี่ยง ที่ยังคงรักษาระบบการทำไร่หมุนเวียนหรือเกษตรแบบธรรมชาติ ยังมีการรักษาเมล็ดพันธุ์ พื้นบ้านไว้เยอะที่สุดในระบบธรรมชาติ ซึ่งยังไม่มีใครไปครอบครอง ยังไม่มีการไปตัดต่อหรือ เป็นระบบไฮบริด (Hybrid) เพราะฉะนั้นฐานทรัพยากรเหล่านี้ที่มันมีอยู่ ถ้าหากกระบวนการแปรรูปสุราเป็นส่วนหนึ่ง ของการพัฒนาฐานทรัพยากรโดยการแก้ไขปัญหาข้อจำกัดคือข้อกฎหมายที่มีอยู่ตอนนี้ โดยผู้บริหารรัฐบาลผมเชื่อมั่น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าบรรยากาศการไปเที่ยวแต่ละพื้นที่นั้น การไปสัมผัสแต่ละพื้นที่ ท่านประธานไปที่เชียงใหม่ก็อยากจะซื้อของฝากที่เป็นของที่ระลึก ท่านประธานไปที่แม่ฮ่องสอน ไปที่อมก๋อย ไปที่เชียงราย ไปเจอวัฒนธรรมต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ ต่างหากมันคือคุณค่า เราพูดกันว่ากันว่าเราจะขายวัฒนธรรมกันอย่างไร เราพูดเรื่องของ ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) อันนี้ล่ะของจริงครับ ของจริงที่จะเกิดการสร้างมูลค่าและ การดำรงความเป็นตัวตน รักษาความเป็นสังคมไทยบนฐานพหุวัฒนธรรม พหุสังคมครับ ขอบคุณท่านประธานครับ