จิรายุ ห่วงเบียร์ท้องถิ่น ขอเปิดทางผลิต-ควบคุมเหมาะสม เสริมเศรษฐกิจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕

จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือประเด็นการเปิดเสรีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยยกตัวอย่างการผลิตเบียร์เฉพาะถิ่นในต่างประเทศเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นและสร้างความเทียบเท่ากับนานาชาติ พร้อมตั้งคำถามถึงนโยบายรัฐในการควบคุมตลาด และเสนอให้ส่งเสริมการผลิตเบียร์ท้องถิ่นภายใต้กรอบการควบคุมที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มรายได้แผ่นดินและลดการพึ่งพาสินค้านำเข้า

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขตคลองสามวา ท่านประธานครับ ยอมรับความจริงกันได้หรือยังครับกับประเทศไทยกับรัฐบาลไทยที่ขณะนี้ บักโกรก ไส้แห้ง ถังแตก ก้นขาด งบประมาณวันอังคารที่จะเข้าถึงนี้ก็ขาดดุลอย่างต่อเนื่อง จนเป็นนักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ภาค ๕ ไปแล้ว การพิจารณาของคณะกรรมาธิการนี้ ผมเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์ ล้านเปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ เราอยู่ในต่างประเทศ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกไปต่างประเทศกันบ่อย โดยเฉพาะยุโรปเขาดื่มเบียร์แทนน้ำ จึงมีการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนในแต่ละตำบล อำเภอ จังหวัดทำเบียร์ของแต่ละประเทศ แต่ละเมือง ไปเเอนต์เวิร์ปที่เบลเยียมก็กินเบียร์ยี่ห้อแอนต์เวิร์ป ไปบรัสเซลส์ก็กินเบียร์ยี่ห้อ บรัสเซลส์ ไปเมืองออสเตนก็ดื่มเบียร์ยี่ห้อออสเตน แต่เมืองไทยครับ เราไม่กล้าที่จะทำอะไร แบบนั้นเลยจริง ๆ หรือ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว แต่ผมอยากจะบอก ท่านประธานครับว่าเราเปิดเสรีแบบเต็มร้อยไม่ได้ เราเปิดแบบครึ่งหนึ่งก่อนได้ไหมครับ ด้วยวัตถุประสงค์ของโลกใบนี้เขาทำเบียร์กันเยอะแยะมากมาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเรื่องปกติ การบาลานซ์ (Balance) หรือว่าการปรับระดับระหว่างอันตรายกับสุขภาพ และตลาดการค้า ท่านต้องแยกให้ออกนะครับ ผมอยากจะบอกท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ถ้าพี่น้องประชาชนไม่เข้าใจว่าสินค้าเบียร์ในประเทศไทยชื่อคุ้นหูนั้นมีอะไรบ้าง ผมอยากจะ ให้ท่านประธานดูเบียร์ยี่ห้อต่อไปนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

ประธานครับ ดูภาพแรกนะครับ นี่เบียร์ยี่ห้อภูเก็ต สภาเรากำลังจะพิจารณา ผมไม่ได้โฆษณาให้เขาแต่บอกว่านี่มียี่ห้อภูเก็ต ที่ขายอยู่ในประเทศไทยครับ ท่านประธานดูยี่ห้อต่อไปครับ ท่านประธานอาจจะไม่ค่อยคุ้น ท่านประธานอาจจะไม่ใช่คนดื่มเบียร์ ยี่ห้อลูกกรุง เคยได้ยินไหมครับ ยี่ห้อลูกกรุง นี่มันขาย อยู่ในประเทศไทย ดูยี่ห้อต่อไป ท่านประธานครับ ยี่ห้อบ้านนอก เบียร์ยี่ห้อบ้านนอกเพิ่งเคย เห็นใช่ไหมครับ ผมบอกอย่างไรว่าประเทศไทยเราชอบทำเป็นอายเขา เดี๋ยวคนจะดื่มเหล้า เมายา กฎหมายก็แยกกันบังคับไป ท่านประธานดูยี่ห้อต่อไปนะครับ ยี่ห้อผีบอก พูดอีกทีครับ เบียร์ยี่ห้อผีบอก ที่ผมพูดอย่างนี้ท่านประธานรู้ไหมครับว่าแต่ละยี่ห้อที่ผมนำเสนอเมื่อสักครู่นี้ ราคาไม่เบาเลยนะครับ ขวดตั้งแต่ ๑๐๐ บาท กระป๋องหนึ่ง ๑๐๐ บาทไปจนถึง ๒๐๐ บาท ยี่ห้อผีบอกเมื่อสักครู่นี้ผมไปเดินดูตามร้านใหญ่ ๆ ที่เขาขายกันขายกระป๋องละ ๑๕๐ บาท เมดอินไทยแลนด์ (Made in Thailand) ถามว่าทำไมเขาทำได้ก็ทุนเขาหนาแต่ขายราคาแพง เขาเป็นนิช มาร์เกต (Niche Market) เขาเป็นตลาดเฉพาะทาง แต่รัฐบาลไทยไม่เอา จะให้ ยี่ห้อ ๔ ขาอยู่ตลอด ผีมันก็ขายเบียร์ได้ ท่านประธานครับ ถ้าส่งเสริมดี ๆ ควบคุมกฎหมายดี ๆ เรารับรองเรามีภาษี แล้วเราก็ไม่ต้องไปขาดดุลงบประมาณแผ่นดินแบบนี้อีก และผมจะบอกความจริงกับท่านประธานอย่างนี้ว่าเบียร์ในประเทศไทยที่ผลิตอยู่ในปัจจุบันนี้ มีไม่กี่ยี่ห้อ ผมนับได้ประมาณไม่ถึง ๑๐ ยี่ห้อ แต่ถ้าเกิดคอเบียร์ไปสำรวจ ผมเป็นคนดื่มเบียร์ ผมก็จะชอบถามว่าเบียร์ยี่ห้อนี้มันของไทยไหม ท่านประธานครับ ชื่อของไทยหมดแต่ขายอยู่ ในประเทศไทยประมาณ ๗๐ ยี่ห้อ ถ้าดูภาพต่อไปนี้ นี่คือเบียร์ไทย ท่านประธานจะเห็นว่า มีธงชาติกัมพูชาที่เขียนว่าแคมโบเดีย ราคา ๑๒๕ บาท ผมถามว่ามันไปอยู่ในเชลฟ์ (Shelf) หรืออยู่ในซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) แบบแสตนด์อะโลน (Stand Alone) บ้านเราได้ อย่างไร แล้วทำไมคนไทยคอเบียร์ถึงไปซื้อดื่มกัน มีอยู่ ๗๐ ยี่ห้อ ถ้าท่านประธานไปดูฉลาก ด้านหลังมันจะเขียนว่าอย่างไรรู้ไหมครับ เมดอิน (Made in) เกาะกง เกาะกงอยู่ที่จันทบุรี ตราด ข้ามเกาะไปนิดเดียวมันผลิตอยู่ที่นั่นแล้วมันก็มาขายในเมืองไทย อีกยี่ห้อหนึ่งที่อยู่ บนภาพนี่นะครับ ผลิตเมดอินแคมโบเดีย (Made in Cambodia) (พนมเปญ) บางคนก็ผลิต ยี่ห้อแบบชื่อไทยเลยแต่เมดอินไต้หวัน (Made in Taiwan) เมดอิน (Made in) ญี่ปุ่น เมดอิน อเมริกา (Made in America) ก็มี แล้วมันก็ส่งเข้ามาขายในเมืองไทยให้คนไทยนี่จ่ายค่าภาษี ให้กับต่างชาติ ผมจึงถามท่านประธานว่าตกลงแล้วรัฐบาลไทย พลเอก ประยุทธ์ จะอย่างไร กีดกันทางการค้าอยู่หรืออย่างไร จะเปิดเสรีแบบไหน จะยกระดับแบบใด ผมจึงเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้ อยากจะบอกไปยังพี่น้องประชาชนว่าสินค้าบางอย่าง คนไม่ดื่มอย่างไรมันก็ไม่ดื่ม คนดื่มมันก็ขวนขวายที่จะหาดื่ม ช่วงล็อกดาวน์ (Lockdown) จังหวัดนี้ไม่ขายมันก็ขับรถข้ามคลองไปกินจังหวัดโน่น กรุงเทพมหานครไม่ขายก็ขับรถไป อีกหน่อยก็นนทบุรีแล้วก็ไปนั่งกินที่แถว ๆ งามวงศ์วาน ผมจึงถามว่าเมืองไทยเรายอมรับ ความจริงกันหรือยัง เอาล่ะรัฐบาลครับ ท่านกรรมาธิการครับ ท่านส่งเรื่องไปยังรัฐบาล นายกรัฐมนตรีแล้วเอามาดูว่าประเทศข้างบ้านเราเขาผลิตเบียร์มาขายให้กับไทยแล้วใช้ชื่อไทย นี่มันอายเขามาไหม เอาล่ะถ้าไม่อย่างนั้นก็เอาเป็นภาค ภาคใต้ จังหวัดของท่านประธานก็ทำ ยี่ห้อเบียร์ไปเลย รัฐควบคุมเอาแค่จังหวัดละ ๑ ยี่ห้อ ก็มี ๗๗ จังหวัด อีกหน่อยผมก็จะทำ วอดก้า (Vodka) ยี่ห้อคลองสามวาบ้านผม เวลาฉลองเฮ ผมก็ยกสามวา ยกสามวา ฝรั่งเศส ท่านประธานครับ ไวน์ที่เป็นสปาร์กลิงไวน์ (Sparkling Wine) ก็คือไวน์ที่มีแก๊ส มีกรด มีฟอง ก็คือไวน์ขาวที่ใส่ฟองเข้าไป ถ้าเป็นประเทศอื่นเรียกว่า ไวน์มีฟอง สปาร์กลิงไวน์ (Sparkling Wine) แต่ถ้าไปเรียกในฝรั่งเศสเรียกไม่ได้นะ ต้องเรียกแชมเปญ (Champagne) เพราะว่า มันจดลิขสิทธิ์ไว้ครับ ถ้าไวน์ประเภทนี้ขายที่ฝรั่งเศสที่เมืองแชมเปญ (Champagne) นี่มัน ต้องเรียกว่าแชมเปญ (Champagne) แล้วไทยแลนด์ (Thailand) ทำไมเราทำไม่ได้ล่ะครับ คุณพระคุณเจ้าดื่มเบียร์ เป็นข้อห้ามศีล ๕ ขายอะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในศีล ๕ รวยทุกราย ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิตก็ขายเนื้อ ขายเป็ด ปีกไก่ทอดกันเยอะแยะเต็มไปหมด ห้ามดื่มสุรายาเมา ก็ขายแล้วก็รวยทุกราย เราแยกเอาจริตของมนุษย์กับประเพณีจารีตแยกออกได้ไหมครับ ผมจึงฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าเรื่องเบียร์ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย การควบคุมกฎหมายต่าง ๆ อะไรที่มันอยู่ในโลกาภิวัตน์แล้วท่านสามารถผ่อนคลายได้ท่านก็ทำ ผมจึงยกตัวอย่างมาให้ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลโปรดพิจารณาเพื่อนำไปศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมในการปลดล็อก ในเรื่องของการผลิตเบียร์ท้องถิ่นหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ขอขอบคุณท่านประธานครับ