เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หารือปัญหาข้อจำกัดในอุตสาหกรรมสุราไทยที่เกิดจากกฎหมายและนโยบายที่เอื้อประโยชน์แก่ผู้ผลิตรายใหญ่ ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถเติบโตได้ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขกฎหมาย ภาษี บรรจุภัณฑ์ การโฆษณา และการขายออนไลน์อย่างรอบด้าน รวมถึงการปรับปรุง พ.ร.บ. สุราให้สอดคล้องกับกฎหมายโรงงานและส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้แก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีและการตีความกฎหมายที่ขัดแย้งกัน ซึ่งอาจนำไปสู่การทุจริต และผลักดันให้มีการปลดล็อกการผลิตสุราเพื่อส่งเสริมรายได้และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ในฐานะ โฆษกคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และประธานอนุกรรมาธิการ ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมสุราไทย ซึ่งวันนี้ผมก็ต้องขอขอบคุณที่ท่านประธาน ได้บรรจุวาระนี้แล้วก็รายงานของคณะอนุกรรมาธิการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมสุราเข้าสู่สภา ซึ่งก็บังเอิญเป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะพอเจาะกับวันที่ ๘ มิถุนายนนี้ ซึ่ง พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า ของผมก็จะได้ต่อท้าย พ.ร.บ. กัญชา กัญชง เข้าสู่สภาด้วย ก็หวังว่าวันนี้ก็จะเป็นการรายงาน และการพูดเรื่องสุราของสภานี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะวันที่ ๘ เราจะได้ปลดล็อกกันเสียที ซึ่งในวันนี้การศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการเราก็ได้ศึกษาในประเด็นสำคัญคือเรื่องปัญหา สภาพอุปสรรคต่าง ๆ ตลอดจนวิเคราะห์ข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อจัดทำแนวทางข้อเสนอเกี่ยวกับ การแก้ไขกฎหมายเพื่อพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมสุราเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศ ด้วยเหตุนี้คณะอนุกรรมาธิการของเราก็ได้จัดการประชุมโดยเรียกหน่วยงานต่าง ๆ และเสวนาอย่างต่อเนื่องจนได้มาเป็นรายงานนี้ กระผมขออนุญาตท่านประธานและขอบคุณ ที่วันนี้ให้ผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนร่วมอนุกรรมาธิการของผมที่ร่วมจัดทำรายงานนี้ ซึ่งมาจาก หลายความเชี่ยวชาญด้วยกันมาอยู่ในสภานี้ และเป็นตัวแทนของพวกเขาในการที่จะพูดด้วย เดี๋ยวผมขอสไลด์ (Slide) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ความเป็นมาที่เราเอามานี้ ประเทศไทยก็อย่างที่เรารู้ เราเริ่มจากธุรกิจอุตสาหกรรมที่ผูกขาดโดยการให้เป็นราย ๆ ไป จนวันหนึ่งเราก็มาเรียกว่าเปิดเสรีเป็นบางเจ้า จนกระทั่งวันนี้เราเปิดเสรี แต่ด้วยเงื่อนไข ต่าง ๆ นานาทำให้เราไม่สามารถทำให้รายเล็กได้ลืมตาอ้าปากได้เลย มีแต่รายใหญ่เท่านั้น ที่ทำได้ ๑ ในนั้นผู้ประสบภัยในที่นี้ก็คือน่าจะเป็นผมเอง นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๓ ที่คณะกรรมาธิการได้มีมติอนุมัติให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาพัฒนาธุรกิจ อุตสาหกรรมสุราขึ้นมาเพื่อศึกษาแนวทางและจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขกฎหมาย เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม เรามีความพยายามที่จะทำให้รูปเล่มรายงานนี้ทำให้เป็นคัมภีร์หนึ่ง ต่อไปเมื่อสภานี้เห็นชอบเราจะได้ยึดถือเป็นหลักการในการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าไม่เพียงแค่เรื่องการอนุญาตการผลิตครับ แต่มันยังมีเรื่องราวมากมายตามที่ผมจะได้เรียนรายงานต่อไป วัตถุประสงค์ของการศึกษา และประเด็นพิจารณานะครับ เราได้พิจารณาถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมว่ามีมูลค่าเท่าไร เราได้ศึกษากับกฎเกณฑ์การอนุญาตการผลิตสุราในปัจจุบัน และแนวทางในการปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย รวมถึงการกำหนดอัตราภาษีต่าง ๆ ทั้งอัตราราคาที่ต้องจ่าย รวมถึงประเภท รวมถึงบรรจุภัณฑ์ด้วย ซึ่งบรรจุภัณฑ์ท่านเชื่อไหมครับท่านประธาน ตอนนี้มีแค่ ๒ บรรจุภัณฑ์ เท่านั้นที่ทำให้สุราขาวได้คือ ๓๓๓ เอ็มแอล (333 ml) แล้วก็ ๖๘๐ เอ็มแอล (680 ml) เท่านั้น อัตราภาษีเราแสตมป์ก็มีเพียงแค่ ๓ ประเภทเท่านั้น เราจะทำนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ซึ่งเป็น อุปสรรคอย่างยิ่งกับการสร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมสุรา เราได้ศึกษาแนวทางการพัฒนา อุตสาหกรรมสุราโดยเราได้เชิญภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) หรือว่า เป็นคนทำไวน์ไทย ทำสุราไทยทั้งที่ในกรุงเทพ ต่างจังหวัด รวมถึงเราได้เชิญทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ข้าราชการ รวมถึงมหาวิทยาลัยมาร่วมในการศึกษาด้วย นอกจาก ส่วนของการผลิตและการขายเราจะต้องศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมด้วย ซึ่งมันจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าเราห้ามขายวันโน้นวันนี้มันมีความเมกเซนส์ (Make Sense) เท่าไรเป็นการทบทวนกฎหมายที่บังคับใช้ปัจจุบัน รวมถึงข้อดี ข้อเสียของการห้ามโฆษณา รวมถึงการออกกฎว่าห้ามขายออนไลน์ (Online) วิธีการศึกษานะครับ เราก็ได้เชิญหน่วยงาน ต่าง ๆ อาทิเช่น ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนอยู่ในอุตสาหกรรม ทั้งฝ่ายข้าราชการ รวมถึงฝ่ายเอ็นจีโอ (NGO) ต่อต้านครับ แล้วก็เฝ้าระวังเกี่ยวกับสุราได้เข้ามาร่วมกันทั้งในรูปแบบเข้าห้องประชุม รวมถึงการจัดเวทีเสวนาที่น่าจะเป็นครั้งแรกของประเทศไทยเลยที่มีทั้ง ๒ ฝั่งมาร่วมกันครับ ไม่ใช่เวทีที่มีแค่ฝ่ายเดียวจัดเวทีแล้วก็เป็นแอกโคแชมเบอร์ (Echo Chamber) ฟังเสียงสะท้อน ของตัวเองเพียงอย่างเดียว ผลการศึกษา
๔.๑ ในภาพรวมของอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาก็ปฏิเสธไม่ได้นะครับ ผู้ประสบภัยก็ยืนอยู่ตรงนี้ ก็จะเป็นเรื่องเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่เอื้อให้กับผู้ประกอบการรายย่อย อย่างผมโดนจับเรื่องเบียร์ผมต้องทำเบียร์ ๑๐ ล้านลิตรต่อปีครับเพื่อจะให้ถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่จบปริญญาตรีได้เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วโรงเบียร์ ๑๐ ล้านลิตรต้องใช้เงินเป็นพันล้านบาทครับ ท่านประธานเมื่อไรผมจะได้ นี่เป็นไปไม่ได้เลย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยต้องยอมรับว่าปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์กว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในธุรกิจน้ำเมามันก็อยู่ไม่กี่ตระกูล ไม่ได้กระจายไปยังประชาชนทั่วไป อย่างเพียงพอ ซึ่งการกระจายไปเพียงพอมีธุรกิจที่หลากหลายขึ้น มีการผลิตสุราประเภท ที่หลากหลายขึ้นมันก็นำไปสู่การพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรให้มีมูลค่ามากขึ้นด้วย
๔.๒ ศึกษาเกี่ยวกับกฎระเบียบเกี่ยวกับการขออนุญาตผลิตสุรา สร้างข้อจำกัด ให้กับผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่เป็นอย่างมาก นอกจากกำลังการผลิตที่ผมเรียนไปแล้วยังมี เรื่องของทุนจดทะเบียน ยกตัวอย่างเช่น สุราขาวซึ่งท่านสมาชิกหลายคนในที่นี้อยู่ต่างจังหวัด ก็จะทราบว่ามีสุราชุมชนอยู่ ทุกคนก็สงสัยก็ทำได้ นี่สุราชุมชนก็เห็นอยู่ในบ้านของตัวเอง สุดท้ายผมถามจริง ๆ สุราชุมชนท่านเคยเห็นรายไหนเขาเติบโตไหม เขาโดนจำกัดที่ ๕ แรงม้า และ ๗ แรงคน ซึ่งอันนี้เป็นการที่ลอก พ.ร.บ. โรงงานเก่ามาก่อน ซึ่ง พ.ร.บ. โรงงานเราแก้มา ๒-๓ ปีแล้ว แต่ทำไม พ.ร.บ. สุราไม่แก้ตาม ซึ่ง พ.ร.บ. โรงงานตอนนี้มันอยู่ที่ ๕๐ แรงม้า และ ๕๐ แรงคนไปแล้ว
๔.๓ กฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่ไม่เสมอภาคระหว่างสุราแต่ละประเภท และราคาสุราที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ภาษีเสริมหรือเซอร์พลัสแทกซ์ (Surplus Tax) สไลด์ (Slide) มันจะอยู่หน้า ๙ พรรคก้าวไกล เราบอกว่าทุกคนต้องเท่ากัน แต่เราก็ไม่เห็น บางอย่างสุราไม่เท่ากันมันก็เป็นอะไรที่แปลก การเก็บภาษีสุราสรรพสามิต ตั้งแต่เด็กเราได้ยิน ทำไมเราต้องเก็บภาษีเหล้าเบียร์ เพราะเราอยากเอาภาษีเหล้าเบียร์มาลดผลกระทบหรือว่า มาเป็นตัวเสริมในการทำนุบำรุงสังคม เพราะพูดตามตรงว่าเหล้าเบียร์มันมีผลกระทบอยู่แล้ว แต่ทำไมเหล้าขาวมีดีกรี (Degree) เยอะสุด ซึ่งเหล้าขาวในอุตสาหกรรมเมืองไทยแทบจะผูก อยู่แค่บริษัทและตระกูลเดียว ต้องเสียภาษีในอัตราน้อยสุดครับ การที่เรากินเหล้าแรงมันก็ ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เรามาดูไวน์ครับ ผมไปคุยกับผู้ผลิตไวน์ที่เขาใหญ่ โดนภาษีมหาศาลครับ ถ้าทุกคนดูตารางขวาสุดตัวคูณคือลิตรต่อ ๑๐๐ ดีกรี (Degree) ๑,๕๐๐ บาท ซึ่งเยอะมาก ๆ แต่เราดันไปมีฟรีเทรด (Free Trade) กับประเทศชิลี ออสเตรเลีย พวกนี้ที่นำเข้าไวน์เขาถูกกว่า ในประเทศ งงเหมือนกันครับว่าเป็นไปได้อย่างไร มันน่าจะต้องมาปรับเปลี่ยนกันแล้ว
๔.๔ แนวทางการตีความของเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับการผลิตสุราสร้างข้อจำกัด ในความคิดสร้างสรรค์ อันนี้ก็เป็นผลอย่างมากนะครับ ในแง่ที่ว่าสุราชุมชนคุณทำสุราขาว คุณต้องใช้แค่วัตดุดิบทางการเกษตรพื้นฐาน อย่างพวกข้าว แป้ง ผลไม้ น้ำผลไม้แต่พอบางที่ ใช้กากน้ำตาลก็โดนจับ อันนี้อยู่ที่การตีความของแต่ละคนซึ่งแนวทางการปฏิบัติแต่ละพื้นที่ ของหน่วยงานข้าราชการไม่เหมือนกันเลย ซึ่งบางที่ผู้ผลิตสุราท้องถิ่นเคยปฏิบัติอย่างนี้อยู่ เขาเรียกว่า ส คือเขาเรียกว่าสรรพสามิตจังหวัดได้ย้ายไปจังหวัดนี้ก็ไปออกกฎด้วยกันแล้วก็ ไปตีความแล้วก็ไปบังคับใช้กฎหมายอีกแบบหนึ่งทำให้เกิดการตีความช่องว่างแล้วก็อาจจะ นำไปสู่การทุจริตได้อีกซึ่งอันนี้เป็นปัญหาจริงๆ
๔.๕ มาตรการการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สร้างข้อจำกัดในการเติบโต ของธุรกิจผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตรงนี้ต้องเรียนตามตรงท่านประธานว่าการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผมว่าธุรกิจของคนที่ผลิตสุราเข้าใจได้เพราะทุกประเทศก็มี ประเทศไทย มีความซ้ำซ้อนของกฎอยู่มาก เรียกว่า พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยหนาแน่นแล้วก็ ดีที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ แต่สุดท้ายครับ ทำไมมันยังมีปัญหาเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ที่เราได้เห็น อย่างเช่นเมาแล้วขับหรืออะไรก็ตาม ผมว่ากฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ครับ กฎหมายอย่างเดียว ที่มันทับซ้อนมันไม่ได้ช่วยให้ปัญหาแอลกอฮอล์ลดลง เพราะว่าการบังคับใช้กฎหมายต่างหาก มันคือสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าประเทศเราใครทำผิดแล้วยังจ่ายเพื่อเอาตัวเองออกมาได้มันมีกฎหมาย เมาแล้วขับแล้วประหารชีวิตมันก็ไม่ช่วยอะไรครับ การมีกฎอย่างนี้มันทำให้ธุรกิจแอลกอฮอล์ ไม่สามารถเติบโตได้ นึกสภาพอย่างการโฆษณาตอนนี้กลายเป็นการตีความของการโฆษณา คนธรรมดาโพสต์เฟซบุ๊ก (Post Facebook) รูปเบียร์ก็โดนจับแล้ว อันนี้ผมมองว่าไม่ยุติธรรม จริง ๆ ครับ รวมถึงถ้านึกภาพ พ.ร.บ. วันที่ ๘ สุราก้าวหน้าผมผ่าน แล้วรายย่อยเขาไม่เคย โฆษณาเลยเขาเพิ่งตั้งโรงเบียร์กับเรามีรายใหญ่ ๒ ตระกูลในประเทศที่เขาโฆษณามา ๑๐๐ ปี ยุติธรรมไหมครับ และรายย่อยไม่มีความสามารถหรอกครับที่จะไปทำน้ำดื่มหรือโซดา มาโฆษณาแฝงได้ อันนี้เราต้องปรับ โดยการปรับแก้ถ้าอยู่ในรายงานเราก็จะมีข้อเสนอมากมาย อย่างเช่น การกำหนดอายุของการเข้าถึงโฆษณาต่าง ๆ เราแก้ได้ครับ เราไม่ใช่สั่งแบน (Ban) ไปเรื่อย ๆ
สุดท้ายนี้เรายังมีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลอย่างยิ่งต่อประชาชนและธุรกิจรายเล็ก ๆ อันเนื่องมาจาก การกำหนดมาตรการให้เงินรางวัลสินบน มันทำให้เจ้าหน้าที่อาจจะมีคำถามใหญ่ ๆ เลยว่า ที่คุณทำไปคุณอยากได้สินบนนำจับหรือเปล่า เพราะว่าส่วนมากพอเจ้าหน้าที่เรียกมาไม่มีใคร เคยสู้คดีถึงสุดท้ายหรอกครับ เพราะคนทุกคนไม่อยากมาเสียเวลาในศาล เจ้าหน้าที่บอกว่า โอเค (OK) จ่าย ๕๐,๐๐๐ บาทแล้วจบก็จบไป เจ้าหน้าที่ก็โอเค (OK) เอาเงินไปแบ่งกันสบาย ๆ อย่างนี้ คือผมมองว่าเป็นปัญหาตั้งแต่กฎหมายยันผู้ปฏิบัติว่าเราศึกษามาแล้วเราเห็นผลจริง ซึ่งเราอยากให้สภานี้พิจารณา แล้วก็หวังว่ารายงานฉบับนี้จะผ่านให้ไปสู่คณะรัฐมนตรีแล้วก็ เป็นฐานคิดให้ท่านในวันที่ ๘ นี้ที่สุราก้าวหน้าจะเข้าสภา ผมมองว่าการปลดล็อกสุราให้ทุกคน ได้ทำสุราได้ มันไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยาก ประชาชนในเขตของท่านก็มีอยู่ ประชาชนที่ทำเหล้า ในเขตพื้นที่ท่านต้องมีอยู่แล้ว ทำไมไม่ให้โอกาสเขาที่จะเติบโตได้ใช้ผลผลิตในท้องถิ่น ได้ใช้ ความสามารถ ได้ใช้ภูมิปัญญาของท้องถิ่นเขาในการพัฒนาชีวิตของเขา ครอบครัวของเขา ท้องถิ่นของเขาล่ะครับ มันปฏิเสธได้ถ้าท่านโหวตให้ผมว่าโหวตโน (Vote No) นอกจากว่า ท่านรับเงินนายทุนครับ
ส่วนข้อสังเกตและข้อเสนอ ผมขออนุญาตให้คุณเขมภัทรมาบอกข้อสังเกต และข้อเสนอต่อไป ขออนุญาตครับ ขอบคุณครับ