ณัฐชา เปิดรายงานบำนาญพื้นฐาน ผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รายงานความคืบหน้าการศึกษาเรื่องบำนาญพื้นฐานประชาชนโดยอนุกรรมาธิการชุดเฉพาะกิจที่มี ส.ส. จากทุกพรรคเข้าร่วมพิจารณาอย่างกว้างขวาง ก่อนเสนอร่างรายงานและร่าง พ.ร.บ. ผู้สูงอายุฉบับแก้ไข เพื่อผลักดันการจ่ายบำนาญพื้นฐานไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน และเรียกร้องให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อคุ้มครองสวัสดิการผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียน พรรคก้าวไกลครับ ในวันนี้เรื่องของอนุกรรมาธิการ ที่ได้ศึกษาเรื่องของบำนาญพื้นฐานประชาชนเราเริ่มทำกันตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ โดยท่านประธานรังสิมา รอดรัศมี ท่านประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมได้มีมติ ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นนะครับ แล้วท่านสมศักดิ์ คุณเงิน ได้มาเป็นประธานในการนำประชุม ในขณะนั้น แล้วก็ได้มีเพื่อน ส.ส. จากทุกพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วม เพราะผมเชื่อว่า ผู้แทนราษฎรที่มาจากพี่น้องประชาชนหลาย ๆ ท่านเข้ามาในวันนี้ก็เห็นด้วยนะครับ ในวันนี้ มีผู้ร่วมอภิปรายรายงานฉบับนี้ทั้งสิ้น ๒๔ ท่าน มาจากทุกพรรคการเมือง มาจากทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล นี่คือนิมิตหมายอันดีที่เราจะเป็นสารตั้งต้นในการก่อร่างสร้างรัฐสวัสดิการ ให้เกิดขึ้น

ความเป็นไปของเรื่องนี้ครับ ก่อนหน้านี้มีกฎหมาย ๕ ฉบับจากทั้งภาคเอกชน ทั้งพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้นำเสนอไปสู่รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ก็ถูกตีตกไปโดยข้อกล่าวอ้างว่าเป็นเรื่องของ พ.ร.บ. เกี่ยวกับการเงิน วันนี้อนุกรรมาธิการ มาศึกษารายงานฉบับนี้ขึ้น แล้วก็ได้มีแนบร่าง พ.ร.บ. แก้ไข พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ซึ่งใน พ.ร.บ. ผู้สูงอายุฉบับแก้ไขที่เราใส่ไปนั้นหลาย ๆ ท่านมีข้อซักถามว่ารายงานฉบับนี้แนบ พ.ร.บ. ไปด้วย วันนี้อภิปรายกันก็คลุมเครืออยู่ว่าเหมือนกับการอภิปราย พ.ร.บ. เลยด้วยซ้ำ ซึ่งมีหลาย ๆ คน ตั้งคำถามในหลาย ๆ ประเด็น ยกตัวอย่างเช่น ในประเด็นมาตรา ๙ ที่เราได้ยกเลิกความ ใน (๑๑) มาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ และใช้ข้อความดังต่อไปนี้แทน (๑๑) ให้การจ่ายเงิน บำนาญพื้นฐานเป็นรายเดือนเพื่อเป็นหลักประกันรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุตามอัตราที่คณะรัฐมนตรี เห็นชอบ ทั้งนี้ควรมีอัตราไม่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนตามที่กำหนดโดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติในปีก่อนจ่ายด้วย เรื่องนี้จึงเป็นที่มาของคำว่า บำนาญ ๓,๐๐๐ บาท เนื่องจากว่ายอดปีล่าสุดที่ทางสภาพัฒน์ ได้กล่าวไว้นั่นคือ ๒,๗๖๓ บาท เรามาดูกันว่าวันนี้เรามาพูดคุยเรื่องนี้เราผ่านอะไรมาแล้วบ้าง เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านได้กล่าวข้อมูลเป็น ประโยชน์มาก เริ่มต้นตั้งแต่รัฐบาลชวน หลีกภัย ปี ๒๕๓๖ มีการจ่ายเบี้ย ๒๐๐ บาทต่อเดือน ผ่านมา ๖ ปี ปี ๒๕๔๒ จ่ายเบี้ย ๓๐๐ บาทต่อเดือน ผ่านไปอีก ๗ ปี ปี ๒๕๔๙ รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ให้เงิน ๕๐๐ บาท แต่คัดกรองให้เฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผ่านไปครับ รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผ่านไป ๒ ปี ปี ๒๕๕๒ เปลี่ยนเป็น ๕๐๐ บาทแบบถ้วนหน้า ผ่านไป ๒ ปี ปี ๒๕๕๔ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพิ่มมาเป็น ๖๐๐-๑,๐๐๐ บาทแบบถ้วนหน้า เช่นกัน จากวันนั้นถึงวันนี้ถ้าเรามองไทม์ไลน์ (Timeline) เพียง ๖-๗ ปี ก็มีการปรับเปลี่ยน อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากว่าค่าใช้จ่ายหรืออัตราเงินเฟ้ออะไรต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชน มันสูงขึ้น แต่วันนี้ผ่านไปแล้ว ๑๑ ปี มาปี ๒๕๖๕ เรายังคงใช้ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ที่มีรายรับต่อมื้อ ๗ บาท อย่างที่ท่านพิธาว่า หรือเฉลี่ยต่อวันก็คือ ๒๐ บาท นี่ผ่านไป ๑๑ ปี ถ้าเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันเลยเราคิดว่าเราเป็นผู้แทนประชาชนที่มองข้ามความทุกข์ร้อนของ พี่น้องราษฎรไปมากพอสมควร อันนี้คือประการที่หนึ่ง แล้ววันนี้ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกทั้งสภา เห็นด้วยแน่นอน แต่สิ่งที่อยากจะมองข้ามไปมากกว่านั้น วันนี้เพื่อนผู้แทนทุกพรรคการเมือง ทุกฟากฝ่ายเห็นด้วยแน่ ๆ กับร่างรายงานอนุกรรมาธิการฉบับนี้ แต่สิ่งที่จะมองข้ามไปกว่านั้น ก็คือว่าทำอย่างไรให้ผลักดันวาระเรื่องของความมั่นคงในชีวิตประชากรชีวิตประชาชนนี้ให้ เป็นวาระแห่งชาติที่เราจะไม่ต้องมาพูดว่ารัฐบาลไหนจะต้องมาอภิปรายต้องมาแก้กฎหมาย แก้ พ.ร.บ. ว่าจะต้องเพิ่มขึ้นอัตราเท่าไร อัตราอย่างไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ พร้อมร่าง พ.ร.บ. ผู้สูงอายุฉบับแก้ไขฉบับนี้ที่พวกเราได้ทำมามีความครอบคลุมมากพอสมควร เพื่อนสมาชิกบางท่านกังวลบอกว่าถ้าเกิดสภาพัฒน์กำหนดเส้นแบ่งความยากจนไป ๔,๐๐๐ ๕,๐๐๐ บาท จะเอาเงินที่ไหน ผมคิดว่าต้องคิดกลับกันครับ ว่าจะเกิดเส้นแบ่งความยากจน มันปาไปขนาดนั้นแล้วเรายังจ่ายอยู่แบบนี้พี่น้องประชาชนจะอยู่อย่างไร หน้าที่ของรัฐต้องไป ดูแลเขาครับ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะให้เป็นวาระแห่งชาติให้ได้ ไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามา ก็จะได้มาขับเคลื่อนในประเด็นต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งพูดไกลไปถึงว่าพี่น้องประชาชนอยู่มาถึง อายุ ๖๐ ปีแล้วเขาถูกรัฐกระทำมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องของคุณภาพชีวิตเอย ไม่ว่าจะเป็น คุณภาพการศึกษา คุณภาพการสาธารณสุขต่าง ๆ อายุ ๖๐ ปี ถ้าเกิดพูดให้ไปไกลกว่านั้น ต้องรักษาฟรีทุกประการเลยด้วยซ้ำ มันจะไปไกลได้ถึงขนาดนั้นหรือเปล่า วันนี้เราจะปักธง รัฐสวัสดิการให้เกิดขึ้นก็คือการผ่านร่างรายงานฉบับนี้ไปถึงฝ่ายรัฐบาล แล้วให้รัฐบาลตอบมา ให้ชัดว่าจะทำหรือไม่ทำ เพราะฉะนั้นร่างรายงานฉบับนี้อยากฝากเพื่อน ๆ นอกเหนือจาก การโหวตในวันนี้แล้วก็อยากให้ช่วยกันผลักดัน ช่วยกันพูดต่อ ช่วยกันส่งเสริม ช่วยกันเป็น กระบอกเสียงไปถึงฝ่ายบริหารทำให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดกับเงินสวัสดิการ ที่มาจากภาษีประชาชน โดยที่ประชาชนทั้งหมดทั้งมวลเคยเป็นผู้เสียภาษีมาตลอดอายุ ๖๐ ปี เหมือนที่เพื่อน ส.ส. ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ ท่านศักดินัย นุ่มหนู ส.ส. จากจังหวัดตราดบอกว่า ก่อนเขาแก่เขาเคยแกร่งมาก่อน และในขณะที่เขาแกร่งนั้นเขาเคยช่วยชาติบ้านเมืองมาก่อน เพราะฉะนั้นในวันที่เขาอายุ ๖๐ ปีแล้วชาติบ้านเมืองควรดูแลควรใส่ใจเขาให้ได้ประโยชน์ มากกว่านี้อีกหลายเท่า นี่คือสิ่งที่อยากฝากต่อสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ไว้ ขอบคุณครับ