รงค์ บุญสวยขวัญ ชื่นชมกรรมาธิการที่เสนอร่างกฎหมายบำนาญพื้นฐานแห่งชาติแทนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ตั้งข้อสังเกตให้กำหนดนิยามผู้สูงอายุอย่างชัดเจนและแบ่งกลุ่มตามศักยภาพ เพื่อจัดทำกลไกสนับสนุนที่เป็นธรรมและสอดคล้องกับหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตแสดงความเห็นต่อท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ การสวัสดิการสังคมที่ได้เสนอรายงานผลการพิจารณาเรื่องแนวทางเสนอกฎหมายบำนาญ แห่งชาติของกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งทำไว้ค่อนข้างเป็นอย่างดี ทำอย่างมีข้อมูล ทำอย่างมีทิศทาง ชื่นชมว่าท่านทำอย่างมีทิศทาง ส่วนทิศทางอันนั้นจะครอบคลุมผู้คนที่เรียกกันว่าผู้สูงอายุ หรือไม่ ถ้าเรามองตามหลักความยุติธรรมและความเสมอภาคผมค่อยตั้งข้อสังเกตตอนท้าย แต่อย่างไรก็ตามท่านกรรมาธิการสามัญชุดนี้ได้ให้ความเริ่มต้นเป็นบทบาทที่น่าประทับใจ ที่จะทำให้สภาได้มีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลได้คิดแล้วก็กลับมาหาเราตัดสินใจ อีกทีหนึ่ง ตรงนี้เป็นความสมบูรณ์เป็นความสง่างามของระบบรัฐสภาเป็นความน่าสนใจและ ลงตัวของระบอบประชาธิปไตยไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมชื่นชมที่กรรมาธิการชุดนี้ พยายามที่จะเปลี่ยนสิ่งที่เรียกกันว่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไปสู่บำนาญพื้นฐานแห่งชาติ อันนี้ถือว่า เป็นมโนทัศน์สำคัญเป็นคอนเซ็ปต์ (Concept) สำคัญ สำคัญอย่างไร เปลี่ยนจากเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุเป็นบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ โดยผ่านการร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ อันนี้น่าสนใจ ว่าเราต้องทำให้ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผมตั้งข้อสังเกตสั้น ๆ ว่าถ้ามองถึง ร่างพระราชบัญญัติที่ทางกรรมาธิการเสนอกันมานั้นเป็นผู้สูงอายุ วันนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะต้อง มีความคมมากกว่า พ.ร.บ. เก่าที่ใช้อยู่ ร่าง พ.ร.บ. ใหม่ คำว่า ผู้สูงอายุ ผมไปดูในมาตรา ๔ นิยามผู้สูงอายุนี่ใคร ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับท่านประธาน ท่านสมาชิก และท่านกรรมาธิการ ที่เคารพ ฝากไปเรียนว่าผู้สูงอายุคือใคร ถ้าผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ปีผมก็เป็นผู้สูงอายุแล้วครับ หลายคนในห้องนี้เป็นผู้สูงอายุแล้ว ในประเทศนี้ประมาณ ๑๒ ล้านคนก็เป็นผู้สูงอายุแล้ว แล้วปี ๒๕๗๐ ก็จะขึ้นเป็น ๑๕ ล้านคนเป็น ๑๖ ล้านคน เราดูครอบคลุมไหม ผมกำลังบอกว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มองผู้สูงอายุต้องมองอย่างเสมอภาค มองอย่างความเป็นธรรมครับ อย่าไปมองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมันจะผิดหลักการตามรัฐธรรมนูญและผิดหลักการของปวงชน เพราะอย่างไรครับ เพราะว่าตัวนิยามในร่างมาตรา ๔ มันไม่มี พอไม่มีบางคนทำให้กลุ่มคน บางกลุ่มจะได้รับประโยชน์จากร่างพระราชบัญญัติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากให้ร่างพระราชบัญญัติมองว่าผู้สูงอายุทั้งหมดนี้ควรจะ เป็นอย่างไร ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปให้ความสำคัญกับที่มา ซึ่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนหน้ากระผมได้พูดไปแล้วว่าอย่าไปสนใจมากมายว่าที่มาเป็นจากไหน เราอยู่ฝ่ายรัฐสภา อาจจะชี้นำกว้าง ๆ ว่าที่มารัฐบาลเอามาจากไหน แต่รัฐบาลจะต้องมีปัญญา จะต้องมีวุฒิภาวะ ที่จะไปดึงงบประมาณมาเติมตรงนี้ให้ได้มากกว่าที่เราคิดเพราะเป็นหน้าที่ของท่าน หน้าที่ ของเราเสนอแนะไปแต่ไปให้ความสำคัญมาก ผมคิดว่าสิ่งที่น่าจะเพิ่มเติมก็คือว่าความเป็น ผู้สูงอายุนี้กลุ่มไหนควรจะเป็นอย่างไรครับ ในตัวกฎหมายนี้ควรจะเพิ่มเติมให้มากยิ่งขึ้นว่า คนผู้สูงอายุเขาสามารถเลือกได้ขนาดไหน ในบทสรุปผู้บริหาร หน้า ข และ ค ย่อหน้าสุดท้าย ท่านบอกไว้ชัดว่ากลุ่มผู้สูงอายุสามารถที่จะมีสิทธิเลือกสิทธิตนเองหรือเลือกสิทธิต่าง ๆ ที่ดีกว่า อันนี้แน่นอนเราเชื่อ อย่างไรก็ตามถ้าเราทำพระราชบัญญัติที่แก้ไขใหม่จะต้องทำให้ เห็นถึงผู้สูงอายุบางกลุ่ม ผู้สูงอายุหลาย ๆ กลุ่มที่มีศักยภาพแตกต่างกัน ผมเคยนำเรื่องหารือ ในสภานี้มาเพื่อจะยกตัวอย่างว่าเราเห็นด้วยทั้งหมดครับ แต่อยากจะเสนอเป็นตัวอย่างให้ กรรมาธิการลองไปทบทวนหรือจะบรรจุติดไว้ในสภาแห่งนี้ก็คือกลุ่มผู้สูงอายุที่เขามีศักยภาพ เขามีทรัพย์สิน ที่เป็นข้าราชการแล้วมีที่ดิน เขามีที่ดินอยู่แล้วแต่เขาไม่มีเงินสด ในท่ามกลาง ยุคปัจจุบันที่ต้องการมีเงินสดแต่เขาไม่มีเงินสด เขามีโฉนด เก็บโฉนด ครูบาอาจารย์เก็บโฉนด คนชั้นกลางเก็บโฉนดไว้เยอะแยะแต่ไม่มีเงินสด ในยามเจ็บไข้ไม่สบายก็ไม่มีเงินสดหรือใช้ชีวิต ที่ให้ฐานานุรูปของเขาก็ไม่มีเงินสด ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นไปได้ไหมที่จะเขียนว่าคนกลุ่ม แบบนี้จะสร้างกลไกให้เขาเอาโฉนด ถือโฉนดอันนี้เดินเข้าไปที่สำนักงานของรัฐหรือหน่วยงาน ของรัฐ หรือในสถาบันการเงินที่เขาจะแลกโฉนดออกมาเป็นเงินสดได้ด้วย อันนี้ผมกำลังบอก ว่าร่างพระราชบัญญัติจะต้องนิยามกลุ่มผู้สูงอายุแล้วทำเซกเมนต์ (Segment) หรือแบ่งกลุ่ม ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มต่าง ๆ เพื่อที่จะสร้างข้อเสนอแนะให้ ผมชื่นชมพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เราจะได้รับบำนาญแห่งชาติตามข้อเสนอแนะของท่าน แต่ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าบำนาญแห่งชาติ อันนั้นจะต้องแบ่งกลุ่มคนผู้สูงอายุ แล้วกลุ่มคนผู้สูงอายุบางกลุ่มก็จะต้องสร้างทิศทางให้เห็น ว่าเขาพึ่งตนเองได้ เขาสามารถแบกตัวเองได้ เขาทำงานมาตลอด ทำอย่างไรให้ผลการทำงาน และความมั่นคงของเขาบนพื้นฐานที่เขามีอยู่แล้วไปสามารถแลกเปลี่ยนกับสวัสดิการที่รัฐ จะจัดให้ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ท่านสร้างขึ้น อันนี้ผมคิดว่าจะเป็นความสมบูรณ์ ของสิ่งที่ได้รับจากรัฐและความสมบูรณ์ที่ศักยภาพของเขาเองสร้างไว้ แล้วก็มีโอกาสที่จะไป แลกเปลี่ยนหรือเอามาจากรัฐมาใช้กับเขา ก็อยากจะเติมลงตรงนั้นเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ แล้วก็ขอให้กำลังใจคณะกรรมาธิการที่เสนอสิ่งดี ๆ และประชาชนอาจจะได้ประโยชน์ ซึ่งไม่ใช่ปีนี้ ปีหน้าแต่อาจจะระยะยาว ซึ่งตรงนั้นหมายถึงว่าถ้ากฎหมายจะเข้ามาเราก็มีสิทธิ ที่จะได้เปลี่ยนแปลง ได้แลกเปลี่ยน แล้วก็นำสิ่งที่ผมว่า หลายคนหลายความคิด สองหัวดีกว่า หัวเดียว กรรมาธิการอย่างเดียวไม่พอเข้ามาสู่สภา สภาไม่พอส่งไปฝ่ายรัฐบาล รัฐบาลส่งร่าง เข้ามาก็มาว่ากัน จะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกกันว่าประชาชนมีสิทธิจะเลือกหรือประชาชนทุกคน จะได้รับความยุติธรรมและเสมอภาคจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ขอบคุณมากครับ