ทวี ชูรัฐสวัสดิการ แก้ความเหลื่อมล้ำ-เสนอพรบ.บำนาญแห่งชาติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕

ทวี สอดส่อง หารือถึงความจำเป็นในการจัดตั้งรัฐสวัสดิการเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเสนอให้มีบำนาญแห่งชาติสำหรับผู้สูงอายุทุกคนอย่างเสมอภาค และวิพากษ์การจัดสรรงบประมาณที่เอื้อประโยชน์กลุ่มข้าราชการมากกว่าประชาชนทั่วไป

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมเป็นคนหนึ่งที่ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ศึกษา ในเรื่องนี้โดยเฉพาะ อาจจะเอ่ยชื่อท่านประธานนะครับ นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ซึ่งผมอยาก ให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้จารึกคณะกรรมาธิการชุดนี้ รวมทั้งคณาจารย์ว่าวันนี้เราได้มาแก้ปัญหา สำคัญของประเทศที่ยังไม่เห็นมีทิศทางใครจะแก้ได้ คือการนำไปสู่รัฐสวัสดิการ เพราะเราต้องยอมรับว่าระบบเศรษฐกิจที่เรามาใช้แก้ ไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจเสรีที่อ้างว่า มีความเป็นธรรม ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มีนวัตกรรม ๒ อย่างนี่มันไม่สามารถแก้ปัญหา ที่เป็นโรคร้ายที่เกิดในสังคมไทยขณะนี้ โรคร้ายคือโรคของความเหลื่อมล้ำเราจำเป็นต้องเอา ระบบเศรษฐกิจที่ผมขอเรียกว่า ระบบเศรษฐกิจฐานคุณธรรม ก็คือการนำเรื่องรัฐสวัสดิการ หรือหลักสวัสดิการมาใช้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอกราบเรียนว่าในการก่อเกิด ของพรรคประชาชาติของผมซึ่งเป็นพรรคแนวสังคมพหุวัฒนธรรม คือเราให้ความสำคัญ คุณค่าของมนุษย์ มีความสำคัญ มีศักดิ์ศรี แล้วก็จะต้องได้รับการดูแล เราจึงได้มีนโยบายหนึ่ง ก็คือนโยบายเชิงรัฐสวัสดิการ ซึ่งในนโยบายนี้ก็ส่งไปที่ กกต. นะครับ ก็คือเราจะส่งเสริมการ มีบำนาญแห่งชาติหรือสวัสดิการถ้วนหน้า ซึ่งเราเห็นว่าเป็นเรื่องที่รัฐจะต้องจัดให้ประชาชน อย่างเสมอหน้าด้วยสิทธิเสมอกัน ไม่ว่าจะยากดีมีจนภายใต้หลักการสวัสดิการเป็นสิทธิอันพึงมี ของประชาชน ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของรัฐที่จัดสงเคราะห์ตามอนาถา นี่คือที่ส่งไป กกต. ในนโยบาย เราเสนอว่าผู้สูงอายุจะต้องมีบำนาญ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งเราได้ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์มา ทุกระบบในการแก้ปัญหาของประเทศ ขณะนี้จะต้องยอมรับว่ารัฐสวัสดิการไม่ใช่แก้ปัญหา ความยากจน รัฐสวัสดิการเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ประเทศไทยเรามีความเหลื่อมล้ำ ถูกจัดลำดับบางครั้งมากที่สุดในโลก ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยครับว่าประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยทรัพยากร มีความอุดมสมบูรณ์ทุกสิ่งทุกอย่างแต่ประชาชนยังอยู่แบบมีความเหลื่อมล้ำ ในการเกิดรัฐบาลมีสภาขึ้นมาทางพรรคประชาชาติก็ได้เสนอ พ.ร.บ. บำนาญแห่งชาติขึ้นมา เสนอเข้าสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ ซึ่งหลักการก็คือว่าเราควรจะมีกองทุน สวัสดิการแห่งชาติซึ่งผมเห็นว่าขณะนั้นศึกษาควรจะมี เพราะเราไม่เชื่อใจที่จะเอาระบบ ลักษณะนี้ไปอยู่ในการครอบงำของรัฐบาล ซึ่งถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเมื่อไรก็เปลี่ยน นโยบาย ถ้าเปลี่ยนนโยบายสิทธิเรื่องนี้อาจจะหายไป เราจึงได้เขียน พ.ร.บ. ไปมีกองทุน ในลักษณะที่เป็นองค์กรคล้ายอิสระ ซึ่งมีตัวแทนภาคประชาสังคมมากกว่ารัฐบาลที่อยู่ใน คณะกรรมการ แล้วก็ข้อ ๑ ก็คือเราเห็นว่าสวัสดิการไม่ว่าจะยากดีมีจนคนที่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป จะต้องได้รับ คนรวยที่สุดคุณได้รับแล้วคุณก็มาเสียภาษีเอา คนจนที่สุดก็ได้รับเพราะอะไรรู้ไหม อันนี้คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นสิทธิที่เขาต้องยืนอยู่ คุณไม่ต้องมาสงสารนี่คือโอกาสของ ฉันที่จะอยู่ ผมเชื่อคนที่มีฐานะวันละ ๑๐๐ บาท ๒ คน ๒๐๐ บาท เขาสามารถอยู่ในสังคมได้ อันนี้เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยแก้ปัญหาความยากจนความเหลื่อมล้ำของประเทศ ผมไม่เชื่อว่า มีนักเศรษฐกิจคนใดที่มาพูดวันนี้จะแก้ปัญหาได้ เพราะวันนี้ยิ่งเดินไปมันยิ่งเหลื่อมล้ำครับ อันนี้จึงเป็นที่มา ท่านประธานที่เคารพ ผมขอให้กำลังใจครับ เพราะร่างของพรรคประชาชาติ ถูกท่านนายกปัดตกเป็นร่างการเงินเหมือนหลายพรรคที่มาพูดถึง เพราะท่านอาจจะมองคน ผู้สูงอายุกลุ่มนี้ยังไม่ถึง ท่านอาจจะมองคนรวยก่อน ผมมีตัวเลขของบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ท่านประธานทราบไหมว่าเรามีสวัสดิการผู้สูงอายุ ซึ่งมีคนประมาณ ๑๑ ล้านคน ประมาณ ๓๒๐,๐๐๐ ล้าน แต่เรามีสวัสดิการของคนเกษียณซึ่งมีไม่ถึงล้านคนนะครับ ตัวเลขจากกรมบัญชีกลางส่ง ก็เท่ากันประมาณ ๓๒๐,๐๐๐ ล้านเท่ากัน ถ้าไปบวกกับเงินค่ารักษาพยาบาลก็มากกว่า คนไม่ถึงล้านคนมีสวัสดิการมากกว่าคน ๑๑ ล้านคน อันนี้คือความเหลื่อมล้ำที่เห็นได้ชัด คือผมเป็นอดีตข้าราชการเก่า ผมไม่ได้ไปตำหนิตรงนั้น แต่ท่านประธาน ผมอยากให้มองเห็น ในปี ๒๕๕๖-๒๕๕๗ ที่ พลเอก ประยุทธ์ยึดอำนาจมา ตอนนั้นสวัสดิการเกษียณอายุแค่ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้พอท่านยึดอำนาจมา ๘ ปีมากเป็น ๓ เท่า เพราะอะไร รู้ไหมครับ เพราะหนึ่งในจำนวนนั้นคือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่บัญญัติว่ารัฐสภา องค์กรอิสระ หรือศาลจะต้องมีงบบุคคลที่เพียงพอ แต่รัฐบาลชุดนี้หวังจะขยายอำนาจ ไปเขียน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง มาตรา ๒๐ (๒) ให้บุคลากรของรัฐมีเงินเดือนและสวัสดิการอย่างเพียงพอ มันจึงวิ่งขยายไป แทนที่จะไปเขียนให้ประชาชนมีสวัสดิการอย่างเพียงพอ เวลาผมน้อยครับ ผมจึงขอให้กำลังใจกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ทำสิ่งที่เราฝันแล้วก็สิ่งที่จะเกิดขึ้นนี้คือท่านได้ แก้ปัญหารากเหง้าของประเทศไทยอย่างแท้จริงครับ ขอบพระคุณมากครับ