สุเทพ ชี้สวัสดิการผู้สูงอายุไม่เป็นธรรม เสนอกฎหมายบำนาญประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕

สุเทพ อู่อ้น หารือปัญหาสวัสดิการผู้สูงอายุ เรียกร้องให้มีการจัดทำกฎหมายบำนาญประชาชนอย่างเป็นระบบเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณที่ขาดความเป็นธรรมและยุทธศาสตร์ระยะยาว วิงวอนทุกพรรคให้ร่วมสนับสนุนเพื่อรักษามาตรฐานความไว้วางใจจากประชาชนในฐานะผู้แทนราษฎร

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายแรงงาน ก่อนอื่นต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมและทุก ๆ ท่าน ที่เป็นอนุในกรรมาธิการ ผมในฐานะที่เป็นผู้ใช้แรงงานที่ได้มาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ ไปสู่พรรคก้าวไกล เรายืนหยัดเรื่องระบบและสวัสดิการจึงได้เดินหน้าเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร จากการทำงานที่ผ่านมาของคณะกรรมาธิการเห็นได้ว่ามีตัวเลขพี่น้องผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง ๑๒ ล้านคน และอนาคตจะเป็นอย่างไร นี่คือเรื่องที่สำคัญ มาดู ณ ปัจจุบัน เป็นอย่างไรครับ ๖๐ ปี ได้ ๖๐๐ บาทต่อเดือน วันละ ๒๐ บาท ไม่ทราบว่าตรรกะนี้ที่ผ่านมา ชนชั้นบริหารคิดอย่างไร วันละ ๒๐ บาทซื้ออะไรทานได้บ้าง คนเหล่านี้เป็นคนที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับประเทศตั้งแต่เกิดมาถึงอายุ ๖๐ ปี แต่ได้รับการดูแลจากการบริหารจัดการประเทศนี้เพียงวันละ ๒๐ บาท รัฐบาลมีการดำเนินการ ที่ผ่านมาอย่างไร ผมเองและหลาย ๆ ท่านที่ผ่านมาได้มีการพยายามยื่นกฎหมายเกี่ยวกับ เรื่องของที่จะให้มีตราเรื่องของบำนาญ ท่านนายกรัฐมนตรีปัดตกทุกฉบับ ก็หวังว่ารายงาน จากคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมวันนี้ทุกท่านจะให้การสนับสนุนในการที่จะเข้าสู่ การพิจารณาของรัฐบาล อยากจะถามว่าจากการที่บอกให้มีการศึกษา ศึกษา และปัจจุบัน พี่น้องประชาชนที่อดอยากแร้นแค้นใครดูแลและศึกษากันไปอีกนานขนาดไหน ข้าราชการเอง ผมแสดงความยินดีที่ทุกท่านได้รับบำนาญ บำนาญของท่านไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ท่านเองยังบอกไม่เพียงพอกับการดำรงชีพ และมุมกลับกันเดือนละ ๖๐๐ บาท และวันละ ๒๐ บาท มันเพียงพอได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ต้องขอบคุณจริง ๆ แล้วมาดูงบประมาณปี ๒๕๖๖ ที่เข้าสู่สภาติดตามดูแล้วกรอบการคิดที่จะมีการดำเนินการเรื่องพวกนี้ไม่มี แม้กระทั่ง ยุทธศาสตร์เงินที่จะเอามาดำเนินการ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นการยึดโยงโครงการ ที่ไปจับฉ่าย ทำไมไม่คิดเรื่องของบำนาญประชาชนและสามารถทำได้ แต่ไม่มีการดำเนินการ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะขอนำเสนอและแลกเปลี่ยนในวันนี้ มาดูเรื่องบำนาญที่ ๓,๐๐๐ บาท ถือได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้พี่น้องแรงงานคนที่ทำงานไม่ว่าจะราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน แรงงานในระบบ นอกระบบได้แบ่งเบาภาระ เพราะทุกคนทำงาน บ้านเช่า ข้าวซื้อ รถผ่อน ลูกเรียน พ่อแม่ก็เลี้ยงดู ถ้าเกิดบำนาญอย่างนี้เกิดขึ้นทำให้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายเชื่อได้เลย คนในประเทศนี้ที่ทำงานในระบบ ๑๐ ล้านบาท นอกระบบ ๒๓-๒๔ ล้านบาท ประมาณเกือบ ๖๐ กว่าล้านบาท ไม่มีความสามารถที่จะให้คุณพ่อได้ ๓,๐๐๐ บาท คุณแม่ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งเขาสร้างคุณประโยชน์ไว้กับประเทศนี้จนอายุ ๖๐ ปี ถ้าเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นจากระบบภาษี ที่มีการจัดเก็บ ถามว่าหลายท่านคุยเรื่องงบประมาณก็ต้องถามว่างบประมาณประเทศ ๓.๓ ล้านล้านบาท มีการกระจายไปสู่พี่น้องประชาชนที่เป็นผู้สูงอายุอย่างไร นี่คือสิ่งที่ประเทศ จะต้องมีการจริงจัง ก็เห็นได้ว่าจากการที่มีการขับเคลื่อนเรื่องระบบรัฐสวัสดิการทำให้ ทางการเมืองให้ความสนใจก็ถือว่าเป็นการเปิดประกายที่ดี แต่ที่ดีกว่านั้นนั่นก็คือต้องมีการ ตรากฎหมายไว้และให้พี่น้องประชาชนเหล่านั้นได้เข้าถึงระบบอย่างจริงจัง นี่คืออีกส่วนหนึ่ง ที่ผมอยากจะบอกให้กับทุก ๆ ท่าน พี่น้องแรงงานไม่ว่าจะเป็นในระบบ นอกระบบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกคนมีคุณพ่อ มีคุณแม่ มีคุณปู่ มีคุณย่า คุณตา คุณยาย ซึ่งเป็นที่รักยิ่ง แต่ว่า เขาจะทำอย่างไรที่จะให้คนเหล่านั้นได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นี่คือสิ่งที่จะเกิดในประเทศไทย นั่นก็คือเรื่องของบำนาญที่จะต้องมีการตราไว้ มาถึงพูดถึงเรื่องของระบบเศรษฐกิจโดยรวม หลายท่านพูดไว้แล้วจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนอย่างไรกลับไปสู่ประเทศท้องถิ่นและในส่วนของ ภูมิภาคต่าง ๆ เห็นได้ชัดเจน เพราะคนเหล่านั้นเมื่อได้เงินเข้าไปแล้วอย่างไรต้องมีการจับจ่าย แน่นอน และทำให้เศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น ทำให้การดูแลครอบครัวของคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ยังไปถึงผลให้กับลูกหลานที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยซ้ำไป นี่คือเรื่องของ ความเป็นจริงของเม็ดเงินที่จะถูกส่งเข้าไปถึงเขาเรียกว่าบำนาญของผู้สูงอายุ แต่มันแปลกมาก ประเทศนี้ทำไมเก็บภาษีมา บีบให้จนแล้วแจก กดให้โง่แล้วปกครอง ปล่อยให้ป่วยแล้วรักษา ให้ภาษีของประชาชนที่รีดมาแบบสร้างบุญคุณ มันจะต้องมีการเปลี่ยนการเมืองยุคใหม่ มันจะต้องมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ผมเองได้อาสามาจากพี่น้องแรงงานพยายามมาติดตามในการที่จะผลักดันนโยบายต่าง ๆ ของการหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ วันนี้ระบบรัฐสวัสดิการได้เข้าสู่สภา เราติดตามกัน ตั้งแต่เปิดสภามาปี ๒๕๖๒ นี่ปลายปีแล้ว ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่ หวังว่าในการดำเนินการของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมในครั้งนี้คงเป็นสิ่งที่จะได้มี การปักธงในเรื่องของระบบสวัสดิการถ้วนหน้าที่สามารถที่จะให้ประชาชนผู้สูงอายุที่ทำมูลค่านี้ ให้กับประเทศได้รับการดูแลที่ทั่วถึง นี่คือสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้น

สุดท้ายนี้ผมเองก็ขอฝากทุก ๆ ท่านที่ร่วมกันอภิปราย ท่านผู้แทนราษฎร ทุกพรรคการเมืองให้การสนับสนุนในการดำเนินการเหล่านี้ ทุกท่านก็จะได้รับการไว้วางใจ จากพี่น้องประชาชนให้มาดำเนินการเป็นผู้แทนราษฎรต่อไป ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ