มานพ คีรีภูวดล หารือเรื่องปัญหาช้างป่า โดยเสนอระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่ที่มีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ส่วนราชการ และองค์กรภาคประชาชน พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการดังกล่าว
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และ ชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงเรื่องช้างผมคิดว่าคนไทยก็รู้จักแล้วก็มีความผูกพัน ทุกคนและทุกกลุ่ม โดยเฉพาะพี่น้องชาติพันธุ์ พี่น้องปกาเกอะญอผมนะครับ ผมคิดว่า ก็เกี่ยวข้องกับช้างแต่ว่าจะเป็นช้างเลี้ยง ท่านไปสถานที่ท่องเที่ยวที่เชียงใหม่ก็ดีภาคเหนือก็ดี ควาญช้างประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์เป็นพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยง แต่วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่อง ปัญหาช้างป่าท่านประธานครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องปัญหาผลกระทบที่ผ่านมา ค่อนข้างที่จะละเอียดนะครับเรื่องของผลกระทบกับพี่น้องชาวบ้าน ผลผลิตทางการเกษตร แล้วก็เรื่องที่ช้างเองจะต้องดูแลรักษาอย่างไรให้ยั่งยืนผมคิดว่าชัดเจน เรื่องข้อเสนอของ กรรมาธิการทั้ง ๙ ข้อผมคิดว่าก็ชัดเจนครับท่านประธาน
เรื่องแรกเป็นประเด็นเรื่องของการสำรวจว่าจำนวนประชากรเท่าไร ประเด็น เรื่องการควบคุม ประเด็นเรื่องการเพิ่มพื้นที่อาหาร ประเด็นเรื่องการป้องกันไม่ให้คนไปรุกล้ำ ที่ของช้าง ประเด็นเรื่องการทำกำแพงก็ดี ต้องขนย้ายช้างที่เกเรก็ดี แล้วก็ต้องชดเชยค่าเสียหาย รัฐบาลจะต้องมีวิธีการเหล่านี้ ผมคิดว่าทั้งหมดเป็นข้อเสนอที่ดีหมดเลย แต่ว่าจะทำไม่ได้เลย ถ้าไม่มีระบบบริหารจัดการ ผมไม่เห็นในข้อเสนอนี้ครับ ระบบบริหารจัดการปัญหามันอยู่ใน พื้นที่ครับ กรรมาธิการก็รายงานเรียบร้อยว่าอยู่ใน ๕ กลุ่มป่า ระบบบริหารจัดการต้องบริหาร เชิงพื้นที่ อันนี้ผมไม่เห็นครับ ปัญหามันอยู่ที่พื้นที่ เดี๋ยวอธิบดีย้าย เดี๋ยวรัฐมนตรีเปลี่ยน และสั่งการตามข้อกฎหมาย ผมคิดว่าอันนี้คือปัญหาที่ผ่านมา สิ่งที่ผมพยายามเสนอตลอดครับ รูปแบบปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จะต้องมีรูปแบบการบริหารเชิงพื้นที่ คนที่เกี่ยวข้องผมเข้าใจ ว่าในพื้นที่เท่าที่ผมเห็น อันที่ ๑ คือคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน หน่วยงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถือกฎหมาย โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์กร ที่ดูแลเรื่องช้าง ผมคิดว่า ๓ กลุ่มนี้มันก็มีกลุ่มพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชนชั้นกลาง ถ้าหากว่าไม่มีกลไกต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าทั้งหมด ๙ ข้อเป็นข้อเสนอเชิงเทคนิคทั้งหมดเลย ท่านประธานครับ เราไม่รู้ว่าใครจะทำ เมื่อสักครู่ท่านศรัณย์ก็อภิปรายแล้วว่าบริบทของแต่ละ พื้นที่ พฤติกรรมของช้างแต่ละพื้นที่ จำนวนปริมาณแต่ละพื้นที่ ลักษณะป่า ลักษณะการ เดินทาง พฤติกรรมและบริบทพื้นที่มีความแตกต่างกัน ถ้าหากว่าเราไม่มีองค์กรในการบริหาร เชิงพื้นที่ ผมเชื่อว่า ๙ ข้ออย่างไรก็ต้องกลับมาเหมือนเดิม เรื่องนี้เรื่องสำคัญ ท่านประธานครับ เวลาเราพูดถึงการแก้ปัญหาผมคิดว่าเรามีความรู้มากเพียงพอนะครับว่าเราจะจัดการอย่างไร จะใช้วิทยาศาสตร์ จะใช้สังคม จะใช้กฎหมาย จะใช้เครื่องไม้เครื่องมืออย่างไร ผมคิดว่าเรา มีความรู้หมดเลย พอถึงเรื่องระบบบริหารผมคิดว่าอันนี้เป็นปัญหาใหญ่ เมื่อสักครู่หลายท่าน ก็บอกว่าไม่จำเป็นจะต้องใช้วิธีแบบนี้การสร้างกำแพง เพื่อนสมาชิกก็บอกแล้วนะครับ แล้วอีกท่านหนึ่งก็บอกว่ามันจำเป็นจะต้องขนย้ายเพราะว่าปริมาณประชากรมันเยอะ ผมถามว่าใครจะตัดสินใจ มีไหมครับ รัฐบาลส่วนกลางจะรู้ไหมครับ หน่วยงานระดับส่วนกลาง จะรู้ไหมครับว่าเรื่องนี้จะต้องทำอย่างนี้ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมที่ผมอยากจะเพิ่มเติม ให้กับกรรมาธิการก็คือว่าระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่โดยกระบวนการมีส่วนร่วม คนในพื้นที่ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ส่วนราชการที่มีอำนาจตามข้อกฎหมาย และองค์กรภาคประชาชน ชนชั้นกลางที่รักสัตว์รักช้างนะครับเข้ามามีบทบาท องค์กรก็มีตั้งหลายองค์กร มีทั้ง ๕ ผืนป่า องค์กรมูลนิธินี้ องค์กรมูลนิธินี้จะทำอะไรที่ไหนก็แบ่งกันไปครับ และก็ต้องทำแผนนะครับ แผน ๙ ข้อ อาจจะมีแผนข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ องค์กรเหล่านี้ กลไกเหล่านี้จะต้องทำ แผนเสนอว่าจะต้องทำอะไร บางพื้นที่ต้องย้ายออก บางพื้นที่ต้องสร้างกำแพง บางพื้นที่ อาจจะต้องไม่มีทั้ง ๙ ข้อก็ได้ แต่มีระบบวิธีการอื่นที่ดีกว่านี้ ก็อาจจะสามารถที่จะบริหาร จัดการได้นะครับ
สุดท้ายท่านประธาน ผมคิดว่าแผนงานการบริหารจัดการโดยกระบวนการ มีส่วนร่วม ถ้าหากว่าองค์กรที่ทำอยู่ทุกวันนี้เป็นทั้งอาสาสมัคร เป็นทั้งองค์กรที่มาจากส่วนกลาง เป็นทั้งหน่วยงานภาครัฐ ปีไหนมีงบก็ทำเยอะหน่อย ปีไหนไม่มีงบก็ไม่ทำหรือแม้กระทั่ง เรื่องของอาสาสมัครที่ทำต่อเนื่อง แต่ว่าเจ้าหน้าที่ของภาครัฐเองก็ไม่ได้สนับสนุนอย่างนี้จะ ไม่มีความยั่งยืน เพราะฉะนั้นองค์กรบริหารจัดการเชิงพื้นที่รัฐบาลต้องรองรับและสนับสนุน อย่างเป็นทางการ องค์กรเหล่านี้จะต้องกลับมาทำแผนและเสนอแผนเป็นเชิงพื้นที่ ๆ ไป ผมคิดว่าแบบนี้ทั้ง ๙ ข้อจะประสบความสำเร็จครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน