สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕

นิติพล ผิวเหมาะ หารือเรื่องการควบคุมช้าง โดยเฉพาะการใช้วัคซีนในการทำหมันช้าง พร้อมเสนอว่าควรใช้กระบวนการก่อสร้างที่ปลอดภัยมากขึ้น เพื่อป้องกันความสูญเสีย และให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการเยียวยา

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายสิ่งแวดล้อม พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นเลยนะครับท่านประธานผมไม่ได้มีข้อขัดแย้งหรือว่ามีตรงไหนที่จะ เห็นแตกต่างไปกับรายงานของกรรมาธิการชุดนี้ เพียงแต่ว่าอยากจะขออภิปรายเพื่อตั้งเป็น ข้อสังเกตอาจจะส่งข้อสังเกตนี้สู่ท่านรัฐมนตรีวราวุธในฐานะที่ท่านเป็นผู้มีหน้าที่ ในการ บริหารจัดการเรื่องช้างป่าโดยตรง แต่ข้อสังเกตตรงนี้มันเป็นข้อสังเกตที่คิดว่าทางกรรมาธิการ น่าจะเอาไปประกอบเป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมไปเพื่อพัฒนาตัวรายงานให้ดียิ่งขึ้น ในข้อเสนอ ของกรรมาธิการทั้ง ๙ ข้อ ผมเห็นด้วยในหลายข้อ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเรื่องเยี่ยวยาต่าง ๆ กับผู้ประสบภัยก็ดี ตรงนี้ผมอาจจะต้องขอให้ทาง ส.ส. ญาณธิชา ช่วยอธิบายขยายความให้กับพี่น้องประชาชน ได้เห็นภาพกว้างให้มากยิ่งขึ้นว่าสิ่งที่กรรมาธิการคิดต้องการทำอะไร เสนออะไร พรีเซนต์ (Present) อะไรให้กับพี่น้องประชาชนให้พี่น้องประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วที่สุด แต่ว่าปัญหาที่ผมเห็นแล้วผมจะปล่อยผ่านไปโดยไม่พูดไม่ได้คือเรื่องเกี่ยวกับการควบคุม จำนวนช้างโดยจะเป็นประเด็นที่สำคัญคือเกี่ยวกับเรื่องการใช้วัคซีนในการทำหมันช้างอะไร ก็ดีต่าง ๆ แบบนี้ ต้องเรียนท่านกรรมาธิการแล้วก็ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยก็แล้วกัน ถ้าตัววัคซีนในการควบคุมช้างท่านพูดถึงวัคซีนตัวที่ไปทดลองกับช้างบ้านทางภาคเหนือ ที่เชียงราย ๕ เชือกนั้นก็ต้องกลับมาคิดกันใหม่ว่าได้ผลจริงหรือเปล่า เพราะเท่าที่ผมไปพูดคุย เจ้าของช้างทั้ง ๕ เชือกนั้นเขายังไม่รู้เลยนะครับว่าวัคซีนที่เอามาฉีดให้กับช้างนั้นมันคืออะไร แต่ที่บอกกับชาวบ้านเจ้าของช้าง ๕ เชือกนั้นคือบอกว่าเป็นวัคซีนป้องกันโควิด (COVID) เรื่องนี้ เรื่องสำคัญต้องเช็ก (Check) ข้อมูลกันให้ดี ถ้ายิ่งเป็นวัคซีนแบบนี้ก็ต้องบอกตามตรงว่า ผมก็ไม่เห็นด้วย และผมติดต่อไปกับบริษัทที่ผลิตวัคซีนนี้โดยตรงเขาก็บอกผมกลับมาครับว่า ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นเฉพาะราย ๆ ไป วัคซีนตัวนี้อาจจะเป็นวัคซีนตัวที่มาทดลอง ที่ทางเชียงรายที่ประเทศไทยก็ได้นี่คือเรื่องที่ ๑ เรื่อง

ส่วนเรื่องที่ ๒ เป็นข้อเสนอในกรรมาธิการในข้อที่ ๕ และข้อที่ ๙ พูดรวมกัน ก็คือเกี่ยวกับเรื่องการสร้างสิ่งกีดขวางสร้างถนนตรวจการณ์เพื่อป้องกันการบุกรุกของช้างป่า แล้วเอามาสร้างเป็นเศรษฐกิจได้ก็แล้วกันเกี่ยวเรื่องการท่องเที่ยว ท่านประธาน ผมพูดแบบ สรุปสั้น ๆ ไว้แบบนี้ว่าเรื่องนี้ผมค่อนข้างเป็นห่วงก็เลยอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตเอาไว้ด้วย ผมเห็นรูปแบบในการก่อสร้างอะไรก็ตามที ดูแล้วก็ดูดีในภาพกราฟิก (Graphic) ในการ อภิปรายออกมา แต่ก็ต้องบอกเลยว่าคูกันช้างถนนอะไรต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ใช่ที่แรกที่ทำ ในประเทศไทยต่างประเทศก็เคยทำมาแล้วแอฟริกาก็เคยทำมาแล้ว ศรีลังกาเคยทำมาแล้ว แม้กระทั่งคูกันช้างในประเทศไทยก็ทำมาแล้ว โอเค (OK) รูปแบบ อาจจะไม่เหมือนครั้งนี้ รูปแบบแตกต่างกันไปแต่มันพิสูจน์มาแล้วว่ามันป้องกันไม่ได้ ถึงแม้ว่ารูปแบบนี้อยากจะลองดู ผมก็ไม่ได้มีค้านนะอยากจะลองก็ลองทำดูเผื่อมันจะเป็นแนวทางที่มันดีขึ้นได้ แต่ผมก็ต้อง บอกแบบนี้ครับเวลาช้างป่าก็ต้องตั้งต้นแบบนี้ก่อนดีกว่า ในการก่อสร้างมันต้องใช้ทั้งคน ใช้ทั้งเครื่องจักรใช้ทั้งอะไรต่อมิอะไร แล้วช่างเขามีประสาทที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้รวดเร็วมาก เร็วกว่าคนหลายร้อยเท่า ท่านประธานลองนึกภาพดูการก่อสร้างที่ขนทั้งคน ทั้งรถแบคโฮ (Backhoe) รถไถ รถอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ช้างเขาโมโหนะครับ เวลาช้างป่าโมโหช้างป่า ไม่ได้วิ่งหนีนะครับ ช้างป่าหันหน้าเข้ามาแล้ววิ่งเข้าหาคน ความสูญเสียมันจะเริ่มตั้งแต่ กระบวนการก่อสร้าง ผมก็ไม่มั่นใจว่ากระบวนการก่อสร้างจะสามารถสร้างแล้วจบกระบวนการ จนกระทั่งออกมาเป็นตามแบบที่มาในเล่มของกรรมาธิการได้หรือเปล่า ตรงนี้น่ากลัวมาก แทนที่จะเปลี่ยนวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสมันจะกลายเป็นวิบัติ ก็อยากจะฟังคำชี้แจงด้วย จากกรรมาธิการเผื่อมีเรื่องอะไรที่คิดว่ามันเป็นประโยชน์จริง ๆ ในส่วนอื่นไม่ได้เป็นการแก้ไข เรื่องกฎหมายอะไรต่าง ๆ ก็ทำดี อันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญที่สุดเหมือนที่ผม ได้เรียนไปตอนต้นว่าเกี่ยวเรื่องการเยียวยาอันนี้อยากจะขอฟังรายละเอียดให้ชัด ๆ ให้พี่น้อง ประชาชนได้อุ่นใจว่ากรรมาธิการเราสู้อย่างเต็มที่แล้วก็พยายามจะผลักดันให้เรื่องการเยียวยา เกิดขึ้นได้เร็วที่สุด เพราะปัญหาที่ผ่านมาติดขัดแย้งมากมายเต็มไปหมด ข้อเสนอแนะตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นประโยชน์อันดับต้น ๆ ในเล่มรายงานของกรรมาธิการชุดนี้ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน