สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕

ภาสกร เงินเจริญกุล หารือเรื่องนิวสเปซและกิจการอวกาศ รวมถึงการศึกษาเศรษฐกิจอวกาศ และขอเสนอแนะการปรับปรุงกฎหมายด้านอวกาศของประเทศไทย โดยพูดถึงผลกระทบของเทคโนโลยีและผลกระทบต่อประเทศไทยในอนาคต และเรียกร้องให้มีการศึกษาวิธีการเตรียมตัวทันโลกที่กำลังจะเปลี่ยนไป

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ก็จริง ๆ ดีใจมากที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาเรื่องนิวสเปซ (New Space) แล้วก็กิจการอวกาศ ทีนี้ผมก็มาอ่านรายงานของทางคณะกรรมาธิการ จุดประสงค์ของการศึกษา จริง ๆ ก็โดนใจมากมี ๓ ข้อ

ข้อที่ ๑ ขออนุญาตอ่านเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจอวกาศที่มีการ เปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่

ข้อที่ ๒ เป็นข้อมูลในการปรับปรุงกฎหมายด้านอวกาศของประเทศไทย ให้มีความสอดคล้องแนวโน้มการพัฒนากิจการอวกาศที่เกิดขึ้นในอนาคต

ข้อที่ ๓ เป็นข้อมูลส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศ

คือพอผมอ่านปุ๊บ จริง ๆ โดนใจมาก เหมือนเราเอาธนูยิงแต่พอมาอ่านเนื้อหา มันไม่เข้าเป้ากลาง มันเฉียดไปเฉียดมา ก็เลยขออนุญาตขึ้นมาอภิปรายชี้แจงนิดหนึ่งว่า อย่างนี้ คือวันนี้เทคโนโลยีมันกำลังอยู่ในขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านไปอีกไปอีกสเต็ป (Step) หนึ่ง ไปเป็นจากเซลลูลาร์เบสด์ (Cellular Based) เป็นเป็นดาวเทียมแล้ว โดยเฉพาะวงโคจรต่ำ ในจะมีบทบาทมากในอนาคตอันใกล้นี้เท่ากับว่าเรากำลังมีโอกาสใหม่ ๆ ที่จะพัฒนาธุรกิจ แล้วก็ตามให้ทันโลกที่กำลังจะเปลี่ยนไป ถ้าเกิดการศึกษามันไม่ได้ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเรา จะเตรียมตัวอย่างไรให้ทันเขา อนาคตเราอาจจะกลายเป็นผู้บริการชั้นดีให้กับต่างชาตินะครับ ทำไมผมพูดอย่างนั้น ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ ว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่เราใช้กันวันนี้ คือเซลลูลาร์เบสด์ (Cellular Based) แล้วก็ใช้กับโอเปอเรเตอร์ (Operator) วันหลังอนาคต ดาวเทียมมันมาแน่ มันมาแน่นะครับ ล้อกับว่าเราอาจจะต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ผ่านดาวเทียม อยู่ตรงไหนก็ใช้ได้ อยู่บนภูเขาก็ใช้ได้ เมืองนอกก็จะมีแล้วครับ สตาร์ลิงก์ (Starlink) ต่าง ๆ เท่ากับว่าเหมือนเราใช้เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) จ่ายที่ประเทศไทยแต่ใช้รีสอร์ซ (Resource) ของต่างประเทศ เงินก็ออกไปที่ต่างประเทศ ผมอยากให้เห็นในแง่มุมคร่าว ๆ สัก ๓ แง่นะครับ แง่เทคนิค แง่เทคนิคนี่ในเล่มนี้เขียนไว้ค่อนข้างเยอะพอสมควร ซึ่งผมเชื่อว่า มันเป็นทักษะความรู้ที่เราจะต้องปลูกฝังและใส่ให้กับคนในประเทศว่าวันนี้เทคนิคทางกิจการ อวกาศเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งจริง ๆ มันมีแค่ ๒ แง่ แง่อุตสาหกรรมกับแง่การพัฒนาเป็นบริการ เราจะทำอย่างไรให้พวกเหล่านี้มันลงไปคนในชาติ แล้วเอาไปจัดการเป็นธุรกิจของในชาติ อันนี้คืออันที่ ๑

อันที่ ๒ ในแง่กฎหมาย วันนี้ดาวเทียมวงโคจรต่ำวิ่งอยู่บนฟ้าอยู่บนประเทศไทย เยอะมาก เท่ากับว่าวันนี้ทำอย่างไรข้อมูล ท่านที่พูดไปไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cyber Security) บังเอิญผมมาไม่ทัน วันนี้ข้อมูลมันอยู่บนนี้เต็มไปหมด ที่ท่านจะวางอินฟรา (Infra) กัน ผมบอกเลยว่ามันโบราณมาก ผมคุยกันมานานมาก วันนี้มันอาจจะปรับเปลี่ยนไปเยอะมาก กฎหมายผมมานั่งอ่านข้างในถ้ากฎหมายหลาย ๆ หน้า ตัวอย่างเช่น การขอใบประกอบ กิจการอวกาศ ถ้าไม่มีก็ถูกตัดติดคุก ติดคุกทีหนึ่งปรับที่หนึ่งก็ ๑๐๐,๐๐๐ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ถามว่าถ้าเรามีกฎหมายควบคุมคนในประเทศขนาดนี้ ทักษะความรู้หรือหรือคนที่จะประกอบ กิจการเกี่ยวกับอวกาศในประเทศไทยมันจะมีเยอะไหม น้อยมากครับ น้อยมากหมายความ ว่าอย่างไรครับ เราก็เลิกทำก็ไปใช้ของคนอื่นเขาที่มันบินอยู่บนหัวเราในเต็มไปหมดเลย เราต้องจัดการสิ่งที่มันอยู่บนหัวเราที่ไม่มีกฎหมายครอบคลุมเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นฟรีสเปซ (Free Space) แต่เราต้องจัดการดูแลมันเหมือนกันนะครับ

ผมมีหนึ่งนาทีสุดท้ายครับ อาจจะพูดได้แค่เรื่องของการนำไปใช้ ในเมื่อเรา ยังไม่สามารถทำเป็นของเราเป็นตัวเป็นตนได้เราก็ต้องมองเหมือนกันว่าคนที่มาปล่อย ดาวเทียมอยู่บนหัวเรา เราจะทำอย่างไรให้เป็นประโยชน์ของเรามากที่สุด ไม่ใช่เป็นเพียง แค่ใช้บริการ สิ่งที่อยู่บนหัวเราเราใช้ของคนอื่นก็มาทำเป็นบริการของเราเองได้เหมือนกัน ในรายงานเล่มนี้อาจจะต้องมองลึกข้ามเข้าไปถึงเรื่องเทคนิค มองว่าที่มีอยู่นี้ทำอย่างไร ให้เป็นอุตสาหกรรมกฎหมายปลดล็อกแบบไหน แล้วเราจะยูทิไลซ์ (Utilize) สิ่งที่มันลอยอยู่ บนหัวเราอย่างไรให้มันมีประโยชน์กับประเทศครับ ลองสังเกตสตาร์ตอัป (Start Up) เรา ในประเทศไทยไม่มียูนิคอร์น (Unicorn) สักตัว เพราะเราทำไม่ทัน เราตามเขา ผมว่าวันนี้ มันมีโอกาสที่เราจะกระโดดไปข้างหน้า ถ้ามีโอกาสพิจารณารอบ ๒ นะครับเป็นแอปพิโสดทรู (Episode two) รบกวนใส่เรื่องพวกเหล่านี้เข้าไปด้วย ขอบพระคุณครับ