มานพ หารือใช้เทคโนโลยีอวกาศแก้ปัญหาป่า-ดิน ย้ำประชาชนต้องเข้าถึงได้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕

มานพ คีรีภูวดล หารือบทบาทของเทคโนโลยีอวกาศและระบบแผนที่รวมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการใช้ข้อมูลดาวเทียมและจีไอเอสเพื่อแก้ปัญหาไฟป่า ป่าไม้ และข้อขัดแย้งด้านที่ดิน พร้อมย้ำว่าชนเผ่าพื้นเมืองคือผู้รักษาป่า ไม่ใช่ผู้ทำลาย และเรียกร้องให้ปรับกฎหมายและระบบการจัดการให้สอดคล้องกับข้อมูลวิทยาศาสตร์ รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทั่วถึงและเป็นอิสระ

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธาน ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านผมไม่มีไฟฟ้านะครับ การรับรู้และความเข้าใจเรื่องอวกาศมันจะผ่านเรื่องเล่า ผ่านนิทาน ผ่านตำนาน แล้วเราก็จินตนาการไปว่าอวกาศเป็นอย่างนี้ ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นเรื่อง จินตนาการล้วน ๆ ท่านประธานครับ ทีนี้พอผมโตขึ้นมาได้มีโอกาสทำงาน ผมคิดว่ารายงาน เรื่องนิวสเปซ (New Space) แล้วก็ สเปซอีโคโนมี (Space Economy) ผมอยากจะอภิปราย ในประเด็นเรื่องสังคม ผมได้มีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีอวกาศแบบกลาย ๆ ครับท่านประธาน ซึ่งผมเองไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีที่มันเป็นเรื่องทักษะ เป็นเรื่องเทคนิคเลยครับ ผมคิดว่า ประเด็นสำคัญคือที่เกี่ยวข้องในชีวิตผมก็คือเรื่องของการบริหารจัดการที่ดิน การบริหารจัดการ เรื่องของไฟป่า การบริหารจัดการเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าเรื่องนี้ สำคัญกับสังคมไทยครับ หลาย ๆ เรื่องผมคิดว่าข้อถกเถียง ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องสังคม กฎหมาย ระเบียบ จารีตประเพณี สุดท้ายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จะเป็น เครื่องมือที่ทำให้คนที่ขัดแย้งกันมันแก้ปัญหา ยกตัวอย่างเรื่องจีพีเอส (GPS) อันนี้สำคัญมาก เรื่องจีไอเอส (GIS) ทั้งหมด ผมบอกกับชาวบ้าน บอกกับเจ้าหน้าที่ที่ทะเลาะกันนะครับ ผมคิดว่าคุณจะเอาเหตุผลอะไรก็ได้มาเถียงกัน แต่ว่าคุณไม่สามารถที่จะเถียงดาวเทียมที่อยู่ บนฟ้าได้ อันนี้ผมคิดว่าเป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาเบื้องต้น หลาย ๆ พื้นที่ครับ จบลงด้วยเทคโนโลยีตรงนี้ การบริหารจัดการตัวทรัพยากร โดยเฉพาะเรื่องไฟป่าเมื่อก่อนเรา ก็เถียงกันว่าไฟป่าเกิดจากไร่ข้าวโพด เกิดจากชาวบ้านเผา ทีนี้เรามาดู ผมยกตัวอย่างเชียงใหม่ ง่าย ๆ เลย เชียงใหม่มีพื้นที่อยู่ประมาณ ๑๐ ล้านไร่ เป็นป่าเต็งรัง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่า ไหม้เยอะที่สุดภาพถ่ายทางอากาศผมจำชื่อภาพถ่ายดาวเทียมไม่ได้ บูลสกาย (Blue Sky) หรือเปล่าผมไม่แน่ใจ ปรากฏว่ามันไหม้เกือบทุกที่ เฉลี่ยแล้วไหม้ ๓ ล้านไร่ ไหม้ที่ไหนบ้าง อันนี้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์จะนำไปสู่การแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนไทย เทคโนโลยีตรงนี้มันต้องอยู่ใกล้และเข้าถึงง่ายครับ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เฉพาะจิสด้า (GISTDA) ที่เดียว จะต้องกระจายให้ อบท. จังหวัดทุกที่ เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ทันที ไม่จำเป็นจะต้องเข้าใจระบบเทคโนโลยีทั้งหมด ผมไม่เคยเรียน เรื่องจีไอเอส (GIS) มาก่อนเลยครับท่านประธาน แต่ว่าผมใช้จีพีเอส (GPS) ได้ ผมพออ่าน แผนที่ได้ว่าพิกัดอย่างไร ว่ามาตราส่วนอย่างไร การโอเวอร์เลย์ (Overlay) แผนที่แต่ละส่วน มันจะนำไปสู่ความเข้าใจในเรื่องนี้เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานว่า กรณีเรื่องไฟป่า ผมคิดว่าถ้าเราทำนายได้ว่าประสบการณ์ของเราตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ มาถึง ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ ว่าพฤติกรรมของลม อากาศ กระแสลม พฤติกรรมความแล้ง จะนำไปสู่วิกฤติอะไร อันนี้ผมคิดว่านำไปสู่การบริหารจัดการได้ ข้อถกเถียงที่เป็นข้อถกเถียง ที่จะชี้นิ้วไปให้ใครเป็นคนผิด กระบวนการวิทยาศาสตร์ทางอวกาศจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะ ทำให้สังคมเข้าใจ

เรื่องที่ ๒ เรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ เรื่องป่าครับ ผมคิดว่าวันนี้เราต้องยอมรับว่าการที่เคยบอกว่าพี่น้องชนเผ่าทำลายป่า วันนี้ ผมยังยืนยันนะครับ แผนที่ประเทศไทยตั้งแต่เชียงรายถึงประจวบคีรีขันธ์ที่พี่น้องผมอยู่ ป่าที่สมบูรณ์ที่สุดเอาแผนที่ตั้งแต่ปี ๒๔๐๐ กว่ามาโอเวอร์เลย์ (Overlay) แต่ละปี ๆ ปี ๒๕๖๕ วันนี้แผนที่ที่ป่ายังคงอยู่อยู่ตรงไหน แล้วพี่น้องชาติพันธุ์อยู่ตรงไหน ผมคิดว่า อันนี้คือข้อมูลวิทยาศาสตร์ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่ แต่ว่าระบบที่มันมีอยู่อาจจะยัง ไม่เพียงพอ ทำอย่างไรข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมายความรู้ บุคลากรความพร้อมอะไร พวกนี้อาจจะต้องเคลียร์ออกให้หมด ต้องเขียนในกฎหมายครับ

ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายเรื่องสำคัญและทุกคนก็รออยู่แล้วครับว่า อยากจะเห็นข้อมูล รัฐบาลได้พูดไว้แล้วว่าอันนี้เราแก้ปัญหาแผนที่ประเทศไทยหมดแล้ว พูดคำว่า วันแมป (One Map) วันแมป (One Map) แต่ผมไม่เห็นออกมาสักที ถ้าเรามี เทคโนโลยีตรงนี้ วันแมป (One Map) ที่คุณว่ามาขีดแล้วมาทำด้วยกันผมว่ามันไม่มีปัญหา โฉนดที่ออกไปแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ กว่าแปลงที่บอกว่ามีปัญหา ไม่มีปัญหาเอาความจริงมาไว้ บนโต๊ะโดยใช้เทคโนโลยีอวกาศนี่ล่ะครับ แก้ข้อกฎหมาย แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มันคาอยู่ในพื้นที่ คาอยู่ในข้อกฎหมายที่ไม่รู้ว่าจะทำ ทำแล้วก็ ๑๕๗ ไม่ทำก็ ๑๕๗ ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้เทคโนโลยีอวกาศเท่าที่ผมสัมผัสมันจะนำไปสู่กระบวนทัศน์ใหม่ ๆ มันจะนำไปสู่เรื่องวิธีคิดที่จะนำไปสู่การใช้เครื่องมือที่มันเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ว่าเถียงกัน แบบข้าง ๆ คู ๆ เหตุผลแค่นั้นนะครับ มันต้องมีองค์ประกอบหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์ ขึ้นมาในการทำงาน สุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าถึงแม้ว่าผมจะห่างไกลไม่เข้าใจ เรื่องระบบเทคโนโลยีอวกาศเท่าไร แต่อย่างน้อยที่สุดผมมีโอกาสได้ใช้ในส่วนเล็ก ๆ ส่วนนี้ ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดมันสามารถที่จะทำให้คนตัวเล็ก ๆ ตัวน้อย ๆ เข้าถึงเทคโนโลยีปุ๊บ มันนำไปสู่ความกระจ่างหรือความเข้าใจปัญหาในระดับพื้นที่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะ ให้เกิดก็คือว่าอาจจะต้องเขียนลงไปในกฎหมายที่จะต้องทำให้เรื่องทั้งหมดที่ผมอภิปรายและ ที่กรรมาธิการได้ศึกษามานี้

๑. ผมคิดว่าระบบสนับสนุนการนำไปใช้มันต้องไม่กระจุก และต้องไม่ใช่เรื่อง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญจะต้องมีจริงครับ จะต้องไปสร้าง จะต้องไปทำ จะต้องไปออกแบบ แต่คนไปใช้ไม่จำเป็นต้องรู้ อย่างโทรศัพท์ผมนี่ครับ ทำมาจากอะไรผมไม่รู้แต่ผมใช้เป็น ผมคิดว่าอันนี้ระบบคิดอย่างนี้ ระบบสนับสนุนอันนี้ต้องอยู่ในกฎหมาย

๒. ก็คือต้องกระจายให้ไปทั่วถึงพื้นที่ กระจายให้ทุกคนโดยเฉพาะหน่วยงาน ในระดับพื้นที่เข้าถึงประชาชนเข้าง่าย

ผมขอสรุปครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับรายงานของกรรมาธิการแล้วก็ สนับสนุนเต็มที่ ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้เทคโนโลยีตรงนี้อยู่ในการควบคุมดูแลของเราด้วย ไม่ใช่ว่าเราไปหายใจด้วยจมูกของคนอื่นครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน