สงวน พงษ์มณี ระบุว่าการกระจายอำนาจเป็นนโยบายที่เหมาะสมในปัจจุบัน และเสนอแนะให้ดำเนินการด้วยวิธีการยกว่าข้อบังคับแต่ละจังหวัด แทนที่จะออกกฎหมายเป็นการทั่วไป
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ดีใจครับที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้นำเรื่องนี้เข้ามาสภาวันนี้ ผมถือว่าเป็นความทันสมัยที่ตรงกับสถานการณ์จริง ๆ เพราะว่าวันนี้ทิศทางของการกระจาย อำนาจมันควรจะเป็นนโยบายหลักของพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง วันนั้นผมไปเปิด พรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงใหม่
เรื่องแรกที่เราพูดถึงคือเรื่องของการกระจายอำนาจนี่ล่ะครับ เหตุผลที่ผมพูด เรื่องประเด็นนี้ก็เข้าใจว่ารายละเอียดของการกระจายอำนาจมันคงแตกต่างกันหลายพรรค หลายเรื่อง ซึ่งเป็นรายละเอียดซึ่งผมไม่ค่อยสนใจตรงนั้นเท่าไร เพราะว่าใครจะประชามติ ในจังหวัดไหนก็ต้องมาร่างกฎหมายในสภาซึ่งรายละเอียดมันก็จะตกลงกันไปตามสถานการณ์ ไปตามสถานะของแต่ละจังหวัด แต่ผมจะฉายภาพให้เห็นภาพว่าวันนี้การกระจายอำนาจของ ประเทศไทยมันเป็นการกระจายกิจกรรมกับการเพิ่มอำนาจให้กับทางภูมิภาค ซึ่งผมไม่เห็นด้วย อย่างยิ่ง วันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจถอดถอน มีอำนาจถอดถอนนายกท้องถิ่น ผู้บริหาร ท้องถิ่น และสมาชิกท้องถิ่นได้เหมือนกับถอดถอนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บางหมู่บ้านมีคน ๒๐๐ ๓๐๐ คน มีผู้สมัครผู้ใหญ่บ้านไป ๔ คน คนชนะอาจจะได้ ๖๐ กว่าคะแนน แต่พอมีคน ในหมู่บ้านเซ็นชื่อเกินกึ่งหนึ่ง ผู้ว่าต้องถอดถอนผู้ใหญ่บ้านคนนั้นเลยทันที นี่เป็นความไม่เป็น ประชาธิปไตยอย่างยิ่ง เพราะประชาธิปไตยต้องกำกับโดยกาลเวลาของในช่วงการเลือกตั้งนั้น ๆ แล้วมีระยะเวลาว่าคุณอยู่กี่ปี นี่คือสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าผมเห็นอย่างนี้ ผมจะติงเรื่องเดียวให้มาอยู่ในข้อสังเกตคือเรื่องอะไรครับ อย่าทำกฎหมายเป็นการทั่วไป โดยพร้อมกัน ครั้งหนึ่งเราเคยยกสถานะของสุขาภิบาล ซึ่งเป็นหย่อมความเจริญของแต่ละจุด บางตำบลมี ๓ ๔ หมู่บ้านเท่านั้นเอง แต่บังเอิญบ้านผมมันเป็นสุขาภิบาลทั้งจังหวัด ทั้งตำบลเลย พอยกปุ๊บผู้ใหญ่บ้านหลุดไปทีละคนสองคนเกิดปัญหาครับ เพราะอะไรเพราะมันไม่เข้าใจ เรื่องบริบทของชนบท ตรงนี้มันต้องดูว่าผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่บุคคลที่น่ารังเกียจสำหรับการ กระจายอำนาจเพราะเขามาจากการเลือกตั้งเขาจะอยู่ขึ้นต่อ ไม่ใช่ขึ้นต่อนายอำเภอก็ได้ แต่การอยู่การกินของเราต้องดีกว่านี้ วันนี้ผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวตลกของประเทศ เงินหลวง กองอยู่กองเดียว คุณเปิดก๊อกปุ๊บนี่ให้ผู้ใหญ่บ้านคุณเรียกว่าค่าตอบแทน ไม่ให้สิทธิอะไรเลย ทำงานมา ๓๐ ปี จบวันนี้ก็คือจบบำเหน็จก็ไม่ได้ บำนาญก็ไม่มี สวัสดิการก็ไม่ได้ นี่ผมพูด ประเด็นนี้หมายความว่า การดำรงอยู่ของชุมชนหมู่บ้านมันต้องดำรงอยู่ที่สามารถเลือกตั้ง ผู้นำของตัวเองได้เหมือนเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน วันนี้หลายจังหวัดที่อยากจะให้กำนันถูกเลือกตั้ง โดยให้เปลี่ยนแปลงจากการผู้ใหญ่บ้านเลือกตั้งกำนัน อยากให้กำนันทุกที่เลือกตั้งตรงจาก ประชาชน นั่นแสดงว่าการเลือกตั้งเป็นความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ การกระจาย อำนาจก็เช่นกัน วันนี้เราจะกระจายแต่กิจกรรม อำนาจไม่ให้เลย จัดเก็บภาษีคุณยังบอกว่า ต้องเก็บอย่างนั้นอย่างนี้ ที่ปลูกกล้วยกันกรุงเทพฯ เขาบอกเขาจะเก็บ ที่อื่นถ้ามีการปลูกกล้วย รักษาพื้นที่ก็ต้องเก็บด้วย ไปออกกฎหมายขึ้นมาปุ๊บเสาบางเสาบอกว่าไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง เก็บภาษีไม่ได้ อันนี้เป็นความประหลาดของอำนาจประเทศไทย ถ้าใครต่อต้านการกระจายนั้นผิด ต้องไม่ต่อต้านกระจายอำนาจพรรคผมไม่ต่อต้านแน่นอน แต่ว่าสาระสำคัญมันต้องคุยกัน แล้วเรียกร้องไม่ให้ออกกฎหมายเป็นการทั่วไป ไม่ใช่ยกเลิกกฎหมายทั้งหมดทั่วประเทศ มันไม่มีความพร้อมครับ ต้องยกเป็นรายจังหวัด ถ้าผมมีโอกาสผมจะบอกว่าพรรคผมอาจจะนะ นี่ตัวผมเองนะ ผมยังไม่ได้เสนอพรรคนะ อาจจะทำนำร่องขึ้นมาเป็นบางจังหวัดทุกภูมิภาค บางจังหวัดที่เป็นตัวอย่างกรณีศึกษาก่อน ผมไม่พูดเรื่องการจัดการตัวเองครับ มันงง ผมจะ เสนอว่าจะเลือกตั้งผู้ว่าบางจังหวัดอย่างนี้เหมือนกรุงเทพมหานครอย่างนี้เขาเข้าใจเลย ไม่ต้องไปอธิบาย จังหวัดจัดการตนเองจัดการอะไรล่ะ ไม่ต้องกลัวเราจะเลือกตั้งผู้ว่าโดยตรง กี่จังหวัด ทดลองเสนอเลย ไม่ต้องไปจัดการตัวเองอะไร ข้อสังเกตผมบอกตรง ๆ เรื่องนี้กับ ชาวบ้านและชาวบ้านเขาปรับปรุงตัวเองเลย แล้วการเลือกตั้งตรงแบบทุกวันนี้ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมไม่เห็นด้วยที่ว่าจะไปให้ค่าตอบแทนเขาแบบนั้น เราอาจจะให้เขาอยู่ดีกว่านี้ แต่ไม่ขึ้นต่อนายอำเภอก็ขึ้นต่อหัวหน้าเขตก็ได้ วิธีคิดนี้เป็นของผมเอง ไม่ใช่ของพรรคผมนะ ผมจะจบตรงที่ว่าพรรคผมและผมเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจอย่างยิ่ง แต่สาระรายละเอียด ภายในต้องแตกต่างกันเป็นบริบทของแต่ละจังหวัด ไม่ใช่ว่าเอามาเหมือนกันทั่วประเทศแค่นี้ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ