ฐนภัทร กิตติวงศา ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี 2560 นั้นยุ่งยาก มีการกำหนดเงื่อนไขที่ยากลำบากในการแก้ไข เช่น ต้องมีเสียงของสมาชิกวุฒิสภา 84 คน และฝ่ายค้านร้อยละ 20 ในจำนวนเสียงครึ่งหนึ่งของ 2 สภาที่ใช้ลงมติในการเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ขัดกับหลักการของการมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้แทนของท่าน ในพื้นที่ และทำให้การแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ยากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด จันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ เขต ๑ อำเภอเมืองและอำเภอแหลมสิงห์ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบดีว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ และเป็นกฎหมายที่สำคัญที่สุดที่กำหนดกติกาในการที่จะให้ประชาชนภายในประเทศ อยู่ร่วมกันอย่างสงบและสันติสุข โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันครับท่านประธาน เป็นยุคที่สังคม มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากสังคมที่พูดคุยกัน ปรึกษาหารือกัน พบปะเห็นหน้ากัน กลายเป็นสังคมในยุคโซเชียล (Social) ที่พี่น้องประชาชนก้มหน้าก้มตาในการดูโซเชียล (Social) กัน ติดต่อกัน นี่ถือว่าเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครับท่านประธาน ในการเปลี่ยนแปลงของสังคมนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตามมาก็คือ กติกาในการอยู่ร่วมกันก็ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย การแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สภาพการเมือง สภาพเศรษฐกิจและสภาพความเป็นไปของ สังคมนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง ในการเขียนรัฐธรรมนูญของประเทศไทยนั้น มีวิธีการเขียนแก้ไขหลัก ๆ ไว้เป็น ๓ ขั้นตอนด้วยกัน ขั้นตอนที่ ๑ ก็คือการเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญ อย่างที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่รัฐสภาเราได้มีการขอเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ หลักการที่ ๑ ก็คือในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการเสนอของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามกติกา ขั้นตอนที่ ๒ การพิจารณาของรัฐสภา และเมื่อผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้วก็ เป็นขั้นตอนที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญโดยร่วมกันทั้งประเทศ ท่านประธานครับ การแก้ไข รัฐธรรมนูญในปี ๒๕๖๐ ที่เราใช้กันมาร่วม ๕ ปีแล้วนั้นมีวิธีการแก้ไขที่ยุ่งยากครับ เป็นที่ ทราบดีที่พี่น้องหลายท่านในสมาชิกที่ได้อภิปรายไป เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยุ่งยาก ไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๐ โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในเงื่อนไขนั้นจะต้องมีเสียงของสมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. ซึ่งปัจจุบันนี้ ๒๕๐ คน ในจำนวนเต็ม ๑ ใน ๓ ก็คือ ๘๔ คน แล้วก็ต้องมีฝ่ายค้านร้อยละ ๒๐ ในจำนวนเสียงครึ่งหนึ่ง ของ ๒ สภาที่ใช้ลงมติในการเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ การออกแบบการเขียนรัฐธรรมนูญนั้นยุ่งยาก แล้วก็มีหลายมาตราที่ควรที่จะนำมาซึ่งการ แก้ไขอย่างเช่นในเรื่องของมาตรา ๑๔๔ ที่ไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปแปรญัตติหรือ ไปยุ่งเกี่ยวกับการนำงบประมาณมาพัฒนาในการแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ผมถือว่าขัดกับหลักการของการมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้แทนของท่าน ในพื้นที่เป็นอย่างมาก ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีความคิดเหมือนกับหลาย ๆ ท่าน ที่เข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็อยากจะนำเสนอความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เข้าสู่การแก้ไข นำงบประมาณไปแก้ เรียกว่าแก้ให้ตรงจุด อย่าตั้งสมมติฐานว่า ส.ส. หรือสมาชิกหรือตัวแทนจะไปทำเพื่อผลประโยชน์ให้กับตัวเองหรือพวกพ้องต่าง ๆ ตรรกะ อย่างนี้ควรเลิกได้แล้วครับ ในยุคนี้ สมัยนี้ ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงนะครับ ในเรื่องของ การที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะกำหนดให้วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้น ในเร็ววันนี้นะครับ ไม่ทราบว่าวันไหนนะครับ แล้วให้มีการออกเสียงประชามติไปด้วยว่า พี่น้องประชาชนมีความเห็นด้วยกับการที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมเห็นด้วย กับพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านที่ได้ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาในครั้งนี้ ในการที่จะตั้ง คำถามนั้นนะครับ ในการตั้งคำถามในวันที่จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งก็เพราะว่า ๑. ในเรื่องของการที่จะได้มีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นแล้ว จะได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เกิดขึ้นแล้วยังให้พี่น้องประชาชนมีการตื่นตัวที่จะไปเลือก ในการที่จะลงประชามติ มีความเห็นของตัวเองว่าจะกำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ไปในทิศทางใด แล้วก็เป็นการประหยัดงบประมาณ นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด เป็นการประหยัด งบประมาณ เพราะฉะนั้นคำถามในการลงประชามติว่าท่านเห็นชอบด้วยหรือไม่ว่าประเทศไทย ควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ แทนที่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ฉบับเดิมนั้น โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือว่า ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน อันนี้ ผมถือว่าเป็นคำถามที่ดีที่สุด ใช้ได้ แล้วก็พี่น้องประชาชนน่าจะเห็นด้วย แล้วก็ขอความร่วมมือ กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านร่วมกันที่จะให้มตินี้ในวาระนี้ผ่านไปด้วย ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ