ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายสนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านประชามติ โดยย้ำถึงความจำเป็นของการมีรัฐธรรมนูญที่ดีที่เคารพหลักนิติธรรม การแบ่งแยกอำนาจ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอเป็นหนึ่งในตัวแทนของพรรคก้าวไกลที่จะอภิปรายสนับสนุน ตามที่สภามีมติในการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธานครับ ญัตตินี้เป็นญัตติที่พวกเราฝ่ายค้านเห็นตรงกันและ มีตัวแทนของฝ่ายค้านเรา ๒ ท่านก็คือ ส.ส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ ส.ส. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย ได้นำเสนอ ผมเองจำเป็นต้องสนับสนุนครับ และจำเป็นต้อง สนับสนุนว่าวินาทีนี้ที่น้อง ๆ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กำลังฟัง เราอยู่อยู่ข้างบนนั้นท่านกำลังอยู่ใน ๑ นาทีประวัติศาสตร์ เหมือนกับตอนผมเรียนปี ๒ อยู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี ๒๕๔๐ ที่มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ ส.ส.ร. ที่เราเชื่อว่าเป็นหนึ่งในร่างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในประเทศไทย แน่นอนย่อมมี ปัญหาหลายอย่างที่จำเป็นต้องแก้ไข แต่นั่นคือรัฐธรรมนูญที่มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน โบกธงเขียวในท้องสนามหลวง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนับสนุนว่าเราจำเป็นต้องมี รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ผมได้พูดในสภาแห่งนี้ครับว่าหลักการที่ท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์ เสนอในคอนสทิทิวชันนัลลิซึม (Constitutionalism) ซึ่งเป็นหนังสือที่นักกฎหมาย ทุกคนต้องอ่าน พูดถึงความเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีอยู่ทั้งหมด ๕ ประการด้วยกัน ๑. ก็คือ อำนาจสูงสุดของรัฐธรรมนูญ แต่เสียดายอำนาจสูงสุดของการเป็นรัฐธรรมนูญนั้นไม่เกิดขึ้น ในประเทศไทย เราฉีกแล้วฉีกอีก ฉีกจนกระทั่งจำเป็นต้องใส่พุทธศักราชต่อท้ายนะครับ ในรัฐธรรมนูญ ไม่เหมือนกับในสหรัฐอเมริกาที่มีรัฐธรรมนูญมา ๒๐๐ กว่าปีอาจจะมีการ แก้ไขอยู่บ้างที่เรียกว่าอเมนด์เมนต์ (Amendment) ก็เพียงแต่ไม่กี่ครั้ง สิ่งที่ ๒ ที่รัฐธรรมนูญ ที่ดีต้องมีครับ ก็คือการวางโครงสร้างของระบบสถาบันทางการเมืองต่าง ๆ แล้วผมเรียนมา โดยตลอดว่าความเข้าใจของประเทศไทยที่ผิดพลาดคือการแปลความในหนังสือมองเตสกิเออ เรื่องสปิริต ออฟ ลอว์ (Spirit of Law) แล้วบอกว่าอำนาจ ๓ อย่างนั้นครับ มีการแบ่งกัน อย่างเด็ดขาด ซึ่งจริง ๆ ไม่มีอำนาจใดที่มีการแบ่งกันอย่างเด็ดขาด รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีปัญหาประการสำคัญในการจัดวางโครงสร้างขององค์กรอิสระ ของที่มาของกระบวนการ ขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมพูดหลายครั้งว่าสถานะของศาลรัฐธรรมนูญนั้นควรจะเป็นอย่างไร วันนี้เราคลางแคลงต่อที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ เราคลางแคลงต่ออำนาจ เราคลางแคลง แม้กระทั่งว่าศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกแยกหมวดออกจากศาลยุติธรรม แต่ทำไมถึงออกข้อกำหนด ลงโทษคนที่ถูกอ้างว่าละเมิดอำนาจศาลได้ทั้ง ๆ ที่แท้จริงนั้นคือการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็น อิสระและเป็นวิชาการต่อความเห็น ต่อคำวินิจฉัยที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ คำวินิจฉัยในกรณีที่บอกว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๘ ที่ระบุแต่เพียง ชายและหญิงเท่านั้นที่มีการสมรสกันได้นั้นไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมอยากฝากน้อง ๆ นักศึกษาไปอ่านคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการแต่ละท่านยิ่งสะท้อนให้เห็นระบบชาย เป็นใหญ่ในประเทศไทย รัฐธรรมนูญที่ดีต้องมีหลักการที่ ๓ ครับ คือการตรวจสอบถ่วงดุล อำนาจที่เรียกว่าเช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and Balance) ต้องมีหลักการประการที่ ๔ ซึ่งในพวกผมแล้วถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งก็คือหลักประกันสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของ พี่น้องประชาชน แอบโซลูตไรต์ (Absolute Right) พริวิเลจไรต์ (Privilege Right) ลิมิเตดไรต์ (Limited Right) ต่าง ๆ นั้นต้องถูกจัดวางอย่างเหมาะสม แต่ต้องเคารพว่าทุกคนมีสิทธิ ในเนื้อตัวร่างกายครับ ต้องเคารพหลักประกันที่บอกว่าทุกคนนั้นต้องมีสิทธิที่จะได้รับ การสันนิษฐานไว้ก่อนเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยซึ่งหลักการนี้ไม่ค่อยถูกใช้ หลักที่เรียกว่านูลลัม ไครเมน นูลลา โพอีนา ไซเน เลเก (Nullum Crimen Nulla Poena Sine Lege) ที่อยู่ในมาตรา ๒ กฎหมายอาญาและอยู่ในรัฐธรรมนูญนั้นก็ไม่ถูกใช้เท่าไร ที่สำคัญครับ ท่านประธาน รัฐธรรมนูญที่ดีนั้นข้อ ๕ ก็คือหลักที่เรียกว่าการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นนาทีนี้ครับ พระราชบัญญัติประชามติแบ่งการประชามติออกมาเป็น ๕ แบบด้วยกัน แบบที่ ๑ แบบที่ ๒ แบบที่ ๓ ผมไม่มีเวลาพูดถึงครับ แบบที่ ๔ กับแบบที่ ๕ แบบที่ ๔ นั้นคือ การให้อำนาจต่อรัฐสภาในการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในเรื่องที่เห็นว่า มีความสำคัญต่อประโยชน์ของประเทศชาติ มาตรา ๙ ประชามติข้อที่ ๕ ระบุว่าพี่น้องประชาชน ๕๐,๐๐๐ คนมีสิทธิเข้าชื่อในการเสนอให้คณะรัฐมนตรีทำประชามติ ซึ่งวันนี้ในเวิลด์ไวด์เว็บ (www) รีเซ็ต (Reset) ประเทศไทย ก็มีการทำประชามติขอให้มีการแก้ไขและยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ซึ่งมีผู้ลงชื่อไปแล้วกว่า ๑๗,๐๐๐ คน แต่ยังเหลืออีก ๓๐,๐๐๐ กว่าคน ถึงจะเต็ม ตามจำนวน ๕๐,๐๐๐ คน ผมใช้เวลาต่อเนื่องจาก ๕ นาทีไปอีกสักนิดหนึ่งครับท่านประธาน เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าด้วยเหตุที่กระบวนการประชามตินั้นเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง และกระบวนการ ประชามตินั้นยังมีอีกหลายขั้นตอนครับ ไม่ใช่แต่เพียงสภาผู้แทนราษฎรเพราะในกฎหมาย ประชามติใช้คำว่า รัฐสภา ฉะนั้นการผ่านสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ไม่ได้หมายถึงวุฒิสภาจะเห็นด้วย การผ่านวุฒิสภาเห็นชอบร่วมกันเป็นรัฐสภาไม่ได้หมายถึง ครม. จะเห็นชอบให้มีการทำ ประชามติ แม้กระทั่ง ครม. เห็นชอบให้มีการทำประชามติก็อาจจะไม่ได้หมายถึงว่าพี่น้อง ประชาชนเห็นด้วยว่าควรแก้หรือไม่ แต่นั่นมิใช่หรือครับคืออำนาจของพี่น้องประชาชนที่เรา บอกว่าเขาเป็นผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ซึ่งอำนาจนี้ถูกพรากไปจากพี่น้องประชาชน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ อย่างไรก็ตามครับ ฉะนั้นวันนี้ต้องเอาให้เสร็จเด็ดขาด วันนี้ต้องเอาให้ แล้วเสร็จครับว่าสภาแห่งนี้ โดยตัวแทนของประชาชน ๕๐๐ คนลงมติให้ถึง ๕๐๐ คนเลย ที่จะสนับสนุนให้มีการส่งเรื่องนี้ในการทำประชามติเพื่อเป็นการปิดปากสมาชิกวุฒิสภาว่า นี่ตัวแทนประชาชนถึง ๕๐๐ คนก็เห็นตรงกัน ด้วยเหตุผลที่ผมได้นำเรียนต่อท่านประธาน ผมคิดว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการคืนอำนาจอธิปไตย อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญที่เป็นของ ประชาชนให้กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าวันนี้ที่ประชุมสภาแห่งนี้จำเป็นครับ และวันนี้ อาจจะเป็นวันสุดท้ายด้วยซ้ำซึ่งผมไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ที่พวกเรามีหน้าที่ และมีบทบาทที่จะต้องทำหน้าที่นี้ในสภาอย่างนี้ ฉะนั้นไม่อยากให้กลับมาเสียใจในภายหลัง เราใช้อำนาจหน้าที่ของเราในการลงมติเห็นด้วยกับการที่ให้มีการทำประชามติขอให้มีการ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยตัวแทนของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งถัดไปซึ่งอาจจะ เกิดขึ้นโดยเร็ววัน ผมสนับสนุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ