วีระกร สนับสนุนญัตติแก้รัฐธรรมนูญ ชี้ไม่เป็นธรรม-ต้องการเสียงประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕

วีระกร คำประกอบ วิพากษ์รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่เอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองเฉพาะกลุ่ม มีข้อจำกัดในการแก้ไข และจำกัดบทบาท ส.ส. พร้อมเรียกร้องการจัดสรรงบประมาณอย่างมีเหตุผลและผลักดันให้เกิดโรงงานผลิตปุ๋ยภายในประเทศเพื่อสนับสนุนเกษตรกร

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพครับวันนี้ขออภิปรายสนับสนุนการเสนอญัตติด้วยวาจาของฝ่ายค้าน แม้ว่าจะเป็นแกนนำรัฐบาลท่านประธานอาจจะจำได้เมื่อผมเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรครั้งนี้ ผมได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ซึ่งก็เป็นวลีอมตะพูดกันจนถึงทุกวันนี้ก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ออกแบบเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาลเท่านั้นพรรคอื่นทำไม่ได้ครับ ข้อเท็จจริง มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมไม่ได้พูดเพื่อที่จะด้อยค่าหรืออะไรใครที่ไหนนะครับ แต่ผมพูด ข้อเท็จจริง ก็ในเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทเฉพาะกาลให้วุฒิสมาชิกซึ่งก็แน่นอนอีกปีกว่า ๆ เขาก็หมดแล้ว ก็ให้เขามีสิทธิในการยกมือสนับสนุนให้คนเป็นนายกรัฐมนตรี ๒๕๐ เสียง โดยไม่ต้องหาเสียงเลยนี่ โดยไม่ต้องไปขอความเห็นชอบจากพี่น้องประชาชนเลยก็สามารถ ยกมือให้ท่านนายกใครนะครับ นายกของที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐก็คือท่าน พลเอก ประยุทธ์ ได้เป็นนายก เพราะฉะนั้นผมพูดข้อเท็จจริงและผมเห็นมาแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่ เริ่มแล้ว ตั้งแต่ประกาศใช้แล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่แฟร์ (Fair) รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มี ความยุติธรรม รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มองเห็นประชาชน เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยแม้ว่า ในข้อเท็จจริงแล้วต่อให้ทำประชามติในช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีเสียงต่อให้ มีเสียงถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ไม่ได้มีผลทางปฏิบัติเท่าไรหรอกครับ เพราะในรัฐธรรมนูญ ที่หมวดที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญญัตติขอแก้ไขต้องมาจากคณะรัฐมนตรีหรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ หรือสมาชิกทั้ง ๒ สภารวมกันไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ หรือประชาชนไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน แต่ท่านประธานครับมันก็จะมาตกตรงที่ ใน (๖) ต้องมีเสียงสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ของสมาชิกวุฒิสภา ท่านก็คงจะเห็นว่าโดยในทางปฏิบัติแล้วโอกาสที่จะเกิดก็ยาก แต่สิ่งที่จะเกิด ก็คือความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่จะแสดงออกในการลงประชามติถ้าประชามติของพี่น้อง ประชาชนมันเกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ หรือมันถึง ๘๐ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ละครับที่จะทำให้ สมาชิกวุฒิสภาไม่สามารถที่จะพูดได้แล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านเสียงประชามติมาแล้ว แต่ถ้าเสียงประชามติท่วมท้นขอให้มี ส.ส.ร. ร่างขึ้นมาใหม่ อันนี้ละครับจะเป็นเสียงจะเป็น ความกดดันที่สมาชิกวุฒิสภาเขาจะไม่กล้าที่จะฝืนมติของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ผมเห็นเลยว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อบกพร่องมากมายเหลือเกินครับท่านประธาน สำหรับผม สิ่งที่มีความรู้สึกที่ไม่ดีก็คือมาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ซึ่งมอง ส.ส. เป็นอาชญากรนะครับ มาตรา ๑๔๔ ส.ส. แม้ว่าจะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ตัวแทนของผู้ที่เสียภาษีให้กับ ประชาชน แต่ไม่สามารถที่จะทำการแปรญัตติที่จะเอางบประมาณไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นได้ ผมพูดหลายครั้งในสภาว่าเราเอางบประมาณไปใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็นกันเสียเยอะ เรามี งบประมาณ ๓ ล้านล้านบาทนะครับ แต่เราเอาไปใช้อีหลุยฉุยแฉกที่มันไม่จำเป็นเยอะเลย เราควรจะแปรญัตติตัดได้ แล้วเราก็ไปเพิ่มในสิ่งที่มันจำเป็น เช่นในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ ก็ดี หรือในเรื่องของการก่อสร้างสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งมันไม่จำเป็นเลย ผมเคยพูดถึงเรื่องศาล ที่ทำการของศาลที่นครสวรรค์นี่รกไปหมดครับ ไม่ว่าจะเป็นศาลอุทธรณ์ ภาค ๖ ศาลแรงงาน ภาค ๖ ศาลปกครอง ภาค ๖ เยอะไปหมด เมื่อก่อนอยู่ที่เดียวกันหมด แล้วก็ไม่เคยเลย ที่อาคารสถานที่จะไม่เพียงพอ ไม่มีครับเพียงพอมาตลอด ตอนนี้พอแยกย้ายกันไปแทบเป็น ศาลร้างครับ ขออนุญาตเพิ่มอีกสักนิดครับ ศาลที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นศาลปกครองถ้าท่าน เข้านครสวรรค์ท่านจะเห็นเลยอยู่บนยอดเขาเลยนะครับ ค่าก่อสร้างคงมากมายเพราะว่า ไปอยู่บนยอดเขา ทำเสียสวยงามปานสวรรค์วิมานก็ไม่ปานครับ แต่ไม่มีคนเข้าไปใช้ วัน ๆ ผมไม่เคยเห็นรถเข้าเลยนะครับ รถเข้าหรือรถออกเลยอย่างนี้เป็นต้น หรือเราเพิ่มอาคาร สถานที่ของหน่วยราชการมากมายที่ไม่จำเป็น แม้กระทั่งราชภัฏที่นครสวรรค์ไปสร้างที่ตำบล ย่านมัทรีออกไปนอกเมือง เด็ก ๆ ก็ไม่ยอมออกไปเรียนล่ะครับมันไกลเมือง แต่ก็สร้างเสีย จนกระทั่งใหญ่โตแล้วก็ขยายไปเรื่อย นักเรียนก็ลดลง ๆ ไม่ใช่ว่าเพิ่ม นักเรียนลดลงในขณะที่ สร้างอาคารเพิ่มไป ๆ หลาย ๆ เรื่องที่ไม่จำเป็นนะครับ สิ่งที่จำเป็นมันมีตั้งเยอะไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการชลประทาน เรื่องของการจัดหาโรงงานปุ๋ยให้กับเกษตรกร เราทำไมจะต้อง นำเข้าปุ๋ยมาปี ๆ หนึ่ง ๗๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้อาจจะถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้นตั้ง ๓ เท่า แต่ท่านประธานครับ เราไม่มีโรงงานปุ๋ยสักโรงให้กับ เกษตรกรซึ่งเป็นประชาชนกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศที่ต้องใช้ปุ๋ยไม่ว่าจะเป็นยูเรีย (Urea) หรือปุ๋ยโปแตช (Potash) ซึ่งเรามีอยู่ใต้พื้นพิภพของประเทศไทยนี่ตั้งแต่โคราชไปยัน อุดรธานี เรามีตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านตัน เราใช้แค่ปีละล้านตัน เราใช้ได้ตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ปี ทำไม เราต้องนำเข้าทุกปี ๆ แล้วท่านเห็นไหมครับ การนำเข้าปุ๋ยมันไม่มีความมั่นคง ปีหนึ่งกระสอบ ละ ๖๐๐ กว่าบาท ๗๐๐ บาท อีกปีหนึ่ง ๑,๗๐๐ กว่าบาท เพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่า เกษตรกรจะ ไปพลิกตำราทันกันได้อย่างไร ไม่มีความมั่นคงให้กับเกษตรกรเลย ตรงกันข้าม ถ้ารัฐบาลลงทุนที่มันถูกไม่ใช่เอาเงินไปใช้อีหลุยฉุยแฉกแต่ใช้ตามความจำเป็นให้กับพี่น้อง เกษตรกรซึ่งมีกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ประชาชน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ เป็นเกษตรกร ทำไมเราไม่สร้างโรงงานปุ๋ยเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพี่น้องเกษตรกรเขาล่ะครับ โครงกาชลประทานอีกหลายโครงการก็สามารถที่จะทำได้ การผันน้ำยวมที่ต้องใช้งบประมาณ สูงทำไมไม่ทำให้เขาครับ ทั้ง ๆ ที่พี่น้องในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้ทุกวันนี้ น้ำต้นทุนไม่พอควรจะลงทุนให้เขาทำไมไม่ทำ เพราะเอาเงินไปใช้อีหลุยฉุยแฉก กรรมาธิการ งบประมาณเขาจะได้ตัดโดยสภาผู้แทนราษฎรเขาจะได้ตัดงบในสิ่งที่มันไม่จำเป็นเอามาใช้ ในสิ่งที่มันจำเป็นสิครับ ท่านประธานครับ ผมจึงมองเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องร่าง ขึ้นมาใหม่ครับ มีการข้อบกพร่อง ๑๘๕ ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับการโยกย้าย