สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อภิปรายสนับสนุนการกระจายอำนาจโดยเน้นความจำเป็นในการทบทวนบทบาทรัฐบาลกลาง สร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นผ่านการปรับกฎหมาย ฐานภาษี และการวางโครงสร้างการปกครองที่เหมาะสม เพื่อให้การปกครองตนเองเกิดผลอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาต ใช้เวลาอภิปรายแสดงความคิดเห็นในเรื่องรายงานการศึกษา เรื่อง การบริหารราชการในรูปแบบ จังหวัดจัดการตนเอง ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมแล้วก็ขอขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการซึ่งมา จากบุคคลภายนอก เช่น ท่านบรรณ แก้วฉ่ำ ถือว่าเป็นลูกหม้อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มายาวนานนะครับ และเคยทำงานร่วมกัน แล้วก็ท่านอาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง ซึ่งหลุดจาก ส.ส. ไปแล้วยังมีหัวใจช่วยงานในส่วนนี้ แล้วก็อาจารย์มหาวิทยาลัย เพื่อนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั้ง ๓ สมาคมนะครับ รวมทั้งผู้นำของพี่น้องประชาชนด้วยที่เราลงพื้นที่เข้าไปขอ ความรู้นะครับ ตัวผมเองเป็นคณะกรรมาธิการสามัญในเรื่องของการกระจายอำนาจ และผมมองเห็นว่าวันนี้ ในเรื่องของการกระจายอำนาจในประเทศไทยนั้นเดินขึ้นมาอีกก้าวหนึ่ง ในอดีตที่ผ่านมานั้น เรามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากสมาชิกสภาท้องถิ่นก็เยอะ ณ วันนี้ก็มีเพิ่มขึ้นนะครับ แต่ว่าวันนี้เราสามารถที่จะสรุปทำรูปเล่มเป็นรายงานที่สมบูรณ์ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผมคิดว่า วันนี้เป็นการก้าวขยับในเรื่องของการกระจายอำนาจ แม้กระทั่งจะไม่สำเร็จภายในเดือนหน้า หรือว่าอีก ๑ ปี ในประเด็นของผมนั้น ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าในประเทศไทยเรานั้น ถ้าจะให้มีการกระจายอำนาจสำเร็จนั้นมันต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง องค์ประกอบที่ ๑ ผมคิดว่าในส่วนของรัฐบาลกลางหรือผู้มีอำนาจ หรือผู้รับมอบอำนาจจากพี่น้องประชาชน มานั้นต้องเห็นความสำคัญในเรื่องของการกระจายอำนาจก่อน ในขณะเดียวกันภาคประชาชน ที่กำลังจะขึ้นมารับมอบอำนาจหรือรับหน้าที่ในเรื่องของการปกครองตนเองนั้นก็ต้องเข้าใจ ในระบอบประชาธิปไตยด้วย ต้องเข้าใจในเรื่องของกฎหมาย เข้าใจในเรื่องของการบริหารด้วย ผมคิดว่าวันนี้เราไม่ใช่เป็นการแบ่งการปกครองนะครับ ไม่ใช่เป็นการแบ่งแยกการปกครอง หรือว่าแบ่งการปกครองซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ผมคิดว่าเราช่วยกันทำหน้าที่ตามกฎหมาย สมมุติว่าเราจะทำโครงสร้างในเรื่องของการกระจายอำนาจที่สมบูรณ์นั้นนะครับ วันนี้ยังมี อุปสรรคหลายเรื่องของกระทรวงมหาดไทยซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังมีความห่วงใย ยังมีความกลัวในเรื่องของการที่จะสูญเสียอำนาจ ในขณะเดียวกันผมคิดว่าถ้าเรายังใช้ มาตรการเดิมตามกฎหมาย ไม่ว่าจะภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ซึ่งในอดีตนั้น พ.ร.บ. แผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจฉบับปี ๒๕๔๒ นั้น ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ นั้น ค่อนข้างที่จะดี แต่ในขณะเดียวกันการขับเคลื่อนในรูปแบบของการกระจายอำนาจซึ่งอยู่ สำนักนายกรัฐมนตรีนั้นมีกำลังคนน้อยนิดนะครับ แล้วก็มอบหมายนโยบายในส่วนของ รัฐบาลกลางนั้นยังไม่มีความชัดเจน ตรงนี้ก็เป็นอุปสรรคนะครับ เพราะฉะนั้นผมมองเห็นว่า การกระจายอำนาจในเรื่องของการปกครองผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ก่อนอื่นรัฐบาล ควรจะทบทวนกรอบอำนาจหน้าที่ของกระทรวงในส่วนกลาง ๒๐ กระทรวงวันนี้อำนาจเยอะ เหลือเกิน เพราะฉะนั้นเราควรที่จะมาทบทวนว่าในกระทรวงงานหลัก ๆ ที่ท้องถิ่นกำลัง เติบโตในวันนี้อะไรบ้างที่เราคงจะกระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่นได้นะครับ แล้วก็ไปเขียน กฎหมายใหม่ และต้องไว้ใจท้องถิ่น วันนี้เรายังใช้หลักยึดถือว่าท้องถิ่นยังยืนอยู่บนขาตัวเอง ไม่ได้ อันนี้ไม่มีวันกระจายอำนาจได้ เนื่องจากว่าเราไปเขียนกฎหมายจำกัดในเรื่องของภาษี เราไปจำกัดในเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ จำกัดเงินอุดหนุนทั่วไปต่าง ๆ อย่างนี้ท้องถิ่นไม่มีวันโต ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเขากระจายอำนาจไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าประเทศไทย เรามีการปกครองแบบ ๒ ชั้น รัฐบาลกลางกับท้องถิ่น อย่างประเทศอินโดนีเซียเขาก็เอา ภูมิภาคออกไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมยังเชื่อว่าถ้าการกระจายอำนาจที่ดีนั้นทำให้ ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง เพราะฉะนั้นการกระจายอำนาจบางครั้งเราต้องยึดหลัก เช่นไม่จำเป็น จะต้องมีสภาทับซ้อนกันมาก เราต้องไปปรับโครงสร้างใหม่ ผมไม่ห่วงใยในเรื่องของผู้มีอิทธิพล เข้ามาปกครอง ผมไม่ห่วงใยในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันครับ เพราะวันนี้เราสามารถที่จะ ตรวจสอบ สามารถที่จะมีองค์กรต่าง ๆ เข้ามาดูหน้าที่ในเรื่องของการทุจริต ในเรื่องของ การใช้อิทธิพล แล้วก็ในเรื่องของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น วันนี้ก็มีวุฒิการศึกษา มีความเชี่ยวชาญ บางท่าน บางพื้นที่ อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี ก็ไปเป็นผู้นำนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเป็นการพัฒนามาอีกระดับหนึ่งที่ต้องขอ ชื่นชม และเราคงจะต้องไปดูในเรื่องของฐานภาษี เราต้องไปดูเรื่องของข้อกฎหมายต่าง ๆ เพื่อที่จะให้การกระจายอำนาจได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีและโดยเร็วนะครับ แล้วก็คงจะดูเป็น ภูมิภาคในเรื่องของความพร้อม ถ้าเราไม่ให้โอกาสคนที่มีความสามารถ ที่มีความเข้มแข็ง แล้วนั้น เราก็จะไม่มีตัวอย่างที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีการแข่งขันกันได้ต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ