สาทิตย์ สนับสนุนการกระจายอำนาจ ห่วงท้องถิ่นถูกครอบงำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒ กันยายน ๒๕๖๕

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ชื่นชมและเห็นด้วยกับรายงานการศึกษาเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง พร้อมสนับสนุนแนวคิดการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่เสนอให้วิเคราะห์ผลกระทบด้านโครงสร้างราชการและการคลังอย่างรอบคอบ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงที่การเมืองท้องถิ่นอาจถูกครอบงำโดยกลุ่มอำนาจเดิม จนทำให้เจตนารมณ์ประชาธิปไตยบิดเบือน และเสนอให้ทุกพรรคการเมืองนำข้อเสนอเหล่านี้ไปรวมไว้ในนโยบายเพื่อผลักดันต่อไปในอนาคต

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้อ่านรายงาน การศึกษา เรื่อง การบริหารราชการรูปแบบจังหวัดจัดการตนเอง ของคณะกรรมาธิการ การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นเล่มนี้ เรียกได้ว่าอ่านครบทุกหน้านะครับ ผมถือโอกาสนี้ขอบคุณทางคณะกรรมาธิการที่ได้จัดทำรายงานที่ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งเล่มนี้ขึ้นมา หลายคนที่อยู่ในกรรมาธิการนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เรียกว่าคร่ำหวอด อยู่กับวงการของการกระจายอำนาจ ความจริงแนวคิดเรื่องจังหวัดจัดการตนเองพูดกัน มานานแต่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันเสียที ผมกับพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่พวกเราสนับสนุน แนวความคิดนี้ถึงขนาดที่มีความคิดแบบนี้บรรจุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างน้อย ๒ ๓ ฉบับ ที่ผ่านมาแต่ก็ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน น่าเสียดายที่รายงานฉบับนี้เรามาในช่วงปลายสมัยสภาพอดี ซึ่งโอกาสที่จะผลักดันเรื่องนี้ภายในรัฐสภานี้ก็อาจจะมีระยะเวลาที่จำกัดและคงเป็นไปได้ยาก แต่ในตอนท้ายที่ผมจะอภิปรายก็อยากจะเสนอแนวทางออกไปไว้ว่าถ้าเราเห็นด้วยกับรายงาน ฉบับนี้ เราจะขับเคลื่อนในเรื่องนี้ต่อไปได้อย่างไร แต่ผมมีข้อสังเกตบางส่วนครับ ในรายงาน ของท่านหน้า ๑๓ ผมต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณที่ได้มีการกล่าวถึงเรื่องหนึ่งก็คือการอ้างถึง เรื่องการปฏิรูปการเมือง ซึ่งมีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิรูป ปี ๒๕๕๓ แล้วมีการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองขึ้นมา ๒ ชุด ชุดของท่านอานันท์ ปันยารชุน กับคุณหมอประเวศ วะสี ซึ่งต้องเรียนท่านประธานว่าช่วงนั้นเป็นช่วงสถานการณ์ การเมืองมีความผันผวน มีความขัดแย้งรุนแรง และเป็นช่วงที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ มองเห็นเรื่องนี้เป็น ๑ ใน ๕ เรื่อง กับเรื่องอื่น ๆ ที่มีการหยิบยกทำเรื่องปฏิรูปขึ้นมา ในช่วงนั้น ก็มีการจุดพลุเรื่องจังหวัดจัดการตนเองที่ชัดเจนมาก แนวคิดหนึ่งที่ท่านเขียนไว้ในรายงานนี้ แล้วผมว่ามันดีมาก ท่านพูดถึงจังหวัดจัดการตนเองที่มาจากแนวคิดกรรมการปฏิรูปว่า มันเป็นการเปิดพื้นที่ภาคประชาสังคม ภาคประชาชนให้มีพื้นที่และสามารถเข้าไปจัดการ อำนาจรัฐในท้องถิ่นที่เข้าถึงการจัดการทรัพยากรท้องถิ่นได้ จากเดิมซึ่งเป็นการรวบอำนาจ ทั้งหลายผูกขาดมาส่วนหน้าส่วนกลาง จะทำให้เสียงของประชาชนตัวเล็ก ๆ มีเสียงที่ดังขึ้น อันนี้ผมว่าเป็นหลักที่ถูกต้อง แม้แต่กระทั่งแนวคิดที่บอกว่าจังหวัดจัดการตนเองเป็นการลด บทบาทของประชาธิปไตยแบบตัวแทนอย่างในปัจจุบัน แล้วก็กลายมาเป็นประชาธิปไตย ทางตรงมากขึ้น รวมถึงเป็นการลดบทบาทของอำนาจรัฐรวมศูนย์เข้มข้นอย่างที่เป็นอยู่ ในปัจจุบันนี้กลายไปเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมของประชาชนแบบกระจายอำนาจ มากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าแนวคิดเช่นนี้เป็นแนวคิดที่ถูกและเราก็ควรจะเดินไปสู่แนวคิดเหล่านี้ ซึ่งผ่านแนวคิดที่เราเรียกว่าจังหวัดจัดการตนเอง เพราะจะเป็นการคิดกลับทางกับแนวคิด ของโครงสร้างของการบริหารราชการแผ่นดินอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ท่านเสนอแนวคิด ซึ่งผมเห็นด้วยเช่นเดียวกันครับว่าควรจะมีกฎหมายกลางขึ้นมาฉบับหนึ่ง กำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ และจังหวัดที่มีความพร้อมก็สามารถที่จะขอเข้าไปใช้กฎหมายกลางตัวนี้ในการที่จะกำหนด รูปแบบของการปกครองที่เรียกว่าจังหวัดจัดการตนเองเหล่านี้ขึ้นมาได้ แต่อย่างไรก็ตามครับ ด้วยความเห็นด้วยผมก็ยังมีข้อสังเกตกับเป็นข้อเสนอ ๒ ข้อ

ข้อที่ ๑ รายงานฉบับนี้ผมคิดว่ายังขาดอยู่ ๒ เรื่อง ซึ่งถ้ามีการรายงานไปยัง รัฐบาลแล้ว กรรมาธิการถ้ามีเวลาก็ควรทำต่อคือ ๑. ควรที่จะมีการวิเคราะห์ถึงผลกระทบ อาจจะเรียกว่าผลกระทบจากกฎหมายหรือจากนโยบายจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง นี้ว่าถ้ามีการดำเนินการในจังหวัดใดแล้วผลกระทบจะเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง เช่น ราชการ ส่วนกลางที่ถูกยกเลิกไป ตำแหน่งผู้ว่า ตำแหน่งนายอำเภอ หรือตำแหน่งอื่น ๆ ต่าง ๆ จะมี ผลกระทบจำนวนเท่าไร แล้วเราก็จะมีทางออกในเรื่องนี้อย่างไร แม้แต่กระทั่งการศึกษา ผลกระทบไปถึงเรื่องของแนวคิดในเชิงของการจัดเก็บภาษีโดยท้องถิ่น ซึ่งก็เป็นปัญหาอยู่ ปัจจุบัน เพราะส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่มักจะต้องพึ่งพิงราชการส่วนกลางในการที่จะได้รับ งบอุดหนุน แต่จังหวัดจัดการตนเองจะต้องมีงบประมาณที่เพียงพอที่มาจากภาษีของตนเอง หรืออาจจะแบ่งจากรัฐบาลกลางบางส่วน ในรายละเอียดที่เป็นผลกระทบที่ผมคิดว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

กับประการที่ ๒ ครับ เป็นข้อสังเกตซึ่งหลายฝ่ายมีการพูดถึงเอาไว้ค่อนข้าง ที่จะหลายครั้งแล้ว ก็คือเราจะทำอย่างไรให้จังหวัดจัดการตนเองไม่กลายเป็นการลุกขึ้น ของการเมืองแบบบ้านใหญ่ในต่างจังหวัดด้วย นั่นก็คือการพูดถึงเรื่องของการมีสภาต่าง ๆ ซึ่งถูกต้อง แต่เราจะทำอย่างไรกระบวนการเข้าสู่อำนาจไม่กลายเป็นกระบวนการเข้าสู่อำนาจ ของกลุ่มธุรกิจการเมืองที่อาศัยเส้นทางการเมือง ใช้อำนาจทั้งอำนาจรัฐอำนาจเงินทั้งหลาย เข้าไปสู่อำนาจและเอื้อประโยชน์ของพวกพ้องตัวเองอย่างที่หลาย ๆ จังหวัดเป็นอยู่ ในปัจจุบัน ผมคิดว่าแนวคิดเหล่านี้เป็นแนวคิดที่ต้องทำต่อ และผมเองก็ไม่อยากจะเห็น ปัจจุบันที่มีสวนกล้วยระดับประเทศกลายเป็นมีสวนกล้วยระดับจังหวัด และทุกจังหวัดที่เป็น จังหวัดจัดการตนเองก็มีระบบสวนกล้วยเข้าไป ซึ่งนั่นเป็นการบิดเบือนหรือทำลายเจตนารมณ์ ของประชาธิปไตยในระดับตัวแทน

ข้อเสนอสุดท้ายท่านประธานครับ ก็คือว่าเราจะขับเคลื่อนเรื่องนี้หรืออย่างไร ในช่วงปลายของรัฐสภา ผมคิดว่าเสนอไปยังรัฐบาลก็ยังขับเคลื่อนได้ยาก เพราะเป็นช่วง ปลายแล้ว แต่ดีที่สุดก็คือผมคิดว่าทุกพรรคการเมืองจะต้องหยิบยกประเด็นเหล่านี้ เป็นประเด็นหนึ่งในนโยบายพรรค แล้วก็เร่งขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อไปเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม ผมเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ