อัครเดช ชี้ลด PM2.5 ด้วย NGV ช่วยกรุงเทพฯ ปริมณฑล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒ กันยายน ๒๕๖๕

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ชี้ประเด็นปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จากการขนส่งในกรุงเทพฯ และเสนอให้รัฐบาลส่งเสริมการใช้ NGV อย่างต่อเนื่องเพื่อลดมลพิษและบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสุขภาพประชาชน

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้นะครับ ขออนุญาตได้ชี้แจงท่านประธาน ไปยังท่านภาสกร เงินเจริญกุล นะครับ ความเห็นของท่านเป็นความเห็นที่เป็นประโยชน์มาก แล้วก็เป็นข้อคิดเห็นที่ทางคณะกรรมาธิการเราก็ได้มีการหารือกันนะครับว่า ถ้าทางรัฐบาล ส่งเสริมอีวี (EV) ทางกรรมาธิการก็มีการศึกษาและหารือกันนะครับว่ามันจะต้องใช้ระยะเวลา ก็เรียกว่าเป็นลองเทอม (Long-term) ก็คือระยะยาว กว่าที่เราจะเปลี่ยนรถที่ใช้จากฟูเอล (Fuel) ที่เป็นเชื้อเพลิงมาเป็นระบบอีวี (EV) หรือพลังงานสะอาด อาจจะต้องใช้ระยะเวลา เป็น ๑๐ ปี ๑๐ ปีขึ้นไปในการส่งเสริมนะครับ แต่ตัวเลขวันนี้ถ้าเราดูฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ถ้าในกรุงเทพมหานครฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) มาจากไหนครับ ส่วนใหญ่คือ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ มาจากภาคขนส่งก็คือรถบรรทุก รถยนต์ที่ใช้ดีเซลเป็นตัวสันดาปก็จะปล่อยฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ถ้าเราลดตัวนี้ได้ สมมุติว่าวันนี้เราเอารถที่ดีเซลทั้งหมด ไม่ต้องทั้งหมดนะครับ เอาสักประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ไปเปลี่ยนมาใช้เอ็นจีวี (NGV) ปีหน้าเราจะไม่เจอ ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ใน กทม. เลยนะครับ นี่คือจากผลการศึกษา ทีนี้พอเราดูตรงนี้ เราก็บอกว่า พอดีผมเป็นกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ด้วยนะครับ ถ้าทางเหนือฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) มาจากการเผาไร่แล้วก็ไฟป่า ถ้าในภาคกลางก็คือมาจาก การเผาไร่เผานา ฉะนั้นซอร์ซ (Source) หรือฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ในแต่ละพื้นที่แตกต่าง กันไป แต่วันนี้เรามองในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก่อนนะครับ ไม่ใช่ประเทศไทย เอาเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก่อน รถที่เราใช้อยู่ในกรุงเทพมหานครตอนนี้ อยู่ประมาณ ๑๐ ล้านคัน สะสมนะครับ ๑๐,๑๘๐,๐๐๐ คันเศษ ๆ แต่เป็นรถบรรทุกแล้วก็ รถปิกอัป (Pickup) ที่ใช้ดีเซลอยู่ที่ประมาณ ๒,๖๐๐,๐๐๐ คัน ทีนี้ถ้าเราเอารถประมาณ ๒,๖๐๐,๐๐๐ คัน ไม่ต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ผมเรียน ท่านประธานไปนะครับว่าเอาแค่ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนว่า ราคาแก๊สเอ็นจีวี (NGV) อยู่ที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เราเซต (Set) อย่างนี้ ไว้เลยนะครับ อย่าไปกลับนโยบายไปมา ทางประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกเคยมาหารือ กับกรรมาธิการว่าถ้ารัฐบาลมีนโยบายที่แน่นอน ครึ่งหนึ่งของราคาน้ำมันเขาพร้อมจะเอา รถบรรทุกที่เขามีอยู่ในเครือข่ายเกือบแสนคันมาใช้เป็นเอ็นจีวี (NGV) ได้เลย เพราะว่า สามารถเปลี่ยนครับท่านประธาน คือมันเป็นเครื่องยนต์ดีเซลแต่มันมีชุดคิต (Kit) ผู้ที่ ประกอบการรถบรรทุกหรือร้านที่ดัดแปลงรถจะรู้ว่ามันเป็นชุดคิต (Kit) ครับ ที่ผมบอกว่า ชุดหนึ่งประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท อย่างที่ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านได้บอกว่า ชุดติดสำหรับรถบรรทุก รถโดยสารอยู่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้ารถกระบะ ก็ลดหลั่นลงมาไม่ถึงราคานี้ ถ้าใช้ตรงนี้เขาสามารถยกไปติดตั้งได้เลยเพราะเขาก็จะคุ้มค่ากว่า ประมาณปี ๒ ปีนี่เขาคืนทุนแล้วที่เขาลงทุนไป เพราะว่ารถบรรทุกใช้ปริมาณน้ำมันดีเซล ในแต่ละวันถ้าวิ่งทางไกลได้เยอะมาก วันหนึ่งก็ ๓๐๐-๔๐๐ ลิตร ถ้าเขาคำนวณแล้วว่า ประมาณ ๒ ปีคืนทุน แต่ที่ผ่านมารัฐบาลกลับนโยบายไปมาครับ พอช่วงส่งเสริมให้มีการใช้ ผู้ประกอบการก็หันไปใช้ชุดแก๊สเอ็นจีวี (NGV) เพื่อใช้เอ็นจีวี (NGV) ในการมาเป็นเชื้อเพลิง พอใช้ไปได้สักระยะหนึ่งรัฐบาลใหม่เข้ามาครับ ถ้าท่านจำได้นะครับ พอ คสช. เข้ามาก็มี การศึกษาแล้วก็ลอยตัวเอ็นจีวี (NGV) ไปที่ ๑๓ บาทกว่า แล้วก็มาจบที่ ๑๕ บาทกว่า ผู้ประกอบการก็มองว่าแล้วตอนนี้ดีเซลอยู่ที่ประมาณลิตรละ ๑๐ กว่าบาท ๒๐ บาทต้น ๆ นี่ ใช้ดีเซลคุ้มกว่า แล้วที่ลงทุนไปก็ไม่มีใครลงทุนเพิ่ม คนที่ใช้ชุดคิต (Kit) เอ็นจีวี (NGV) ไปแล้ว ก็ต้องถอดออกมาแล้วมาใช้ดีเซล ถ้าวันนี้รัฐบาลมีความชัดเจนกลุ่มสหพันธ์ที่มาหารือ กับคณะกรรมาธิการ ขนส่งทางบกเขาบอกเขาพร้อมที่จะเอาชุดเอ็นจีวี (NGV) นี้ขึ้นมาติดตั้ง แล้วก็ใช้เอ็นจีวี (NGV) แล้วทาง ปตท. โดยกระทรวงพลังงานก็ต้องบอกให้ ปตท. มีสถานีจ่าย ที่พร้อมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แล้วเราก็จะไม่ต้องนี่เลยครับท่านประธาน ที่มาควบคุม เวลา ถ้าท่านจำได้ว่าช่วงที่พีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) สูง ๆ กทม. ออก แล้วก็สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ออกกฎว่ารถบรรทุกห้ามเข้ามาในกรุงเทพฯ ชั้นใน ก็มีปัญหาเรื่องการขนส่งก็ต้อง เอารถเล็กมาทอย พอเอารถเล็กรถปิกอัป (Pickup) มาทอย ใครที่รับกรรม ประชาชนครับ เพราะค่าขนส่งมันเพิ่มขึ้น สุดท้ายราคาสินค้าก็ต้องเพิ่มขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เป็นความยากลำบาก แต่ถ้ารัฐบาลส่งเสริมการใช้เอ็นจีวี (NGV) เราก็ไม่ต้องไปบอกว่ากรุงเทพฯ ตรงนี้ชั้นใน ห้ามรถบรรทุกเข้า รถบรรทุกก็เข้ามากลางคืนอยู่แล้วก็เข้ามาเหมือนเดิมเพราะว่าเป็นเอ็นจีวี (NGV) มันก็ไม่มีฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นถ้าเราแก้ปัญหาเรื่องของราคา แก๊สเอ็นจีวี (NGV) ที่เหมาะสม ราคาขายปลีกที่เหมาะสม ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ในระยะ ๒ ๓ ปีจะหมดไปโดยไม่ต้องรอรถอีวี (EV) หรือรถไฟฟ้าตามที่ท่านภาสกรได้ตั้งคำถามมา แต่ว่าความเห็นของท่านเป็นประโยชน์มากว่าในอนาคตควรจะเป็นอย่างนั้นครับ ก็คือใช้ รถไฟฟ้าแทนรถที่มาจากการสันดาปด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงครับ ขอบคุณท่านประธานครับ