อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ชื่นชมการตั้งคำถามในที่ประชุมที่มีความแหลมคมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมชี้แจงประเด็นการใช้ก๊าซเอ็นจีวีว่าคุ้มค่าตามนโยบายรัฐที่กำหนดส่วนต่างราคาก๊าซไว้ที่ร้อยละ 50 ของน้ำมัน โดยย้ำว่าการบรรทุกถังแก๊สไม่ทำลายถนนเพราะน้ำหนักรวมยังอยู่ในเกณฑ์ และผลักดันให้รัฐบาลส่งเสริมการใช้เอ็นจีวีเพื่อลดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ผ่านการกำหนดราคาที่เอื้อต่อผู้ใช้ รวมทั้งเรียกร้องความโปร่งใสในต้นทุนราคาแก๊สและค่าการกลั่นจากเอกชน พร้อมเสนอให้กระทรวงพลังงานกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
ท่านประธานครับ เนื่องจาก เป็นประเด็นที่แหลมคมที่ท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้ตั้งมาเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน มากเลยนะครับ ขออนุญาตท่านประธาน กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ที่ตั้งข้อคำถามได้ค่อนข้างที่จะแหลมคมแล้วก็คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนนะครับ
กรณีของท่านอนุรักษ์ บุญศล นะครับ กรณีที่ท่านบอกว่าได้ศึกษาถึงค่านิยม ของพี่น้องประชาชนแล้วหรือยังนะครับ อันนี้เป็นคำถามที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์มากที่ทาง คณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการนี้จะได้เรียนตอบท่านเรื่องกรณีการใช้ก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ถ้าท่านดูในรายงานของคณะอนุกรรมาธิการ เดิมตอนที่ทาง ปตท. แล้วก็กระทรวง พลังงานส่งเสริมให้มีการใช้ก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ได้มีการออกนโยบายว่าราคาก๊าซเอ็นจีวี (NGV) จะต้องอยู่ที่ร้อยละ ๕๐ ของราคาน้ำมัน อย่างเช่นถ้าราคาน้ำมันอยู่ที่ลิตรละ ๒๐ บาท เอ็นจีวี (NGV) ต้องไม่เกิน ๑๐ บาท ถ้าขึ้นมา ๓๐ บาท เอ็นจีวี (NGV) ก็จะต้องไม่ควรเกิน ๑๕ บาท แต่ที่ผ่านมาไม่ใช่ช่วงนี้นะครับ ช่วงก่อนวิกฤติราคาพลังงาน ท่านประธานจะเห็นว่า ราคาน้ำมันบางทีลงไปอยู่ที่ลิตรละ ๑๗ บาท แต่ราคาเอ็นจีวี (NGV) เราอยู่ ๑๕ บาท บางช่วงจ๊อบเบอร์ (Jobber) ผู้ประกอบการรถบรรทุกซื้อจ๊อบเบอร์ (Jobber) มา คือซื้อมา เยอะ ๆ จากจ๊อบเบอร์ (Jobber) บางทีลิตรละ ๑๓ บาทก็มี ๑๕ บาทก็มี ราคาเอ็นจีวี (NGV) กับราคา ๑๕ บาทกว่า ตรงนี้มันเป็นเรื่องของความคุ้มค่าในการใช้ก๊าซ ถ้าเราสามารถรักษา ส่วนต่างได้ที่ร้อยละ ๕๐ ตามนโยบายตั้งแต่ที่มีการรณรงค์ให้ใช้ก๊าซเอ็นจีวี (NGV) ตั้งแต่ช่วง ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ อย่างที่ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ได้บอกนะครับ ก็จะทำให้ปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนรถ หรือผู้ประกอบการก็ไม่ จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์จากเอ็นจีวี (NGV) มาเป็นดีเซลนะครับ ความคุ้มค่าในการใช้ ก็ยังมีอยู่ ทีนี้มีข้อสังเกตของท่านอนุรักษ์ บุญศล ที่บอกว่าถังใหญ่มันหนักมาก ก็หนักจริง ๆ ถ้าท่านเห็นบนรถบรรทุกบางทีบรรทุกกัน ๑๐ ถัง ๒๐ ถังในกรณีวิ่งทางไกล แต่เนื่องจาก ถ้าเราบรรทุกถังแก๊สเอ็นจีวี (NGV) น้ำหนักมันก็ต้องถูกลดจากสิ่งของที่จะบรรทุก สมมุติว่า รถพ่วงแม่ลูกนะครับ ที่เป็นตัวแม่ลูกอ่อนถูกกรมทางหลวงกำหนดไว้ที่ ๓๐ ตัน ถ้า ๓๐ ตัน ตัวรถหนักอยู่ที่ประมาณ ๑๑ ตัน ก็จะบรรทุกของได้ ๑๙ ตัน ถ้าถังแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ถูกตีไว้ ที่ตันครึ่งของก็จะบรรทุกได้น้อยลง แต่ความคุ้มค่าในเรื่องของเชื้อเพลิงก็ยังดีอยู่ ฉะนั้นถนน ก็ไม่ได้ถูกทำลายด้วยการบรรทุกถังแก๊สเอ็นจีวี (NGV) อันนี้คือสิ่งที่อยากจะชี้แจงให้ ท่านประธานไปยังท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้ทราบว่าการที่บรรทุกถังแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ไม่ได้ ทำลายถนนนะครับ เพราะว่าสิ่งของที่จะต้องบรรทุกมันก็จะน้อยลงไปเพราะต้องไปชดเชย กับตัวถังแก๊สที่ต้องบรรทุกไป
ทีนี้ข้อคำถามของท่านนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นะครับว่าได้มี การศึกษาหรือไม่ว่าราคาที่เหมาะสมอยู่ที่เท่าไร ก็อย่างที่ผมได้ชี้แจงว่าจริง ๆ แล้วราคา ที่เหมาะสมมันควรจะอยู่ที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คือไม่ควรเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คือถ้าเรามาพูดกัน ตอนนี้ที่ราคาน้ำมันดีเซลแพงเป็นช่วงวิกฤติพลังงาน แล้วราคาแก๊สเอ็นจีวี (NGV) อยู่ที่ ๑๕ บาท อันนี้คือเป็นราคาที่เหมาะสม เมื่อสักครู่ผมลงไปข้างล่างหลังบัลลังก์ก็ไปเจอ ท่านนิโรธ สุนทรเลขา ท่านประธานวิป (Whip) ท่านก็บอกครับว่าการศึกษารายงานอันนี้ เป็นประโยชน์ ผมก็เรียนกับท่านนิโรธ สุนทรเลขา บอกว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ทันสถานการณ์ ถ้ารายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้เข้ามาในช่วงปีที่แล้วที่ราคาน้ำมันดีเซลหน้าสถานีจ่าย อยู่ลิตรละ ๑๗ บาท ถ้ารายงานนี้ออกมาช่วงนั้นจะเห็นชัดเจนเลยครับว่าแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ควรจะอยู่ที่ราคา ๘ บาทกว่า เพื่อส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้มาใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) แล้วการใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) เรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกครับว่ารายงานมีการชี้แจง ไว้ชัดเจนเลยตามหน้า ๖ ครับ พี่น้องประชาชนที่รับชมอยู่ทางบ้าน ผมขออนุญาตได้ชี้แจง คำว่าต่างกันเยอะครับ รถบรรทุกในกรณีที่เมื่อสักครู่ผมบอกว่าต่างกว่า ๑๐ เท่าตัวนี่ นั่นคือ กรณีพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ที่ปล่อยออกมาเทียบกรัมต่อกิโลเมตรท่านประธาน ถ้าเป็นน้ำมัน ดีเซล ๐.๒๓ ถ้าเป็นแก๊สเอ็นจีวี (NGV) อยู่ที่ ๐.๐๑ อันนี้ต่างกัน ๒๐ เท่า แต่ถ้ากรณีเราไปคิด พีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) กรัมต่อกิโลกรัมเชื้อเพลิงอันนี้ยิ่งเห็นชัดเจนเลยดีเซลปล่อยพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ออกมา ๐.๙๔ กรัมต่อกิโลกรัมแก๊สในขณะที่เอ็นจีวี (NGV) อยู่ที่ ๐.๐๒ ท่านประธาน จะเห็นว่าแตกต่างกัน ๕๐ เท่าครับ ฉะนั้นการที่รัฐบาลหันมาส่งเสริมการใช้เอ็นจีวี (NGV) จึงเป็นการแก้ปัญหาเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ใน กทม. ได้อย่างแน่นอนครับ แต่ปัจจุบันนี้ตามที่ทางนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่า ปั๊มก๊าซปิดไปเป็นจำนวนมาก อันนี้คือสิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกว่าปริมาณรถในการใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) มันน้อยลง มันน้อยลง เพราะอะไรครับ เพราะราคาเชื้อเพลิงที่เป็นดีเซลหรือเบนซิน กับเอ็นจีวี (NGV) มันแทบจะเท่ากันเลย ถ้ารัฐบาลรักษาส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เป็นดีเซลหรือเบนซิน ต่างกับเอ็นจีวี (NGV) อยู่ที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนจะไม่เลิกใช้ เอ็นจีวี (NGV) แน่นอนครับ เพราะยังมีความคุ้มค่าอยู่ อย่างที่ท่านอนุรักษ์ บุญศล บอกว่า ยังไปเปลี่ยนใช้เอ็นจีวี (NGV) เพราะช่วงนั้นมันต่างกันเยอะใช้แล้วมันคุ้มค่า อันนี้คือสิ่ง ที่รัฐบาลต้องมาปรับปรุงครับท่านประธาน ว่าการที่รัฐบาลจะมีนโยบายเรื่องของการส่งเสริม ให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างไร จะต้องเป็นนโยบายที่ชัดเจนแล้วต้องเป็นนโยบายที่ทำ ในระยะยาว เพราะผู้ประกอบการขนส่งมาร้องเรียนกับคณะกรรมาธิการว่าเปลี่ยนชุดแก๊ส เอ็นจีวี (NGV) ในรถบรรทุกคันหนึ่งคันละ ๕๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะมาใช้เอ็นจีวี (NGV) แต่พอเปลี่ยนไปปุ๊บรัฐบาลก็มาลอยตัวค่าแก๊ส พอใช้แก๊สค่าสึกหรอก็เยอะ เพราะว่า ความร้อนสูงกว่าความร้อนต่อบีทียู (BTU) สูงกว่า ในรายงานชัดเจนครับ ถ้าท่านประธาน ดูในหน้า ๘ ค่าบีทียู (BTU) เอ็นจีวี (NGV) อยู่ที่ ๓๗๔ บาทต่อล้านบีทียู (BTU) ในขณะที่ ดีเซลอยู่ที่ ๗๔๖ ต่อล้านบีทียู (BTU) ฉะนั้นตัวนี้จะเป็นตัวชี้ว่าการที่ใช้เอ็นจีวี (NGV) จะทำให้ ค่าสึกหรอของเครื่องยนต์สูงกว่า แต่ว่าสิ่งที่ได้คืออะไรครับ ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) น้อยกว่ามากแทบจะไม่เกิดฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) เลย ฉะนั้นการที่รัฐบาลจะตั้งนโยบายในการเซต (Set) ราคาแก๊สหรือราคาเชื้อเพลิง ต่าง ๆ จะต้องเป็นนโยบายที่ระยะยาว ไม่ใช่นโยบายที่กลับไปกลับมา แล้วตอนนี้ปัญหา ที่สำคัญคือกระทรวงพลังงานแทบจะไปกำกับรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะ ปตท. ไม่ได้เลยนะครับ แทบจะไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงกลั่น ค่าการกลั่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าแก๊ส เอ็นจีวี (NGV) แทบจะไปกำกับดูแลแทบจะไม่ได้เลย เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเรื่องของ นโยบายด้วย เรื่องของกฎหมายด้วย เรื่องของกลไกต่าง ๆ ด้วย ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็คงทราบ
อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ชี้แจงท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านเกียรติ ก็ได้ตั้งคำถามว่าโครงสร้างของแก๊สได้ดูไหม แล้วได้มีการแบ่งอุตสาหกรรมในการใช้ไหม คณะกรรมาธิการได้ศึกษาไหม ก็เรียนว่าได้ศึกษาในโครงสร้างของราคาแก๊สครับท่านเกียรติ ในส่วนของโครงสร้างทางกระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้สถาบันการศึกษามาศึกษาโครงสร้าง แต่ทางคณะกรรมาธิการหรือคณะอนุกรรมาธิการที่ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ที่ทำการศึกษาเรื่องนี้ก็ยังติดใจว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถ้าท่านดูในรายงานที่นำเรียน ท่านสมาชิกไป ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นเอง ในส่วนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเอง ในหน้า ๘ ก็ชัดเจนว่ามีราคาขายแก๊สที่เหมาะสมเท่าไร แต่ตรงนี้ยังเป็นที่กังขาของกรรมาธิการ อยู่ว่าต้นทุนอย่างที่ท่านเกียรติบอกว่าค่าแก๊สปากบ่อหรือปากหลุมเท่าไร ค่าขนส่งทางท่อ เท่าไร มันก็อยู่ที่ตัวเลขที่ทาง ปตท. จะตั้งมาว่าเท่านั้นเท่านี้ แต่ถามว่าต้นทุนจริง ๆ มันเท่าไร ไม่มีใครรู้ครับ เหมือนกับกรณีค่าการกลั่นอย่างนี้ครับ ค่าการกลั่นที่เป็นประเด็นว่าค่าการกลั่น อยู่เท่าไร วันนี้คณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการเชิญหน่วยงานทั้งกระทรวงพลังงาน ปตท. สนพ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาหารือนี้ วันนี้หน่วยงานราชการเป็นไปได้อย่างไร ยังไม่รู้เลยว่าค่าการกลั่นที่แท้จริงเท่าไร เพราะอะไรครับ เพราะเอกชนโรงกลั่นนี่ไม่ยอม เปิดเผยต้นทุนที่แท้จริงของค่าการกลั่นออกมา อันนี้ก็คือปัญหา ถึงแม้ว่าเราจะมีโครงสร้าง ให้มหาวิทยาลัยมาศึกษาโครงสร้างแก๊ส แต่ตัวเลขต่าง ๆ ก็ยังมาจาก ปตท. อยู่ดี โดยไม่มีใคร สามารถเข้าไปรู้ได้เลยว่าต้นทุนจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่านท่อ ค่าแก๊สปากหลุม ค่าต้นทุน ในการขนส่งแล้วจริง ๆ มันเท่าไร แล้วเขาบวกเขามีกำไรเท่าไร อันนี้ก็เรียนให้ท่านเกียรติ สิทธีอมร ได้ทราบในข้อคำถาม ทีนี้การแบ่งในส่วนของภาคอุตสาหกรรมในความเหมาะสม ตอนนี้ก็ต้องเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าทางคณะอนุกรรมาธิการก็ได้มีการไปศึกษา แล้วก็ติดตามว่าตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ แล้วก็ภาคขนส่ง ปัญหาในเรื่องของการใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) ตอนนี้ก็ไม่มีการขาดแคลน ฉะนั้นการกำหนดสัดส่วนในการใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) ไม่เหมือนเมื่อก่อนครับ ถ้าเมื่อก่อน จะเห็นว่าในปั๊มแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ต่อคิวกันยาวมาก แล้วตอนนี้สถานการณ์มันพลิกจาก หน้ามือเป็นหลังมือ ตอนนี้แทบจะไม่มีคนเติมแก๊สแล้ว เอ็นจีวี (NGV) ปั๊มแก๊สก็ทยอยปิดไป ฉะนั้นในเรื่องของการแบ่งสัดส่วนก็ยังไม่ใช่เป็นประเด็นสำคัญที่ทางคณะอนุกรรมาธิการ จะได้มาศึกษาในส่วนนี้ แต่สิ่งที่เราตั้งใจที่จะศึกษาคือจะชี้ให้เห็นว่าการที่รัฐบาลส่งเสริม การใช้เอ็นจีวี (NGV) แล้วมีการกำหนดราคาขายปลีกที่เหมาะสมก็คือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะสามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลได้อย่างแน่นอน อันนี้คือสิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการศึกษามาแล้วก็ยืนยัน ในที่ประชุมครับ ขอบคุณท่านประธานครับ