สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒ กันยายน ๒๕๖๕

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือเรื่องการใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐให้ลดการซับซิไดซ์ (Subsidize) และช่วยเหลือรถสาธารณะ

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ศรีสะเกษ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ได้ศึกษาเรื่องการใช้ แก๊สเอ็นจีวี (NGV) เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว และเรื่องของฝุ่นละอองที่เอาเข้าสภาในวันนี้ ผมนำเรียนท่านประธานนะครับว่าผมได้ติดตามเรื่องเอ็นจีวี (NGV) มาตลอดตั้งแต่เริ่ม เปิดสถานีใหม่ ๆ เลยครับ ใหม่ ๆ ตอนนั้นมีผู้ซึ่งขุดแก๊ส สถานีปั๊มแก๊สแล้วก็รถใช้ เอ็นจีวี (NGV) นะครับ ตอนนั้นราคาประมาณ ๘ บาท ๘.๕๐ บาท น้ำมันประมาณเกือบ ๓๐ บาท ราคาแก๊สกับน้ำมันต่างกัน ๓ ๔ เท่า แล้วเมื่อมาเทียบราคาต่างกัน ๓ ๔ เท่า พอมาเติมแล้ววิ่งคนใช้เอ็นจีวี (NGV) จะเหลือกำไร ๒ เท่าตัว เกือบ ๆ ๓ เท่าตัวในวันนั้น เพราะฉะนั้นวันนั้นจึงไม่แปลกใจเลยครับว่าปี ๒๕๔๓ ที่ ปตท. ได้จัดให้มีสถานีบริการ และส่งเสริมให้มีแก๊สเอ็นจีวี (NGV) แต่เท่าที่สอบถามดู ปตท. เขาบอกว่าตรงนี้เขาขาดทุน กำไรของระบบ ปตท. ทั้งหมด คือต้นทุนที่เขานำแก๊สมาจากพม่าก็ดีต่อท่อมานี่ราคาสูงกว่า เขาต้องซับซิไดซ์ (Subsidize) อีกหลายบาททีเดียว หลังจากนั้นพอมาปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ขึ้นมาเป็น ๑๓.๕๐ บาท คนที่ใช้รถเอ็นจีวี (NGV) ที่เป็นรถบรรทุกกับรถเก๋ง รถทั่วไป รถแท็กซี่ เริ่มมีส่วนต่างที่กำไรจากการใช้เปลี่ยนจากน้ำมันไปเป็นแก๊ส เหลือแค่แก็ป (Gap) ไม่ถึง เท่าตัว พอมาปัจจุบันราคาต้องบอกว่าไม่เหลือแล้วครับ น้ำมันกับเอ็นจีวี (NGV) เพราะเอ็นจีวี (NGV) ขึ้นมา ๑๕ บาท จังหวัดบ้านผม ๑๗ ๑๘ บาท แล้วก็น้ำมัน๓๐ ๓๕ บาท พอไม่เหลือ เสร็จปั๊บ ขณะนี้เอ็นจีวี (NGV) เมื่อปี ๒๕๖๒ สถานบริการปิดไปแล้ว ๖๐ ปั๊ม ๖๐ สถานี และผมเชื่อว่าทยอยปิดตัวไปหมด โดยเฉพาะที่อุบลราชธานีก็เริ่มปิด ที่ไหนก็เริ่มปิด ในกรุงเทพฯ ก็เริ่มปิด นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เพราะเขาอยู่ไม่ได้ แล้วเชื่อไหมอุปกรณ์เอ็นจีวี (NGV) ที่ปิดแล้วนี่ประเทศไหนซื้อในราคาถูก ๆ ไปทำ ประเทศอินเดียครับ ประเทศอินเดีย ซื้ออุปกรณ์เอ็นจีวี (NGV) ไปพัฒนาบ้านเขา ทีนี้ก็มาพูดถึงเรื่องว่าปัญหา ผมรณรงค์เลยครับ ว่าจากการวิจัยไม่ว่าเราจะใช้น้ำมันกับก๊าซผลต่างของการที่เกิดสันดาปและเกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ซึ่งเกิดจากฝุ่นละออง จากคาร์บอนมอนอกไซด์ จากก๊าซ ๔๑ เท่า เมื่อเปรียบเทียบ กิโลกรัมของการใช้ เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าการลงทุนเปรียบเทียบกันกับผลที่มีพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ซึ่งในกรุงเทพฯ ก็ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เกิดจากการสันดาป จากขนส่งในเชิงอุตสาหกรรมก็อาจจะมีบ้าง ๒๐ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกันรัฐบาลต้องเอาเม็ดเงินไปแก้ไขปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) มากมายขนาดไหน ปัญหาสุขภาพของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะช่วงที่เราไม่ได้ ใส่แมสก์ (Mask) จมูกเรานี่จะต้องกรอง มีขนที่จมูกกรอง พอเราดูที่จมูกปุ๊บจะดำมาตลอด ทุกคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นไลฟ์ (Life) ชีวิตความเป็นอยู่เซอร์ไววัลเรต (Survival Rate) หรือว่าไลฟ์ (Life) ของความสุขของคนที่อยู่เจอฝุ่นพีเอ็ม (PM) ตรงนั้น มันจะเหลือน้อยเต็มที เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ได้รับฝุ่นเขาก็จะมีชีวิตที่ยืนยาว และมีความสุข ความสุขตรงนี้กับการที่กระทรวงสาธารณสุขจะต้องมาจ่าย กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องมาจ่ายแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ใช้เงิน มหาศาล เมื่อเทียบกับการรณรงค์โดยการทำอย่างไรส่งเสริมให้เอ็นจีวี (NGV) เขาอยู่ได้ ทาง ปตท. ต้องขอร้องเลยว่าขาดทุนตัวนี้ท่านไปทำซีเอสอาร์ (CSR) ให้กับอื่น ๆ อย่างหน่วยงาน เยอะแยะ แต่ท่านมาทำซีเอสอาร์ (CSR) ให้กับพี่น้องประชาชนทรัพยากรมนุษย์ ลงทุนแบบนี้ ผมว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะฉะนั้นขาดทุนบ้างนิดหน่อยแต่ว่ากำไรในส่วนน้ำมัน ส่วนอื่น ๆ ยังมี มากมายเอามาซับซิไดซ์ (Subsidize) เอามาซีเอสอาร์ (CSR) ให้กับเอ็นจีวี (NGV) ได้หรือไม่ แล้วเมื่อไปเปรียบเทียบกับแอลพีจี (LPG) ก็ยังมีการซับซิไดซ์ (Subsidize) มีการช่วยเหลือ ที่ผ่านมาปี ๒๕๕๙ ช่วยเหลือรถสาธารณะจากเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท ก็จะเรียนถามทางคณะกรรมาธิการ ข้อที่ ๑ ท่านได้ถามไหมว่าเราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะ ทำให้การใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) ควรหันมาใช้ทั้งภาครัฐใช้รถ โดยการที่ลดซับซิไดซ์ (Subsidize) โดยการให้ราคาครึ่งหนึ่งหรือต่ำกว่าครึ่งแล้วเขาอยู่ได้ ไม่ว่ามาตรการต่าง ๆ จะทำอย่างไร ทำได้ไหมครับ ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ