อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือผลกระทบของราคาแก๊สเอ็นจีวีที่สูงขึ้นต่อการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่ง และเสนอให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมการใช้เอ็นจีวีเพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ได้แถลงผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการที่ได้ มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการได้ดำเนินการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับราคาขายปลีกแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ที่มีผลกระทบต่อฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ซึ่งท่านประธานจิรายุ ห่วงทรัพย์ ก็ได้ชี้แจง กับทางท่านประธานและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปนะครับว่าปัจจุบันนี้ตัวแก๊สเอ็นจีวี (NGV) นั้นที่ผ่านมาได้มีบทบาทสำคัญในการลดปัญหาเรื่องมลภาวะทางด้านฝุ่นละออง โดยเฉพาะฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ซึ่งเป็นปัญหาในระดับชาติ แล้วสภาผู้แทนราษฎร ของเราก็ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อที่จะมาศึกษาแก้ไขปัญหา เรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) เพื่อให้รัฐบาลได้ไปดำเนินการ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ได้มีผลการศึกษาส่งมายังสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ส่งให้ทางรัฐบาลได้ไปดำเนินการ ซึ่งการพิจารณาในเรื่องของแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ราคาขายปลีกแก๊สเอ็นจีวี (NGV) แล้วก็เรื่อง ของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) นั้น ท่านประธานครับ มีส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับเรื่องของ การควบคุมปัญหาเรื่องของมลพิษทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องปัญหาทางด้านอากาศ ก่อนอื่นต้องเรียนท่านประธานว่าปัญหาเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) นั้นมีแหล่งที่มา ที่แตกต่างกันไปครับ ในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้นฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) มาจากการขนส่ง ทางถนนร้อยละ ๖๔ มาจากการขนส่งนอกเหนือจากถนนร้อยละ ๒ มาจากภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ ๒๔ มาจากภาคครัวเรือนร้อยละ ๒ มาจากการเผาในที่โล่งร้อยละ ๔ แล้วก็อื่น ๆ ร้อยละ ๔ อันนี้เป็นผลการศึกษาที่คณะกรรมาธิการได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สถาบันทางการศึกษาและหน่วยงานทางราชการได้มาให้ข้อมูล ถ้าสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับแนวทางและแก้ปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ชี้แจง แบบนี้แล้ว ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่าการขนส่งทางถนนหรือภาคขนส่งนั้นเป็นตัวปัญหาที่ทำให้ ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้นมีปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็กหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) นั้นมาจากยานพาหนะ มาจากการจราจรที่หนาแน่น เป็นหลัก ซึ่งถ้าเราใช้ในส่วนของเชื้อเพลิงเอ็นจีวี (NGV) ในการให้เครื่องยนต์นั้นสันดาปแทน น้ำมันดีเซล ผลการศึกษาชัดเจนครับว่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ที่ออกมาจากเอ็นจีวี (NGV) นั้น แทบจะไม่มีเลยท่านประธานครับ แต่ถ้ามาจากดีเซลนั้นจะมีฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) เป็นจำนวนมาก ซึ่งผลการศึกษานั้นชัดเจนที่ในรายงานที่ทางคณะอนุกรรมาธิการและทาง กรรมาธิการได้เสนอให้เพื่อนสมาชิกได้ดูนะครับ ก็จะมีในหน้า ๑๗ ก็คือโดยเฉพาะรถบรรทุก รถโดยสารประจำทางที่ใช้น้ำมันดีเซลจะมีความแตกต่างเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) นั้น ต่างกันเป็น ๑๐ ฉะนั้นการศึกษาของทางอนุกรรมาธิการก็ได้ผลการสรุปครับว่าถ้ารัฐบาล ส่งเสริมให้ประชาชนนั้นได้ใช้เครื่องยนต์ที่สันดาปด้วยเอ็นจีวี (NGV) นั้นก็จะลดปัญหาฝุ่น พีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็คือการลดฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ที่ ๖.๔ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลนั้นได้จำหน่ายแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ผ่านรัฐวิสาหกิจของ ปตท. ที่ทำหน้าที่ ในการจำหน่ายแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ซึ่งกำกับโดยกระทรวงพลังงาน แต่ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ทาง ปตท. นั้นได้เพิ่มหรือขึ้นราคาแก๊สเอ็นจีวี (NGV) อย่างต่อเนื่อง ทำให้รถบรรทุก ที่เคยใช้แก๊สเอ็นจีวี (NGV) รถยนต์โดยสารสาธารณะที่ใช้เอ็นจีวี (NGV) นั้นหันกลับมาใช้ ดีเซล ตัวนี้คือเป็นปัญหาอย่างมากที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ในช่วงที่ผ่านมา ตามรายงานที่คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ได้รายงานมา ฉะนั้นตรงนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการจึงมีแนวทางเสนอครับว่าการที่ จะลดฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ในกรุงเทพมหานครได้อย่างเป็นรูปธรรม ทางรัฐบาล โดยกระทรวงพลังงานจะต้องให้ ปตท. ส่งเสริมการใช้เอ็นจีวี (NGV) มากขึ้น ฉะนั้นจะส่งเสริม อย่างไรครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วรายงานฉบับนี้เสร็จสิ้นมาประมาณปีหนึ่งแล้วครับ แต่ว่า ยังไม่ได้รับการบรรจุเข้ามาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ตอนนั้นถ้าท่านประธานและทาง เพื่อนสมาชิกจำได้ราคาเชื้อเพลิงดีเซลตอนนั้นยังไม่สูงขนาดนี้นะครับ ราคาน้ำมันดิบยังไม่สูง ขนาดนี้ ตอนนั้นที่เราเพิ่งผ่านวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) มานะครับ ตอนนั้นน้ำมันดีเซล ถูกมาก น้ำมันดิบประมาณ ๓๐-๔๐ เหรียญต่อบาร์เรลนะครับ ฉะนั้นการที่น้ำมันดีเซล กับตัวเอ็นจีวี (NGV) ราคาเกือบใกล้เคียงกันเลยนะครับ อยู่ที่หน้าปั๊มจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๕ บาทกว่า ๆ ของเอ็นจีวี (NGV) แต่ในขณะเดียวกันน้ำมันดีเซลอยู่ที่ ๒๐ บาทกว่า แต่ว่า อัตราการบริโภคของเอ็นจีวี (NGV) สูงกว่า ทำให้การบริโภคหรือการใช้ในเรื่องของเชื้อเพลิง ระหว่างเอ็นจีวี (NGV) กับดีเซลแทบจะไม่แตกต่างกัน แต่ในขณะเดียวกันค่าบำรุงรักษา เครื่องยนต์ที่เป็นเอ็นจีวี (NGV) สูงกว่าดีเซลมากทำให้ผู้ประกอบการหันกลับมาใช้ดีเซล ในการเติมน้ำมันเพื่อที่จะได้ให้รถขนส่ง รถบรรทุก และรถโดยสารสาธารณะให้บริการ ประชาชน ฉะนั้นผมจึงได้มีการศึกษากันครับว่าถ้าทาง ปตท. โดยกระทรวงพลังงานลดราคา ตัวของเอ็นจีวี (NGV) ลงไป เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหันกลับมาใช้เอ็นจีวี (NGV) ก็จะทำให้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ลดลงอย่างเป็นรูปธรรม ถ้าจากนี้ไปภายใน ระยะเวลา ๓-๔ ปีข้างหน้านะครับ ถ้าทาง ปตท. ยืนยันแล้วก็ส่งเสริม โดยเฉพาะกระทรวง พลังงานออกมาเป็นนโยบายของทางรัฐบาลให้ทาง ปตท. ตรึงราคาเอ็นจีวี (NGV) ไว้แล้วก็ลด ราคาลงมานะครับ ก็จะทำให้ปัญหาเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ที่เกิดจากภาคขนส่ง ก็จะแก้ไขปัญหาได้ ตัว ๖๔ เปอร์เซ็นต์ที่ผมเรียนท่านประธานไปนะครับ ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ที่เกิดจากภาคขนส่งก็จะหายลงไป ถ้าหายลงไปก็จะทำให้ค่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ที่ทางกรมควบคุมมลพิษได้ควบคุมไว้ก็จะไม่เกินค่ามาตรฐาน ก็เลยขออนุญาตได้นำเรียน ผลการศึกษาเพิ่มเติมจากที่ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านจิรายุได้เรียนให้ ท่านประธานและท่านสมาชิกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ