ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ หารือประเด็นปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะมาตรา ๓๔ และมาตรา ๒๘ พร้อมเสนอให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ เสริมการอบรมเพื่อความเป็นกลางและมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงผลักดันให้เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมตรวจสอบ กกต. เพื่อเพิ่มความโปร่งใส สนับสนุนการเปิดทางให้เยาวชนและแนวคิดใหม่เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ย้ำความสำคัญของการรับฟังความเห็นหลากหลาย และเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารเร่งผลักดันข้อเสนอต่อไป
ท่านประธาน ขอสรุปการซักถามของเพื่อนสมาชิกเพียงสั้น ๆ เล็กน้อยในประเด็นข้อซักถามเท่านั้น ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ ในประเด็นการรายงานของคณะกรรมาธิการในส่วนของการบังคับใช้และแนวทางการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้น วันนี้ได้รับคำชื่นชมถือว่าในภาพรวมเป็นคำชื่นชมจากเพื่อนสมาชิกทั้ง ๑๕ ท่าน ก็มีความคิด ที่แตกต่างหลากหลาย แต่ในภาพรวมนั้นก็ไปในแนวทางที่เห็นด้วยเนื่องจากว่าเป็นปัญหา ที่มาสู่พี่น้องประชาชนแล้วก็เป็นปัญหาที่เพื่อนสมาชิกได้พบเจอ ยกตัวอย่างเช่น ท่านวีระกร คำประกอบ เมื่อสักครู่ที่ท่านได้ยกตัวอย่างนั่นก็คือภาพที่เห็นชัดเจนที่สุดเรื่องของมาตรา ๓๔ เรื่องของการห้ามเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีพฤติกรรมที่เป็นคุณหรือโทษให้กับ ผู้สมัครระดับท้องถิ่น ซึ่งในมาตรา ๓๔ นี้เราก็ได้ระบุไว้ว่าเรามีความเห็นว่าการเมืองในทุกระดับซึ่งพรรคการเมือง ส่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง นี่เป็นการเมืองระดับชาติ แต่การเมืองระดับชาติย่อมมีรากฐานจากการเมืองระดับท้องถิ่น เพราะฉะนั้นมันมีการเชื่อมโยง ยึดโยงถึงกันอยู่ บางครั้งเหตุการณ์ที่ท่านวีระกร คำประกอบ ได้เอ่ยขึ้นก็คือไปอยู่ในพื้นที่ ซึ่ง ส.ส. ก็มีพื้นที่ทับซ้อนกันกับท้องถิ่นล่ะครับ แต่อำนาจหน้าที่แตกต่างกัน พอได้พบเจอ ได้พูดคุยกันก็เป็นปัญหาข้อกังวลที่เป็นการแก้ไขในมาตรา ๓๔ ที่ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอมา ในส่วนต่อไปที่มีเพื่อนซักถามกันมาเยอะในมาตรา ๒๘ ก็คือคณะกรรมการประจำหน่วย หรือ กปน. ตัว กปน. นี่ก็คือในแต่ละหน่วยเลือกตั้งจะมีคณะกรรมการประจำหน่วย ซึ่ง กกต. เป็นฝ่ายเลือกมา ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ให้ข้อกังวลว่าจะไปเป็นการช่วยเหลือ หรือว่า เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับพรรคการเมือง หรือนักการเมือง ผู้สมัครระดับท้องถิ่น คนใดคนหนึ่งหรือไม่ แล้วก็มีข้อกังวลว่าหลาย ๆ ครั้งพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง ส่งผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง แต่บางพรรคการเมืองไม่ได้ส่งผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งเลย ก็มีข้อกังวลว่าหรือว่าไปเป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเสียแล้ว เพราะฉะนั้นในข้อนี้ ทางคณะกรรมาธิการเราก็ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ครับ ก็คือวาระของคณะกรรมการประจำหน่วย ที่เข้าไปเป็นกรรมการอยู่ในหน่วยเลือกตั้ง แล้วก็เน้นย้ำเรื่องของการอบรมครับ เรื่องของการ อบรมให้ความรู้ เกณฑ์การปฏิบัติ เงื่อนไขการปฏิบัติ เพราะว่าสังเกตได้ว่าในหลาย ๆ ครั้ง เกณฑ์การปฏิบัติของคณะกรรมการประจำหน่วย ขนาดอยู่หน่วยใกล้กันก็ปฏิบัติต่างกัน นั่นเป็นข้อเสียของการที่ไม่ได้อบรมมากเท่าที่ควรนะครับ
ในส่วนสุดท้ายก็คือเรื่องการตรวจสอบ ภาคประชาสังคมให้ได้ตรวจสอบ มากยิ่งขึ้นเพื่อความเป็นกลาง ความสุจริต ความโปร่งใสของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่อย่างนั้นก็จะเกิดความเคลือบแคลงสงสัย และหลาย ๆ ครั้งขนาดเมื่อสักครู่ท่านสมาชิก เพื่อนสมาชิกอภิปรายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งก็อารมณ์ขึ้น ท่านประธานได้เบรกไป เมื่อสักครู่ อีกส่วนหนึ่งที่พูดถึงเยอะมากเลยคือเรื่องของอายุ อายุ ๑๘ ปีที่คณะกรรมาธิการ ได้แก้ไขนั้น ขอย้ำกับเพื่อนสมาชิกครับ ไม่ใช่ว่าเรากำหนดอายุ ๑๘ ปีแล้วเขาได้เป็นนายก อบต. นายก อบจ. เลยนะ เขาต้องผ่านการเลือกตั้งก่อน นั่นหมายความว่าเรากำหนดอายุ ๑๘ ปีเข้าไปแล้วมีความรู้ความสามารถมากน้อยแค่ไหนก็ไปลงรับสมัครเลือกตั้ง สุดท้ายคนที่ ให้โอกาสก็คือพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนที่เลือกท่านมาเช่นกันนี่ล่ะครับ
เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ท่านฐิตินันท์ แสงนาค ก็ได้ให้ความเห็นไว้ คือเดิมท่าน อยู่พรรคเดียวกับผม ท่านบอกเด็กอายุ ๑๘ ปีเข้าคูหามือยังสั่นอยู่เลย ก็เด็กมือสั่น ๆ นั่นล่ะ ที่กาท่านแล้วก็ได้มาเป็น ส.ส. รอบนี้ นี่คือสิ่งที่เรียกว่ามุมมอง มุมมองที่เพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านอาจจะมีมุมมองแตกต่างกัน แต่วันนี้คณะกรรมาธิการเราอยากจะเปิดโอกาส และก็อยากจะปรับพื้นฐานให้เข้าใจตรงกันว่าการที่เราเปิดโอกาสให้แนวคิดใหม่ ๆ แนวคิด รุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนในระดับท้องถิ่นก็ดี ในระดับชาติก็ดีเป็นประโยชน์ยิ่งนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าเด็กจะเข้าคูหามือสั่นแล้วจะทำไม่ได้ ไม่เป็นอะไร นายกรัฐมนตรี ยังขาสั่นอยู่เลยครับ วันนี้เดินจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ยังเป็นได้ เพราะฉะนั้นอยากจะให้โอกาส อยากจะให้เกียรติกับพี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่านได้เข้ามามีส่วนร่วมเหมือน ๆ กันนะครับ แล้วก็ วันนี้ขอขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในการที่ได้ พิจารณาร่วมกันของรายงานฉบับนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการลงมติ แต่อาจจะไม่มีการลงมติ เพราะว่าทั้งสภาก็เห็นไปในแนวทางเดียวกัน ก็ส่งไปยังฝ่ายบริหารได้เร่งพิจารณาแล้วก็ผลักดัน เรื่องนี้ต่อไปนะครับ ในส่วนของประโยชน์อื่นใดเรื่องนี้ ท่านประธาน ท่าน ส.ส. หลายท่าน ท่านวีระกร ท่านดะนัย มะหิพันธ์ ท่าน ส.ส.สุเทพ อู่อ้น ท่าน ส.ส.คำพอง เทพาคำ ต่าง ๆ ได้ซักถามไว้ในส่วนของประเด็นสัญญาว่าจะให้ ว่าทางคณะกรรมาธิการแก้ไขอย่างไร ในส่วนนี้ผมขออนุญาตท่านประธานสัก ๒ นาทีเท่านั้นให้ท่านกรรมาธิการที่ดูเรื่องนี้โดยละเอียด เพราะว่ากว่าจะเคาะมาเป็นร่างรายงาน เรื่องนี้มีการโต้เถียงกันในคณะกรรมาธิการ มากพอสมควร และเดี๋ยวหลังจากท่านกรรมาธิการอริย์ธัชได้เสนอต่อสภาแห่งนี้อาจจะเข้าใจ ตรงกัน แล้วก็จะเป็นเสียงเดียวกันที่จะนำเสนอต่อฝ่ายบริหารต่อไปครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ