มานพ คีรีภูวดล หารือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตยผ่านการพัฒนาท้องถิ่น โดยเน้นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และนักเรียน นักศึกษามีบทบาทในการติดตามและมีส่วนร่วมในเวทีสาธารณะ พร้อมเสนอมาตรการสนับสนุนการมีสิทธิเลือกตั้งของกลุ่มอายุ 18 ปี การขยายการเลือกตั้งล่วงหน้า และการกำหนดคุณสมบัติผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมและสะท้อนเสียงจากพื้นที่สู่การตัดสินใจในระดับชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ วันนี้ที่เราอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่นนี่นะครับ วันนี้มีน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษาก็ดูการอภิปราย น่าจะอยู่ข้างบนนี้นะครับ ก็อยากจะให้ท่านประธานประสานไป เพื่อให้น้อง ๆ ได้ออกสื่อด้วย ท่านประธานครับ ผมขอบคุณคณะกรรมาธิการการพัฒนา การเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องสำคัญครับท่านประธาน โดยเฉพาะเรื่องของกระบวนการประชาธิปไตย กระบวนการประชาธิปไตยถ้าเราไม่พูดถึงเรื่องของท้องถิ่นนี่เป็นไปไม่ได้ครับ
ประเด็นแรกผมอยากจะเห็นเรื่องของคุณค่าแล้วก็ความก้าวหน้าของผู้คน ที่อยู่ในสังคมนี่นะครับ โดยเฉพาะเรื่องของอายุของผู้คนที่จะต้องมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ๑๘ ปี ท่านประธาน ผมเชื่อมั่นและผมก็เห็นตัวอย่างในประเทศนี้ในโลกนี้ว่าคนอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ก็เป็นผู้บริหาร คนอายุ ๑๘ ปีก็เป็นนักบริหารที่เป็นล้าน ๆ ก็มีครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเรื่องอายุผมคิดว่า ๑๘ ปีควรจะเปิดโอกาสอย่างยิ่ง ที่สำคัญวันนี้โลกมันเปลี่ยน จริง ๆ คนอายุน้อย ๆ ๑๘ ปี วันนี้เขาสามารถที่จะพัฒนาหรือว่าเรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์ (Online) วันนี้ไม่ต้องเข้าห้องสมุดครับท่านประธาน บางทีนักเรียนนักศึกษาน้อง ๆ คนที่ อยากจะใฝ่รู้ใฝ่เรียนเขาสามารถที่จะสื่อสารเข้าไปค้นในห้องสมุดต่างประเทศ มหาวิทยาลัย ดัง ๆ ได้แล้ว จะรู้เรื่องประวัติศาสตร์ จะรู้เรื่องของการเมือง จะรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงครับ ผมเข้าใจว่าวันนี้โลกที่มันเปลี่ยนแปลง คนรุ่นใหม่พัฒนาและก้าวไกล ก้าวไกลกว่าพวกเรา ก้าวหน้ากว่าพวกเราด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามันคือการพัฒนากระบวนการ มีส่วนร่วมในทางประชาธิปไตย ในท้องถิ่นนี่ครับ บ้านผมอยู่บ้านป่าบ้านดอย มีท่านสมาชิก หลายท่านที่เป็นผู้นำท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องมาปรึกษาคนรุ่นใหม่เรื่องของการออกเอกสาร การเดินเรื่องเอกสาร เรื่องการผลิตสื่อ การทำสื่อเหล่านี้ คือว่ามันไม่เสียหายอะไรเลยครับ และเราควรจะส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ที่เขา จะต้องเป็นอนาคตในการบริหารในการอยู่กับท้องถิ่นนี้ต่อไป แล้วก็เรื่องของผู้บริหารที่อายุ ๒๕ ปี ผมคิดว่าในเมื่อระดับกลางก็คือสภาผู้แทนราษฎรนี้นะครับ เรากำหนดที่อายุ ๒๕ ปี ก็ถือว่าเป็นผู้บริหารระดับสูง เพราะฉะนั้นในระดับพื้นที่ผมคิดว่ามันต้องมีเกณฑ์ที่มี ความเหมือนกันคือ ๒๕ ปี
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะพูดก็คือเรื่องของการเลือกตั้งล่วงหน้าครับ ท่านประธาน ถึงแม้ว่าประเด็นอาจจะซ้ำกับสมาชิกครับ แต่ว่าผมอยากจะเสนอข้อมูลให้กับ ท่านประธานอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าอย่างผมที่เป็นพี่น้องชาติพันธุ์ชนเผ่า คนที่ออกมาทำงาน คนที่มาเรียนหนังสือนี่ไปอยู่ในเมือง ไปอยู่ในมหาวิทยาลัย ไปรับจ้างอยู่ในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดอย่างนี้ครับ แต่ความเชื่อมโยงที่จะทำให้เขามีโอกาสที่จะเลือกผู้นำท้องถิ่น ของตัวเองมันขาดหายไป เป็นการเลือกตั้งในหมู่บ้านก็ดี ในตำบลก็ดี การเลือกตั้งล่วงหน้า ในระดับประเทศสามารถทำได้ เพราะฉะนั้นหลักการก็คือว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าต้องเป็นไป ได้ทุกระดับ ทุกวันนี้ผมคิดว่าไม่ใช่อุปสรรคเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือแล้ว ไม่ใช่อุปสรรค เรื่องของศักยภาพคนทำงานแล้วครับ มันอยู่ที่วิธีคิดว่าเราจะเชื่อมโยงให้คนที่ออกไปอยู่ ต่างพื้นที่กลับมาได้ทันมีส่วนร่วม หรือมีโอกาสในการตัดสินใจที่เขาจะเลือกผู้นำของตัวเอง หรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญและหลายคนไปอยู่ข้างนอกชุมชนหมู่บ้านก็ไม่ได้อยู่ตลอดไปครับ วันหนึ่งเขาก็ต้องกลับมา แล้วเขาเองก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชุมชน เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ง ล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในเมื่อระดับประเทศมีได้ ในระดับพื้นที่ต้องมีทุกระดับครับ
ประเด็นสุดท้าย เรื่องของการพัฒนากระบวนการประชาธิปไตยที่มีความ เชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะเรื่องของคนที่มาทำงานการเมืองไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศ ไม่ว่า จะเป็นระดับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล มันก็คือระบอบประชาธิปไตย ที่เราใช้ว่าเป็นพรรคการเมืองเหมือนกันนะครับ แต่ระดับพื้นที่อาจจะไม่ใช่พรรค อาจจะเป็น กลุ่มพัฒนา กลุ่มรัก กลุ่มนั้น กลุ่มนี้ก็เต็มไปหมดครับ ในความเป็นจริงแล้วเราปฏิเสธไม่ได้ ทุกพรรคการเมืองที่อยู่ตรงนี้ก็มีสมาชิกที่เป็นผู้นำ อบต. ก็มีสมาชิกที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็มีสมาชิกที่เป็น ศอ.บต. แล้วก็ทำงานด้วยกัน อันนี้คือความเป็นจริง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า เราอยากจะเห็นการพัฒนาการเมืองที่มันเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปถึงระดับบน ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจำเป็นและมีความสำคัญมาก หากเราเชื่อมโยงระดับพื้นที่ออกมาก็คือ เรื่องปัญหาของพี่น้องหรือประเด็นต่าง ๆ ที่มันมีความสำคัญที่จะนำไปสู่การขยับเชิงนโยบาย ในระดับสภาใหญ่ ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องมีเนื้อหาใกล้เคียงกัน เราไม่ต้องปฏิเสธหรอก เราไม่มีความสัมพันธ์กัน ผมมาอยู่ตรงนี้ผมก็มีเครือข่ายของผมที่มีความคิด มีความชอบ มีความรัก หรือมีเป้าหมายร่วมกัน แต่ละพรรคก็เหมือนกันก็มี เพราะฉะนั้นก็ทำให้มันชัดเจน ไปเลยว่าสุดท้ายก็คือว่าทิศทางที่จะพัฒนาระยะยาวมันจะได้ชัดเจนว่ากลุ่มที่คิดแบบนี้ ทั้งตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปถึงระดับประเทศเป็นอย่างไร กลุ่มที่คิดแบบนี้ตั้งแต่ระดับพื้นที่จนถึง ระดับประเทศนี้จะนำพาสังคมอย่างไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องที่จะต้องพัฒนา ดังนั้นผม ขอสนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการ แล้วก็หลาย ๆ เรื่องผมคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องดูข้อเท็จจริงในการเปลี่ยนแปลงของโลก วันนี้เรามีผู้บริหารระดับโลกและเป็นที่ ยอมรับอายุน้อย ๆ เยอะแยะมากมาย เรามีกลุ่มที่มีความหลากหลายชาติพันธุ์ไม่ว่าจะเป็น ที่นิวซีแลนด์ก็ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี ผมคิดว่ากระบวนการประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่ม แล้วก็ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุน้อยอายุมากนี่ มันคือวิธีการเดียวที่จะนำไปสู่การสกรีน (Screen) แล้วก็การคัดเลือกของประชาชนครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน