วีระกร แจงไม่ได้ช่วยหาเสียง ชี้ กกต. ซ้ำซากเกินจำเป็น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒ กันยายน ๒๕๖๕

วีระกร คำประกอบ หารือการแก้ไขมาตรา 35 ที่ห้ามข้าราชการการเมืองช่วยหาเสียง โดยเสนอว่าควรถูกยกเลิกเพราะขัดกับธรรมชาติการเมืองและบทบาทของนักการเมืองที่ควรสนับสนุนกันได้ตามระดับท้องถิ่นและชาติ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณแล้วขอชื่นชมนะครับ ทั้งท่านประธาน ณัฐชา แล้วก็กรรมาธิการทั้งคณะเลยที่ได้กรุณาพิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียด ถึงแม้ว่าจะมี บทสรุปเป็นร่างแก้ไขเพียงถึงมาตรา ๕ มาตรา ๖ ๖ มาตราเท่านั้นเอง แต่ว่าก็มีข้อสังเกต ไว้เยอะพอสมควร ในข้อสังเกตบางอันก็ฟังดูดี แต่บางอันก็อาจจะก้าวหน้าไปสักนิดหนึ่ง เช่น เรื่องอายุซึ่งผมไม่ติดใจหรอกนะครับ วันหนึ่งข้างหน้าเด็ก ๑๘ ปี ก็อาจจะมีความรู้ความคิด มีวุฒิภาวะสูงก็เป็นการเขียนโดยพรรคก้าวไกลนะครับ ก็จะเอาใจเด็กอายุ ๑๘ ปีนั่นล่ะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับบางเรื่องก็ต้องดูด้วยว่าวุฒิภาวะของผู้ที่จะเข้าไปบริหารมันก็ต้องมีบ้าง อย่างไรก็ตามวันนี้ผมขอพูด ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือการแก้ไขมาตรา ๓๕ ในมาตรา ๓ ที่แก้ไข มาตรา ๓๕ ซึ่งพูดถึงว่าข้าราชการการเมืองจะต้องไม่เข้าไปช่วยหาเสียงนั่นล่ะครับ ท่านคงจำ ได้ว่ามีคลิป (Clip) ว่อนในอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วผมก็ดังชั่วข้ามคืนเหมือนกันที่ไปช่วย หาเสียงให้นายก อบต. ตำบลพระนอน ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่หาเสียงเลย บังเอิญผ่านไปแล้วเขา โบกมือครับ รถผมไปไหนคนก็จำได้ในเขตเลือกตั้งผม ผมลงพื้นที่ธรรมดานี่ล่ะ คณะที่เขา จะออกไปหาเสียงก็ยังไม่ออกจากบ้าน ผมก็เลยโบกมือผมก็ต้องลงไปทักทายเขาทั่วไป คณะเขามีประมาณสัก ๓๐ คน ผมก็จับไมค์ได้จะบอกเทสต์ (Test) ไมค์ก็ได้ แต่ว่าเป็นเรื่อง ที่เขากำลังเทสต์ (Test) ไมค์ของเขาอยู่เขาก็โหล โหล โหลอยู่นั่นล่ะ ผมก็ไปโหลด้วย แต่โหลของผมก็ทักทายไปอ้าวขอให้ได้รับเลือกตั้งกันทุกคน ดีนะ กกต. เขาไม่บ้าจี้ตามคลิป (Clip) นะครับ แม้กระทั่งผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามกับตาคนนี้เขาก็ยังไม่ได้ไปร้องเรียนเลยนะครับ แต่คลิป (Clip) นี่ มันร้องเรียนว่อนทั่วหมดเลย กกต. ไปสอบก็พบว่าพูดอยู่ในบ้านของผู้สมัครนั่นล่ะ และคนถ่าย ก็คือผู้สมัครนายกนั่นล่ะ ถ่ายเล่นเก็บไว้สนุกสนานกันไป อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ก็คงทราบแล้วเพื่อนสมาชิกบางท่านก็ได้อภิปรายไปบ้างแล้ว ก็คือ ส.ส. กับสมาชิกท้องถิ่น มันช่วยกันไม่ได้ก็รู้สึกว่ามันจะขัดความรู้สึก บางที กกต. ไปเล่นเรื่องอะไรก็ไม่รู้ อ้ายที่มัน ไม่เป็นเรื่องเป็นราวชอบเล่น ที่เขาซื้อเสียงกันฉิบหายวายวอดเลยทั้งบ้านทั้งเมืองนี้กลับไม่จับ ปล่อยเขา นี่มานั่งสัญญาว่าจะให้บอกจะทำถนนก็ไม่ได้ผิดกฎหมาย บอกจะทำนั่นก็ไม่ได้ แล้วมันจะสมัครไปทำไมกัน ทั้งหมดทั้งสิ้นก็คืออย่าไปตีวงแคบนัก นักการเมืองมันก็ต้องมีพูด เพื่อเอาใจประชาชน เหมือนกับวันนี้ท่านประธานก็เอาใจเด็กอายุ ๑๘ ปี ก็พยายามที่จะเขียน ขึ้นมาเหมือนกัน ถามว่าอ้ายนี่ผิดไหม สัญญาว่าจะให้กับเด็ก ๑๘ ปีมีสิทธิเลือกตั้งนี่ผิดไหม มันก็ผิดทั้งนั้นล่ะครับถ้ามันจะดูว่าผิด แต่ว่าความที่เราเขียนไปนี้ ท่านต้องยอมรับนะครับ กฎหมายฉบับนี้เขียน พ.ศ. อะไร เขียนปี ๒๕๖๒ ส.ส. เขียนหรือเปล่า สภาแห่งนี้เขียนหรือเปล่า ไม่ใช่นะครับ สนช. เขาเขียนนะครับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งไม่รู้เรื่องการเมือง ไม่รู้เรื่อง นักการเมืองเลยมานั่งเขียน ก็ทำไมจะไปช่วยหาเสียงกัน ส.ส. ไปช่วยหาเสียง สจ. ไปช่วย หาเสียง ก็ช่วยกันได้มันเป็นนักการเมืองเหมือนกัน คุณจะมากีดกันกันทำไมล่ะ นี่เป็นเพราะ สนช. ไม่มีความเข้าใจในเรื่องของการเมือง การเมืองมีหลายระดับ แต่ทุกระดับมันก็ไต่เต้า ขึ้นไป นายก อบต. ไปเป็น สจ. สจ. ขึ้นมาเป็น ส.ส. มันก็เป็นอย่างนี้ล่ะครับ แล้วมันก็คือ ทีมพรรคเดียวกัน กลุ่มก้อนเดียวกันที่ดูแลพี่น้องประชาชน แล้วทำไมไม่ให้ ส.ส. เข้าไปช่วย บางเรื่องบางราวการเขียนกฎหมายฉบับนี้ ปี ๒๕๖๒ ผมว่าคุณณัฐชาครับ กรรมาธิการ ยังแก้น้อยมาก อย่างนี้ไม่ควรจะให้มีด้วยซ้ำไป มาตรา ๓๕ นี้ตัดทิ้งไปเลยครับ ไม่ควรให้มี ท่านไปเขียนอะไรคือไปจำกัดทำไมล่ะ ไปจำกัดนักการเมืองไม่ให้ไปหาเสียง นักการเมือง หาเสียงด้วยอะไร ไม่ได้เอาเงินไปแจกครับ พูดครับเพื่อให้ประชาชนมีความรู้สึกว่า นักการเมืองเขาแคร์ (Care) ถนนสายนี้เป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นเตาขนมครก ถ้าผมได้เป็นผมจะ ปรับปรุงแก้ไข อย่างนี้ท่านประธานครับ แม้ว่าถนนสายนั้นมันไม่ใช่ถนน อบต. มันเป็นถนน ของทางหลวงชนบท อย่างนี้เป็นต้น แต่ ส.ส. ไป ส.ส. ก็พูดได้นะครับ ไปช่วยเขาพูดได้ว่า ถ้าท่านเลือกคนนี้ผมจะช่วยประสานงานทางหลวงชนบทให้แก้ไข ถนนหลุมบ่อนี้จะไม่มี อีกต่อไป อะไรทำนองนี้นะครับ ท่านประธานก็คงจะเห็นว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องอะไรที่เสียหาย ผิดศีลธรรมใด ๆ ทั้งสิ้น มันเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำไปที่ทำให้นักการเมืองท้องถิ่นที่จะลงหาเสียง เขารู้ปัญหา ถ้าพูดถูกใจโดนใจประชาชน ประชาชนเขาก็เลือกเราถูกไหมครับ ถ้ามันทำไม่ได้สิ คราวหน้าเขาก็ไม่เลือก ก็ทำไมไม่ให้ประชาชนเขาลงโทษล่ะครับ ทำไมต้องมานั่งเขียนกีดกัน อะไรกันมากมาย มาตรา ๓๕ ผมเห็นว่ากรรมาธิการแก้ไขแต่แก้ไขไม่โดนใจผม โดนใจมันต้อง ตัดทิ้งไม่ต้องมีนะครับ มีทำไม อีกมาตราหนึ่งก็คือมาตรา ๖๕ เรื่องสัญญาว่าจะให้ สัญญาว่า จะให้นี้ ท่านประธานครับ อย่างที่ผมกราบเรียนไปเมื่อสักครู่นี้จะไปตีกรอบว่านอกเหนือ อำนาจหน้าที่หรืออะไรอย่างนี้ ส.ส. ก็ดี หรือท้องถิ่นก็ดี การหาเสียงมันก็จะต้องพูดให้โดนใจ พี่น้องประชาชน มันจะอยู่ในกรอบแห่งอำนาจหรือไม่ก็ตาม ผมไม่เห็นเลยว่ามันจะเป็น การเสียหายอะไร การที่นักการเมืองท้องถิ่นก็ดีหรือระดับชาติก็ดี เขาจะรู้ปัญหาประชาชน มันไปหนักกบาล กกต. ตรงไหน ออกกฎหมายมาอย่างนี้ครับท่านประธาน ขอประทานโทษ ขอถอนครับ