พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แสดงความเห็นต่อรายงานการพัฒนาการเมืองท้องถิ่น โดยเห็นด้วยกับการเปิดโอกาสให้ผู้มีอายุ 18 ปีสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมเสนอให้ปรับกติกาการเลือกตั้งให้เรียบง่ายและสอดคล้องกัน โดยเฉพาะระบบหมายเลขผู้สมัครในทีมเดียวกัน รวมถึงเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งนอกเขตเพื่อเพิ่มความสะดวกและเท่าเทียมกับการเลือกตั้งระดับชาติ พร้อมท้วงติง กกต. ที่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลการเลือกตั้งในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้พรรคการเมืองและผู้สมัครต้องแบกรับต้นทุนการทำสำเนาเอกสารจำนวนมาก โดยเสนอให้เปิดเผยข้อมูลในรูปไฟล์ดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และลดภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอร่วม อภิปรายแสดงความเห็นต่อรายงานของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสาร มวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมทางกรรมาธิการโดยเฉพาะ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่าน ส.ส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ก็ทำงานแข็งขันแล้วผมคิดว่า รายงานหลายฉบับจากคณะกรรมาธิการนี้ก็เป็นประโยชน์ไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยของเรา ในส่วนของรายงานฉบับนี้ที่พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของสมาชิกสภาท้องถิ่นแล้วก็การเลือกตั้ง ท้องถิ่น ก่อนอื่นก็ต้องเรียนว่าเห็นด้วย ผมเห็นด้วยในเนื้อหาของรายงานโดยเฉพาะในข้อเสนอ แนะนำทั้ง ๓ ประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอายุ ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ระยะเวลาในการ ออกเสียงลงคะแนน แล้วก็การให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนหรือว่าโหวตเตอร์ เอดดูเคชัน (Voter Education) ท่านประธานครับ ก็ต้องเรียนว่านั่งฟังการแสดงความเห็นของ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน บางท่านก็มีพูดถึงว่าการไปกำหนดอายุของผู้มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ๑๘ ปีมันน้อยเกินไป ท่านประธานครับ ผมคิดว่าถ้าบอกว่าผู้สมัครน้อยเกินไปบางทีอาจจะ ต้องกำหนดระยะถ้าใช้ลอว์จิก (Logic) นี้ต้องไปกำหนดอายุว่าต้องไม่เกินเท่าไรด้วย เพราะผู้สมัครบางท่านอาจจะอายุมากเกินไปหรือเปล่า ดังนั้นผมจึงคิดว่าการเขียนกฎหมาย กฎระเบียบควรจะเปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจแล้วอยากจะเข้ามาเป็นผู้มีสิทธิที่จะลงแข่งขัน รับเลือกตั้งควรจะเปิดกว้าง สุดท้ายแล้วท่านประธานครับ มันจะเป็นหน้าที่ของพี่น้อง ประชาชนเองที่จะตัดสินว่าเขาเหล่านั้น บุคคลที่เสนอชื่อมานั้นมีความเหมาะสมหรือไม่ ไม่ใช่ว่า พวกเราจะไปทำให้มันแคบไว้เสียก่อน เพราะถ้าบอกว่าอายุ ๑๘ ปีน้อยไป ก็อาจจะต้องไป กำหนดครับว่าอายุเท่าไร มากเท่าไรลงรับสมัครไม่ได้ ทีนี้ท่านประธานครับ โดยภาพรวม ผมคิดว่าการที่เราศึกษาเรื่องนี้ถ้าสรุปสั้น ๆ เลยครับ คือเราจะต้องออกแบบกติกาให้มันง่าย ที่สุด ง่ายสำหรับใครครับ ง่ายสำหรับผู้ที่จะลงสมัครแข่งขันรับเลือกตั้ง ง่ายสำหรับผู้ที่จะมา ใช้สิทธิเลือกตั้ง แล้วก็ง่ายสำหรับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ถ้าทุกอย่างง่ายมันก็จะไปได้ ท่านประธาน ยกตัวอย่างเช่นเรื่องอะไรครับ เรื่องหมายเลขรับสมัครครับท่านประธาน ล่าสุด เรามีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผมคิดว่า รอบนี้ผู้สมัครเยอะ ทั้งผู้ว่าก็ดี ทั้ง ส.ก. ก็ดี แต่ว่าพอหมายเลขของผู้รับสมัครแต่ละกลุ่ม แต่ละเขตก็ใช้คนละหมายเลข บางทีผู้ว่ากับ ส.ก. เป็นทีมเดียวกัน ก็ใช้คนละหมายเลข อันนี้ สร้างความสับสนแล้วก็ไม่ได้ทำให้ง่ายต่อพี่น้องประชาชน
ประเด็นที่ ๒ การเลือกตั้งล่วงหน้าหรือการเลือกตั้งนอกเขต อันนี้สำคัญครับ ผมไม่เข้าใจว่าเราเลือกตั้งระดับชาติ เรามีเลือกตั้งล่วงหน้า เรามีเลือกตั้งนอกเขต แต่ทำไม เลือกตั้งท้องถิ่นถึงไม่ทำ ทำไมถึงทำไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ได้สร้างความง่ายให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่จะมาใช้สิทธิได้ตามเวลาที่ตัวเองสะดวก
ประเด็นต่อไปคือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งครับประธาน ต้องบอกว่า ในการเลือกตั้งผู้ว่าที่ผ่านมา ผมก็ต้องไปใช้สิทธิในฐานะคนกรุงเทพมหานคร แต่เห็นปัญหา ท่านประธานครับ เห็นปัญหาตั้งแต่การเริ่มต้นนับคะแนนในจุดที่ผมไปใช้สิทธิมี ๗ เต็นท์ ด้วยกัน ปรากฏว่าอย่างไรท่านประธานครับ การติดป้ายประกาศว่าจำนวนบัตรที่เอามาใช้ มีเท่าไร จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะมีเท่าไร บางหน่วยก็ติด บางหน่วยก็ไม่ติด พอถึงตกเย็นครับ นับคะแนนเสร็จปรากฏว่าแทนที่จะต้องมาติดรายงานผลการเลือกตั้ง บางหน่วยก็ติด บางหน่วยก็ไม่ติด ซึ่งอันนี้ก็ไม่เข้าใจว่าเกิดจากว่านาน ๆ ที เลือกตั้งทีแล้วไม่มีการอบรม ที่รอบด้านหรือเป็นความจงใจที่จะให้เกิดการตรวจสอบได้ยากลำบากหรือเปล่า หรือจะเป็น เรื่องของตัวแทนพรรคการเมืองที่จะไปเฝ้าหน่วยเลือกตั้ง อันนี้ก็ฟังจากพี่น้องประชาชน เขาก็ถามว่าทำไมตัวแทนประจำหน่วยเลือกตั้งจากพรรคการเมืองเห็นจะมีแต่ก็รอบที่แล้ว ตอนเลือกตั้งผู้ว่าก็พรรคเพื่อไทย หรือพรรคก้าวไกล หรือเป็นตัวแทนจากท่านผู้ว่าชัชชาติ แต่ทำไมเห็นบางพรรคการเมือง บางกลุ่มการเมืองกลับไม่มี เขาก็พูดกันติดตลกครับท่านประธาน หรือว่าเอ๊ะไปเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งกันไปแล้วหรือเปล่า เลยไม่ต้องมีตัวแทน ประจำพรรคการเมืองที่อยู่ในหน่วยเลือกตั้ง ทีนี้อย่างนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ คณะกรรมาธิการนี้พยายามทำในการที่จะสร้างการมีส่วนร่วม แล้วก็หาตัวแทนของภาคประชาชนที่จะมาเฝ้าหน่วยเลือกตั้งที่ทำไปเมื่อตอนเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ดีมากแล้วก็ขอชื่นชม แล้วก็อยากให้ทางคณะกรรมาธิการการพัฒนา การเมืองได้รุดหน้าแล้วก็เดินหน้าต่อในประเด็นนี้ในการเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศ ครั้งต่อไป ท่านประธานครับ ในเรื่องของผลการเลือกตั้งครับ ผลการเลือกตั้งต้องเรียนว่า ที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่แล้วว่าพอเลือกตั้งเสร็จต้องยอมรับจริง ๆ ว่ามีบางหน่วยเลือกตั้งที่ไม่ติด ผลคะแนนบนบอร์ด (Board) หน้าหน่วยเลือกตั้ง พอไม่ติดแล้วนี่มันตรวจสอบไม่ได้ครับ หลาย ๆ พรรคการเมืองพยายามที่จะไปเก็บภาพแต่ก็เก็บไม่ได้ ตัวแทนของพรรคการเมือง หรืออาสาสมัครที่ตั้งใจที่จะมาตรวจสอบการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมก็ถ่ายรูปเก็บภาพไม่ได้ ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่อยากจะฝากทางกรรมาธิการ ถ้ามีโอกาสได้เชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กกต. ก็คงต้องเน้นย้ำเรื่องนี้
แล้วก็ประเด็นสุดท้ายครับ นอกจากเรื่องผลการเลือกตั้งแล้ว สิ่งที่ กกต. เอง ก็ยินดีที่จะเผยแพร่ให้กับพรรคการเมืองหรือให้บรรดาผู้สมัครไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบัญชี รายชื่อหน่วยเลือกตั้ง หรือบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ต้องบอกว่าเราอยู่ในยุค ดิจิทัล (Digital) แล้ว แต่ว่าทางคณะกรรมการหรือ กกต. ก็ยังคงจะให้พรรคการเมือง หรือผู้สมัครไปซีรอกซ์ (Xerox) เอกสารครับ ซึ่งมีเอกสารเป็นจำนวนมากแล้วก็เปลือง งบประมาณมหาศาล แต่ว่าจริง ๆ แล้วก่อนที่จะได้เอกสารมาตัว กกต. เองก็มีดิจิทัลไฟล์ (Digital File) ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดถึงไม่ให้ดิจิทัลไฟล์ (Digital File) เหล่านั้น ให้ผู้สมัครหรือให้กับพรรคการเมือง ซึ่งผมคิดว่ามันจะช่วยประหยัดเวลาแล้วก็ทำงาน ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะฉะนั้นโดยสรุปก็ฝากประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับทาง คณะกรรมาธิการ แล้วก็ขอชื่นชมการทำงานที่ผ่านมา ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ