สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑ กันยายน ๒๕๖๕

กนก วงษ์ตระหง่าน หารือเรื่องการนำเสนอข่าวสารของไทยพีบีเอส โดยเรียกร้องการปรับปรุงให้ดีขึ้น และหารือเรื่องงบประมาณของสถานีฯ พร้อมขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินงาน

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน กรรมาธิการ ต้องขอประทานโทษติดประชุม กรรมาธิการที่เป็นเรื่องสำคัญอยู่นะครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานของไทยพีบีเอส ในประเด็นที่สำคัญอันแรกก็คือว่า ไทยพีบีเอสได้ทำรายการที่เป็นประโยชน์ อย่างเช่น ประเทศไทยไม่ใช่กรุงเทพมหานคร แล้วก็คนหลายคนก็คิดว่ากรุงเทพมหานครคือ ประเทศไทย โดยไทยพีบีเอสก็ได้ไปพยายามทำรายการที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคต่าง ๆ แล้วก็ นำเสนออย่างที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้พูดไป ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ประเด็นที่ผมอยากเห็นมากกว่าก็คือว่าที่ผ่านมาไทยพีบีเอสได้นำเสนอปัญหาในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์มาก แต่วันนี้สังคมของเราเราต้องการคำตอบของปัญหาเหล่านั้น เพราะฉะนั้นการทำรายการในเชิงการค้นหาคำตอบว่าสังคมที่เป็นปัญหาแบบนั้นเราจะแก้ไข อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของเด็กและเยาวชน ในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ในเรื่องของ คนชายขอบเป็นต้น ไม่ใช่เราไปบอกแค่เพียงว่าเราพบคนเหล่านี้แล้วเขามีปัญหา ผมคิดว่า อันนั้นไม่เพียงพอครับ ท่านประธานคงจะต้องลงไปดูว่าแล้วเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งตรงนี้ ก็จะทำให้การนำเสนอข่าวแล้วก็สารคดีมีลักษณะที่เจาะลึกลงไปถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม อย่างเช่น เรื่องของความยากจนในภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นที่สกลนคร เป็นนครพนม หรือว่าเป็นที่หนองคายก็แล้วแต่บ้านของท่านประธาน เราพูดถึงว่าการแก้ไข ความยากจนก็จะต้องแก้ไขเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องการทำงาน เรื่องการขาย ซึ่งฟังดูแล้ว เหมือนกับเราเข้าใจนะครับ แต่กระบวนการที่จะทำให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นจริงท่านประธานมันเป็น เรื่องที่ยากมาก เพราะมันมีอิทธิพลที่อยู่ในพื้นที่ มันมีการแก้ไขปัญหาที่ทำไม่ได้เพราะ ข้าราชการไม่ร่วมมือเป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าจำเป็นที่สังคมของเรา จะต้องรับรู้ในรายละเอียดของการแก้ไขปัญหาที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นไทยพีบีเอส ได้มีบทบาทไม่ใช่เรื่องของการเสนอปัญหาซึ่งทำได้ดีที่ผ่านมา แต่อยากให้นำเสนอถึงวิธีการ แก้ไขปัญหาด้วยเพื่อที่จะทำให้ประเทศของเรามีความหวัง แล้วก็ถ้าพูดกันให้ถึงที่สุดก็คือ ถ้าไทยพีบีเอสนำเสนอแบบนี้ก็จะทำให้รัฐบาลได้เห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในวงกว้าง ของการแก้ไขปัญหาและนำไปสู่การปฏิบัติตามนะครับ อันนั้นเป็นเรื่องที่หนึ่งที่ผมขออนุญาต กราบเรียนนะครับ ในเรื่องที่ ๒ ที่ผมคิดว่าวันนี้ไทยพีบีเอสได้ทำงานมาแล้วคนส่วนใหญ่ ก็ชอบไทยพีบีเอสรวมทั้งผมด้วย ผมอยากถามว่าไทยพีบีเอสได้มีระบบในการประเมิน สัมฤทธิ์ผลของการประกอบกิจการของตัวเองที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ ๑๔ ๑๕ ปีแล้วในการที่จะ ทำให้ไทยพีบีเอสเป็นสถาบันของสื่อที่เป็นกลางแล้วก็มีความน่าเชื่อถือ วันนี้คนรู้สึกอย่างไร กับเรื่องเหล่านี้ ไทยพีบีเอสน่าจะประเมินตัวเองแล้วก็นำผลการประเมินตรงนั้นมาปรับปรุง แก้ไขให้มันดีขึ้น เพราะเราชอบไทยพีบีเอสแต่เราอยากให้ไทยพีบีเอสดีกว่านี้ แล้วก็ในเวลา เดียวกัน ท่านประธานครับ ไทยพีบีเอสเนื่องจากมีผู้ชมเยอะมาก แล้วก็ได้เสนอสิ่งที่ดีอย่างที่ ผมได้เรียนไปแล้วนะครับ แต่ในเวลาเดียวกันไทยพีบีเอสถูกออกแบบในสมัยที่มันเป็นระบบ เป็นเอนาล็อก (Analog) นะครับ วันนี้มันเป็นดิจิทัล (Digital) แล้ว มันมีหลายอย่างที่ต้อง เปลี่ยนแปลงเยอะมาก ผมขออนุญาตที่จะสอบถามไทยพีบีเอสว่าไทยพีบีเอส ได้เตรียมการ ที่จะปรับเปลี่ยนเหล่านี้อย่างไร แล้วก็ผู้ดำเนินการของไทยพีบีเอส พนักงานทั้งหลายวันนี้ เราก็เริ่มเห็นว่ามีบางคนออกไป แล้วบางคนซึ่งก็เป็นคนที่มีแฟนคลับ (Fan Club) เยอะ แต่ความคิดก็ยังเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้มันทำให้เกิดความเป็นระบบราชการในไทยพีบีเอส เนื่องจากความปลอดภัยในทาง การเงินที่ได้ให้ภาษีบาปอันนี้ไว้กับไทยพีบีเอส ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ผมอยาก ทราบว่าไทยพีบีเอส จะมีวิธีการอย่างไรในการที่จะสร้างพลังใหม่ให้กับคนทำงานใน ไทยพีบีเอส แล้วก็นำไปสู่การเรียนรู้ใหม่ของสังคม

ประการสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพงบประมาณที่ไทยพีบีเอสได้รับจาก ภาษีนะครับ ซึ่ง ๒,๐๐๐ ล้านบาทก็ดูเยอะ แต่เท่าที่ผมเข้าใจก็ไม่ได้ตามนั้นทั้งหมดนะครับ ตรงนี้ผมอยากขอทราบความจริงกับไทยพีบีเอสว่าถ้าจะทำอย่างที่ผมได้นำเสนอนั้นไทยพีบีเอส ต้องใช้งบประมาณประมาณสักเท่าไหร่ เราจะได้ช่วยกันพูดในสภาและสะท้อนไปยังรัฐบาลว่า เราอยากเห็นไทยพีบีเอสที่เป็นกลางและไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องการกำไรขาดทุน แต่ขอให้ทำหน้าที่ ที่จะชี้นำสังคมแล้วก็เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติอย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับท่านประธาน