มานพ คีรีภูวดล พูดถึงศักยภาพและจุดเด่นของไทยพีบีเอส โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสื่อที่มีต่อประชาธิปไตย และเสรีภาพสื่อในการแสดงออกของประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความสำคัญของดนตรีพื้นบ้านและศิลปะต่อการเชื่อมโยงคนไทย และเรียกร้องให้ไทยพีบีเอสเป็นตัวกลางในการส่งเสริมและเผยแพร่ดนตรีพื้นบ้านให้กับคนรุ่นใหม่
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึงเรื่อง ของศักยภาพ แล้วก็จุดเด่นของไทยพีบีเอสอันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ
เรื่องแรก ผมคิดว่าความเป็นตัวตนและอัตลักษณ์ของไทยพีบีเอส ผมคิดว่า ต้นทุนครับ คือเขามีทุนเขามีอิสรภาพพอที่เขาจะคิดงาน ต่างจากทีวี (TV) โทรทัศน์อื่น ๆ ที่จะต้องระดมทุนจากภาคธุรกิจ เพิ่งทราบว่าอาจารย์เจิมศักดิ์มาเป็นบอร์ดอยู่ที่นี่ ถ้าอาจารย์ จำผมได้ตอนที่อาจารย์เป็น ส.ว. ผมชุมนุมเรื่องป่าชุมชนอยู่ที่รัฐสภา คือผมอยากจะบอก อย่างนี้ครับท่านประธานว่าพื้นที่ของคนตัวเล็กตัวน้อย คนบ้านนอกทุกมุมเลยไม่ว่าจะเป็น ภูมิภาคภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคเหนือ แม้กระทั่งพี่น้องชาติพันธุ์ รายการที่ผมชอบ ก็คือรายการอาหารจากทุกภูมิภาค เราจะเห็นความเป็นตัวตนของพี่น้องประชาชน มุมต่าง ๆ ที่มันเป็นเรื่องราวของชาวบ้านช่องอื่นไม่ได้นำเสนอครับ ก็จะนำเสนอเรื่องขูดเลขหวยออก อะไรพวกนี้ ไปดูเรื่องชาวบ้านทะเลาะกันในพื้นที่อย่างนี้ แต่ในมิติที่มันเป็นสาระที่มันเป็น ตัวตนความเป็นชุมชน ความเป็นอัตลักษณ์และวัฒนธรรมในพื้นที่ผมคิดว่าอันนี้ต้องชมครับ ต้องชมจริง ๆ ว่าไทยพีบีเอสทำได้ดี สิ่งที่สำคัญคือผมคิดว่ามีการวางเครือข่าย การวาง เครือข่ายของอาสาสมัคร หรือเราจะเรียกว่าสภาผู้ชมก็ดี มีนักข่าวอาสาสมัคร หลายท่าน ก็บอกว่าคนที่ไม่ได้จบการศึกษาการสื่อสารมวลชน ไม่ได้จบเรื่องของมหาวิทยาลัยทำไม่ได้ แต่เราพบว่าประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นี่ครับ ซึ่งเรื่องนี้ก่อนที่จะมียูทูบ (YouTube) ผมคิดว่าไทย พีบีเอส ได้ทำ เพื่อนผมที่อยู่แม่ฮ่องสอนเขาก็เป็นเขาเรียกว่านักข่าวอะไรผมจำไม่ได้ครับ นักข่าวของไทยพีบีเอสนี่ล่ะครับ เขาก็รายงานตามสภาพ อันนี้ก็คือผมคิดว่ามันเป็นลักษณะ กระบวนการตามสื่อที่มันยึดโยงกับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่อีกมุมหนึ่งที่คนเหล่านี้ไม่สามารถที่จะ เข้าถึงสื่อบางประเภท แต่ว่าหลังจากที่มันมียูทูบ (YouTube) อะไรพวกนี้เยอะแยะมากมาย ผมคิดว่าอันนี้ทุกคนเป็นสื่อกันหมดเลย เพราะฉะนั้นก็คือถ้าหากว่าเรามีองค์กรลักษณะ อย่างนี้ ซึ่งมีทุนที่มาจากฝ่ายรัฐบาล หรือมีงบประมาณ หรือมีช่องทางในการสนับสนุน ผมคิดว่า เสรีภาพของสื่อจะเป็นตัวชี้วัดของความเป็นประชาธิปไตย เสรีภาพของสื่อน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ ว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน การมีตัวตนของคนเล็กคนน้อยหรือว่าทุกกลุ่ม ออกมา แต่เนื้อหาสาระว่าจะเน้นไปทางการเมือง หรือว่าเศรษฐกิจ หรือว่าเรื่องวัฒนธรรม เรื่องการศึกษา ผมคิดว่าอันนี้ก็ขึ้นอยู่แล้วแต่ว่าในช่วงไหนที่ผู้บริหารบอร์ด (Board) จะดำเนินการ แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าในสถานการณ์การเมืองในช่วงนั้นฝ่ายอำนาจกลุ่มไหน เป็นฝ่ายปกครอง ฝ่ายอำนาจกลุ่มไหนขึ้นมาบริหารประเทศ อันนี้ผมคิดว่ามันก็แล้วแต่ บรรยากาศในแต่ละช่วง
สิ่งที่ผมอยากจะฝากในช่วงสุดท้ายนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องของเด็กและเยาวชน ผมคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีพื้นที่ ล่าสุดอันนี้ต้องขอบคุณไทยพีบีเอสที่ได้จัดเวลาเรื่อง ดนตรีชาติพันธุ์ในเมืองกรุงในวันชนเผ่าพื้นเมือง ผมคิดว่าอันนี้เป็นครั้งแรกนะครับ เราก็จะ เห็นดนตรีสากล ดนตรีของชนชั้นกลาง หรือว่าดนตรีที่มันเป็นของคนมีสตางค์ แต่เราเห็น ดนตรีอีกมุมหนึ่งจากภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือกับกลุ่มชนเผ่าต่าง ๆ และเราก็เห็นวิถีที่มัน ผสมระหว่างวิถีแห่งท้องถิ่นกับวิถีสากล มีการเอาดนตรีพื้นบ้านเพลงพื้นบ้านแล้วก็ผสมกับ วงดนตรีที่เป็นสากล ผมคิดว่าอันนี้ก็คือถ้าหากว่าเราเพิ่มพื้นที่ให้กับกลุ่มเยาวชน กลุ่มคน รุ่นใหม่ บางทีอาจจะต้องไม่พูดถึงเรื่องของปัญหาและความขัดแย้งครับ บางทีเราอาจจะ ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงเรื่องที่มันเป็นปัญหาที่มันต้องใช้ระยะเวลาหรือการแก้ปัญหา เชิงโครงสร้าง การใช้มิติวัฒนธรรม ดนตรีต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสื่อกลาง ผมเชื่อว่าทุกคนมีดนตรี ในหัวใจ มีศิลปะในหัวใจ ถ้าหากว่าเราเปิดพื้นที่โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ต่าง ๆ ที่ผมย้ำตลอดนี่ ได้มีโอกาสได้สื่อสารผ่านเครื่องมือที่มันเป็นรากเหง้าของตัวเองโดยไทยพีบีเอสเป็นตัวกลาง ผมเชื่อมั่นว่าจะทำให้คนไทยได้รู้จักกันมากขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ