อมรัตน์ สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาหนี้นอกระบบ-ปัญหาแชร์ลูกโซ่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑ กันยายน ๒๕๖๕

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาหนี้นอกระบบและแชร์ลูกโซ่ ชี้สาเหตุจากความเหลื่อมล้ำ การขาดโอกาสเข้าถึงรายได้ และการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลว พร้อมเรียกร้องการปฏิรูประบบภาษีที่ดินและภาษีมรดกเพื่อลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน และเน้นว่ามาตรการรัฐที่ผ่านมาไม่เข้าถึงผู้ด้อยโอกาสอย่างแท้จริง

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากนครปฐมค่ะดิฉันขออภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติด่วนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ศึกษาปัญหาหนี้นอกระบบและปัญหาแชร์ลูกโซ่ค่ะ มันชัดเจนที่สุดแล้วนะคะว่าประเทศเรานี้ เป็นคนป่วยแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตัวจริงค่ะ จากเสือตัวที่ ๕ ของอาเซียน (ASEAN) ในช่วงปีทศวรรษที่ ๒๕๓๐ ตอนนี้ก็กลายมาเป็นแมวเซาตัวที่ ๖ ของเอเชียค่ะท่านประธาน ปัญหาของหนี้นอกระบบเกิดมาจาก ๓ อย่างสำคัญ ๆ ก็คือปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ประเทศ เรามีสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และตอนนี้ก็สูงมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยค่ะ ปัญหาการเข้าไม่ถึงโอกาส ไม่มีการกระจายรายได้ก็เกิดจากการไม่มีฝีมือการบริหารจัดการ การกระจายโอกาสสร้างรายได้ให้ประชาชน แล้วก็การที่จะไปโทษว่าเกิดจากปัญหาโควิด (COVID) นั้นอันนั้นไม่ใช่แน่นอน การไปโทษโควิด (COVID) เสียทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นการ แก้ตัวของรัฐบาลเท่านั้น เพราะปัญหาเศรษฐกิจมันเกิดมาอย่างจริงจังตั้งแต่นับจาก รัฐประหารปี ๒๕๕๗ มาแล้ว แล้วก็มาทวีความรุนแรง ถูกซ้ำเติมจากโควิด (COVID) เท่านั้นเองค่ะท่านประธาน เป็นที่ชัดเจนว่านอกจากประเทศนี้จะเป็นประเทศที่พูดความจริง ไม่ได้ก็เป็นประเทศที่ไม่สร้างโอกาสให้ประชาชน หนี้นอกระบบมากกว่า ๕ ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลหลายระลอกที่ผ่านมาไม่ได้แก้ไขปัญหาได้จริงค่ะ ท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งก็เข้าไม่ถึงคนจน คนที่อ่อนแอที่สุดในสังคม เพราะว่าการกำหนดในโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลไม่ว่าจะต้องมีบัญชีธนาคาร ไม่ว่าจะต้องมีการ เข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) จากโครงการเราไม่ทิ้งกันก็กลายเป็นว่าคนจำนวนมากที่เป็น คนจนคนด้อยโอกาสตัวจริงแร้นแค้นตัวจริงกับถูกทอดทิ้ง เพราะมีการบริหารที่ผิดพลาด ว่าด้วยคุณสมบัติของคนที่จะมีสิทธิเข้าถึงการช่วยเหลือท่านประธาน เราจะแก้ปัญหา หนี้นอกระบบ ปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ได้อย่างไร ถ้าเราไม่ได้จัดการในขาเข้าของเงิน คือปัญหาในการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา กี่ชุดเราก็คงจะไม่มีทางที่จะแก้ปัญหานี้ได้ แล้วอันที่จริงฉันก็ไม่ได้คาดหวังการแก้ปัญหา หนี้นอกระบบหรือปัญหาแชร์ลูกโซ่จากรัฐบาลเผด็จการสืบทอดอำนาจนี้ด้วย เราคงจะต้อง หวังในรัฐบาลหน้าจากการเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึง แต่ในที่นี้ดิฉันจะขอพูดถึงในด้านขาเข้าของ เงินรายได้ของรัฐที่จะมาแก้ปัญหาหนี้นอกระบบมาแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เรื่องการ กระจายโอกาสการกระจายรายได้ก็คือเราจะต้องมีการหารายได้ด้วยการเพิ่มช่องทางการ เก็บภาษีให้มากขึ้น ที่สำคัญที่สุดที่มีการพยายามมาแล้วไม่รู้กี่รัฐบาลต่อกี่รัฐบาลก็คือ การจัดเก็บภาษีที่ดินจากคนรวยตอนนี้บางคนที่ฉันรู้จักมีโฉนดเต็มตู้จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเอง มีที่ดินอยู่ที่ไหนบ้างเป็นร้อยเป็นพันแปลงแล้วก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แล้วก็ไปปลูกกล้วยบ้าง ไปปลูกอ้อยบ้างเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงภาษีมรดก ปัญหาภาษีมรดกก็เช่นกันค่ะท่านประธาน ถ้าเราไม่มีเก็บภาษีมรดกเราจะไม่มีการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำช่องว่างระหว่างคนจนกับ คนรวยได้เลย เราจะต้องลดขนาดช่องว่างนั้น เพราะว่าไม่มีประเทศไหนที่มีคนชั้นกลาง ประเทศที่จะเดินไปถึงประเทศที่พัฒนาแล้วจะต้องมีจำนวนคนชั้นกลางเป็นสัดส่วน ที่มากที่สุด มีคนรวยเป็นสัดส่วนที่น้อยคนจนเป็นสัดส่วนที่น้อย แต่ตอนนี้ประเทศของเรา ตรงกันข้ามคนชั้นกลางลดจำนวนต่ำลงทุกที ๆ แล้วก็ช่องว่างถ่างขยายขึ้นมากระหว่าง คนเศรษฐีมหาเศรษฐีกับคนที่ยากจนแร้นแค้น เพราะฝีมือในการบริหารประเทศและ เพราะผลกระทบจากการรัฐประหารที่ทำให้ขาดความเชื่อมั่นมา ๘ ปีแล้วค่ะท่านประธาน สามเสือเศรษฐกิจของอาเซียน (ASEAN) ที่ประกอบด้วยสิงคโปร์ เกาหลีใต้และไต้หวัน ใช้เวลาเฉลี่ยเพียง ๒๗ ปีเท่านั้นในการเติบโตเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วแต่ของเราก็ยังหยุด ย่ำอยู่กับที่ ถ้าเราเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจริง ๆ ท่านประธาน เวลาจะโหวตเวลาจะ เลือกอะไรคนจนจะต้องชนะเสมอ เพราะคนจนเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ แต่กลายเป็น ว่าคนชั้นนำนายทุนคนรวยเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการรัฐประหารและผลที่กระทบมากที่สุด ไม่ว่าจากการรัฐประหารหรือจากโควิด (COVID) ที่มาซ้ำเติมภายหลังก็คือคนจน หนี้ที่ดิฉัน อยากจะเสนอขอเวลานาทีเดียวที่ดิฉันเจอมากที่สุดไม่ใช่หนี้เฉพาะปัญหาพวกมาเฟียเจ้าพ่อ เจ้าแม่ที่มีผู้อภิปรายไปมากแล้ว แต่เป็นหนี้นอกระบบจากสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือที่เรียกว่านอนแบงก์ (Non-Bank) เป็นสถาบันการเงินห้องแถวที่เราจะพบโฆษณาได้ โดยทั่ว ๆ ไป การให้สินเชื่อของสถาบันการเงินห้องแถวนั้นละคะท่านประธาน ดิฉันได้เห็น ด้วยตาตัวเองแล้วว่ามีการเก็บค่าแรกเข้าจะด้วยชื่อต่าง ๆ จะด้วยชื่อต่าง ๆ เขาอาจจะมี ดอกเบี้ยที่อยู่ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด แต่ว่ามีการเก็บเงินค่าเขาเรียกว่าอะไรค่าแป๊ะเจี๊ยะ หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียกกันถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ เช่นไปกู้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็โดนเก็บไปแล้ว ๑๔,๐๐๐ บาท แล้วก็ไปคิดดอกเบี้ยตามระบบทีหลัง ดิฉันก็อยากจะให้ สอดส่องดูแลสถาบันการเงินห้องแถวที่เป็นนอนแบงก์ (Non-Bank) พวกนี้ด้วยถึงจะสามารถ แก้ปัญหาได้จริง ๆ เพราะว่าเป็นการแอบแฝงแล้วคนไปใช้บริการกันมากก็ไม่ได้ต่างจาก หนี้นอกระบบจากระบบนายทุนภายนอก ขอบคุณมากค่ะ