อิสระ ชี้หนี้นอกระบบพุ่งจากสัญญาเช่าซื้อ ขอเร่งแก้ในระบบก่อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑ กันยายน ๒๕๖๕

อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ หารือปัญหาหนี้นอกระบบและปัญหาการหักหนี้ในสหกรณ์ที่ไม่เป็นธรรม โดยชี้ว่าต้นเหตุหนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากระบบเช่าซื้อที่ถูกใช้แทนการผ่อนรถ และการหักหนี้ที่เน้นค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยก่อนเงินต้น ทำให้เกษตรกรและข้าราชการต้องดิ้นรนท่ามกลางหนี้สินที่เพิ่มพูน จึงเรียกร้องให้แก้ไขระบบการตัดหนี้ให้เป็นธรรมมากขึ้นและเร่งแก้ปัญหาหนี้ในระบบก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามต่อไป

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การที่ญัตตินี้มีผู้อภิปรายมากมาย ขนาดนี้ ผมคิดว่าเราเห็นตรงกันแล้วล่ะว่าหนี้นอกระบบเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย ในส่วนของผม ผมอยากเสนออีกมุมมองหนึ่งว่าถ้าเราจะปราบหนี้นอกระบบให้ราบคาบ เราต้องจัดการกับหนี้ในระบบเสียก่อน ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าทุกวันนี้ต้นตออันหนึ่งของ หนี้นอกระบบคือการที่เราถูกเจ้าหนี้ในระบบหลอก หลอกหลายเรื่องครับ แต่เวลาผมมีจำกัด เอาแค่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ

หลอกแรกคือเรื่องของการผ่อนรถ ท่านประธานทราบไหมว่าในประเทศไทย มันไม่มีการผ่อนรถจริง ๆ หรอกครับ เพราะการผ่อนรถในประเทศไทยคือการเช่าซื้อ แล้วทีนี้ ต่างกันอย่างไร ต่างกันหลายอย่างครับ ต่างอย่างแรกคือถ้าเป็นผ่อนรถดอกเบี้ยมีเพดาน กำหนด แต่พอเป็นเช่าซื้อจะคิดเท่าไรก็ได้เพราะมันคือค่าเช่า แต่อีกอย่างหนึ่งคือสมมุติว่า ถ้ารถคันละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ผ่อนไปได้เรื่อย ๆ เหลืออยู่ ๓ งวดสุดท้าย ๓,๐๐๐ บาท ไม่มีสตางค์จ่าย ถ้าเป็นผ่อนรถเขายึดได้แค่ของมูลค่าไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทจะยึดอะไรก็ยึดไป แต่ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเป็นเช่าซื้อเหลือค้างจ่ายอยู่ ๓,๐๐๐ บาท หรือเหลือแค่ ๑๐ บาทก็ตามไปยึดรถได้ทั้งคัน แล้วถามว่ารัฐทราบไหมว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ ทราบครับ แต่ถามว่าทำไมหลี่ตาข้างเดียว ถ้าจะมองให้แง่ร้ายหน่อยก็เพราะว่าการเช่าซื้อเป็นการ ประกอบธุรกิจ รัฐเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอะไรต่าง ๆ ได้มหาศาล แต่พอเป็นผ่อนรถเก็บไม่ได้

อีกเรื่องหนึ่งที่โดนหลอกก็คือหลอกว่าจ่ายหนี้ แต่จริง ๆ คือจ่ายดอกเบี้ย ตัวอย่างอันหนึ่งชัด ๆ คือหนี้ในระบบของสหกรณ์ จริง ๆ สหกรณ์เป็นองค์กรที่ดีสำหรับ คนตัวเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายกว่าธนาคารพาณิชย์ แต่ก็มีเรื่องปัญหาที่ต้องแก้ไขนั่นก็คือ เรื่องที่เรียกว่าลำดับตัดหนี้ที่ตัดแบบแนวตั้ง หมายความว่าพอเอาเงินไปใช้หนี้แทนที่จะไปตัด ที่เงินต้น เอาไปตัดดอกเบี้ยหมดก่อน เอาไปตัดค่าธรรมเนียมหมดก่อนแล้วค่อยมาตัดเงินต้น ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นปัญหา ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ ในแผนภาพข้างบนนี้ สมมุติว่า มีเกษตรกรคนหนึ่งเขาเป็นหนี้อยู่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท มีกำหนดชำระ ๑๐ งวด งวดละ ๑๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยคิดตัวเลขกลม ๆ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ งวดละ ๑,๕๐๐ บาท ค่าธรรมเนียมอีก ๕๐๐ บาท แปลว่าเขาต้องจ่ายคืนงวดละ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๐ งวด ๑๒๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นการจบ แยกย้าย นั่นคืออุดมคติถ้าเขามีสตางค์จ่าย แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไปครับ โลกไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับเรา เกษตรกรคนนี้ไม่มีเงินจ่ายหนี้ ๑๐ งวด ดอกเบี้ยก็วิ่งไปเรื่อย ๆ พอมาวันหนึ่งฟ้าฝนเป็นใจได้เงินมาก้อนหนึ่งสมมุติว่า ๒๐,๐๐๐ บาท เอามาจ่ายหนี้ ๒๐,๐๐๐ บาทนี้เอาไปจ่ายอะไร ๒๐,๐๐๐ บาทนี้เอาไปหัก ๕,๐๐๐ แรกคือค่าธรรมเนียม เอาไปหักอีก ๑๕,๐๐๐ คือดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นเงินต้นที่เดิมคือ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จ่ายไป ๒๐,๐๐๐ บาท ก็ยังเป็นแสนหนึ่งเหมือนเดิม ทีนี้พอเงินต้นเท่าเดิมผ่านไปเดือนหนึ่งดอกเบี้ย ก็งอกกลับมาใหม่ ก็เป็นอย่างนี้ไม่รู้จักจบสิ้นไม่สามารถพ้นวังวนหนี้ เพราะฉะนั้นวิธีที่ควรจะ ต้องทำคือแทนที่จะตัดแนวตั้งแบบนี้ควรที่จะต้องเปลี่ยนเป็นตัดแนวนอน หมายความว่าเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทนี้พอจ่ายไปปุ๊บ แทนที่เราจะหักแค่ค่าธรรมเนียมกับดอกเบี้ย ต้องหักงวดที่ ๑ ทั้งงวด จ่ายไป ๒๐,๐๐๐ บาท หักงวดที่ ๑ ทั้งงวด ๑๒,๐๐๐ บาท ยังเหลืออีก ๘,๐๐๐ บาท มาหักงวดที่ ๒ ได้บางส่วน พอทำแบบนี้มันก็เลยทำให้เงินต้นจากเดิม ๑๐๐,๐๐๐ บาท ลดเหลือ ๘๔,๐๐๐ บาท พอเงินต้นลดดอกเบี้ยที่วิ่งตามเงินต้นก็ลดตาม แบบนี้ก็ถึงจะพอเห็น แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์มีทางออกได้บ้าง แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรนะครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยเขาก็บังคับธนาคารพาณิชย์ทุกที่ให้ทำแบบนี้แล้ว เพียงแต่ว่า สหกรณ์ยังตัดแบบแนวตั้งได้อยู่ตามใจ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไข เมื่อพูดถึงสหกรณ์ขอพูดอีกเรื่องครับท่านประธาน คือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ข้าราชการที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ที่พอสหกรณ์ไปปล่อยให้เขากู้จนเกินตัวเสร็จปุ๊บก็มาหักจาก เงินเดือนเขาจนแต่ละเดือนเหลือเป็นหลักสิบ ผมเอาตัวอย่างง่าย ๆ อันหนึ่งเลยให้ ท่านประธานดูของจริงเลยครับ ตำรวจคนหนึ่งที่ผมไปคุยมาเอาสลิป (Slip) เงินเดือนมากาง ให้ท่านประธานดู เงินเดือนเขา ๒๐,๗๙๐ ถูกสหกรณ์หักไป ๒๐,๗๔๕ ทุกเดือน แต่ละเดือน ได้อยู่ ๔๔ บาทกว่า ถามว่าจะให้เขาทำอย่างไรครับ เมื่อทำงานสู้หนี้แต่หนี้สู้กลับแบบนี้ ถ้าเป็นตำรวจดีหน่อยก็นั่นอย่างไรครับ หนี้นอกระบบ ถ้าเป็นตำรวจแย่หน่อยก็เรียก ส่วยรีดไถ อย่างที่เห็นในข่าวทั่วไป นี่คือปัญหาทั้งหมดที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ถึงเวลาแล้วที่จะต้องหยุดใช้วิธีนี้ทำมาหากินกับคนรายได้น้อย ทำมาหากินกับคนหาเช้ากินค่ำ ต้องหยุดกระบวนการขุดบ่อล่อปลา รัฐต้องเลิกหลี่ตาข้างเดียว แล้วต้องเลิกวันนี้ก่อนที่จะ ไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับพวกเราครับ ขอบคุณครับ