วรภพ วิริยะโรจน์ อภิปรายเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยเรียกร้องให้รัฐบาลบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยลูกหนี้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ สนับสนุนการผ่านร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายสำหรับบุคคลธรรมดา ส่งเสริมสินเชื่อรีไฟแนนซ์ สร้างศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ผลักดันสินเชื่อฉุกเฉินผ่านแอปเป๋าตัง และใช้ข้อมูลดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบ รวมถึงการปลดล็อกพิโกไฟแนนซ์ให้ดำเนินงานได้อย่างเสรีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กราบเรียนสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมขออภิปราย เสนอแนะวิธีแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบต่อรัฐบาลในญัตตินี้ครับ ประเด็นแรก เลยครับ คือการแก้ไขหนี้นอกระบบ ผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงในการ ช่วยเหลือลูกหนี้ในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้นอกระบบ เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ครับ เพียงแต่ว่าค่างวดสำหรับดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดควรจะต้องถูกนำมาหักลบ กับเงินต้น นี่คือถึงจะเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ที่เป็นธรรมกับทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้นอกระบบ แต่การจะให้มีการยอมเจรจาเกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงที่ต้องเข้าไปช่วยลูกหนี้ ในการเจรจากับเจ้าหนี้นอกระบบ และคงจะพึ่งตำรวจอย่างเดียวไม่ได้ครับ เพราะล้วนเป็น การพิสูจน์แล้วว่าตำรวจเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สำเร็จ ดังนั้นมันถึงต้องมีการบูรณาการ ร่วมกันของระหว่างหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นอัยการ และผมคิดว่าหน่วยงานที่สำคัญที่สุดที่จะ ช่วยลูกหนี้ได้คือกรมสรรพากรครับ ถ้ามีการทำงานร่วมกันการเจรจาเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ กับเจ้าหนี้นอกระบบมันถึงจะเกิดขึ้นครับ นี่คือขั้นแรกในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ต่อมาลูกหนี้ที่เป็นหนี้นอกระบบปัญหามักจะ ไม่ได้มีแค่เขามีแค่เจ้าหนี้นอกระบบอย่างเดียว เขาจะมีสินเชื่อในระบบอยู่ด้วย นั่นคือเหตุผล ที่ว่าทำไมสภาแห่งนี้ถึงควรจะต้องรีบผ่านร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย ที่ผมได้เสนอเข้าสู่สภาเพื่อ เปิดช่องให้บุคคลธรรมดาสามารถฟื้นฟูหนี้สิน เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกราย พร้อมกันได้ นี่คือหนทางที่จะทำให้หนี้นอกระบบและหนี้ในระบบรวมกันมาปรับโครงสร้าง หนี้ แล้วช่วยเหลือลูกหนี้ได้ อีกอันหนึ่งที่รัฐบาลสามารถสนับสนุนได้ก็คือสินเชื่อรีไฟแนนซ์ (Refinance) นี้ครับ เมื่อจะดึงจากเจ้าหนี้นอกระบบเข้าในระบบ ธนาคารออมสินก็ควร จะต้องมีวงเงินอย่างน้อย ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อรองรับตรงนี้ บวกกับช่องทางในการเจรจา ปรับโครงสร้างหนี้ที่ให้หน่วยงานรัฐบูรณาการร่วมกันทุกหน่วยงาน อาจจะมองเป็นวัน สต๊อป เซอร์วิส (One Stop Services) ที่สำนักนายกรัฐมนตรีไปเลย เพราะว่านั่นหมายถึงว่ามันจะ รวมพ่วงหลากหลายหน่วยงาน หลากหลายกระทรวงที่เป็นทั้งเจ้าหนี้กับประชาชนด้วย ต่อมาคือวิธีการป้องกันครับ ถ้าเราอยากจะลดปัญหาหนี้นอกระบบ หนทางเดียวก็คือ เพิ่มโอกาสให้เขาเข้าถึงสินเชื่อในระบบ เพื่อนสมาชิกของผมมีการพูดถึงเงินทุนฉุกเฉินไปแล้ว ซึ่งก็ต้องขอขยายความเพิ่มเติม เหตุผลง่าย ๆ ครับ เพราะ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของคนที่เป็น หนี้นอกระบบเขาเริ่มจากเงินจำนวนน้อย ค่ากลางหรือมัธยฐานของหนี้นอกระบบมันมีการ วิจัยมาแล้วว่ามันอยู่เพียงแค่ ๒๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ถ้าเรามีเงินทุนฉุกเฉิน กดกู้ผ่านแอป (App) เป๋าตัง กดปุ๊บได้ปั๊บติดบูโร (Bureau) ก็กู้ได้ ผมคิดว่าอันนี้จะสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ นอกระบบได้อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งคือเป็นล้าน ๆ คนที่ไม่ต้องตกไปอยู่ในวงจรหนี้นอกระบบ ตั้งแต่เริ่ม ให้โอกาสเดียวครับครั้งหนึ่งในชีวิตผมว่าเพียงพอแล้วในการช่วยเหลือชีวิตคน เหล่านี้ ต่อมาคือการเพิ่มโอกาสให้เขาเข้าถึงสินเชื่อในระบบด้วยการเอาข้อมูลนี้ไปทำให้ สถาบันการเงินในระบบมั่นใจและกล้าปล่อยกู้มากขึ้น ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ข้อมูลรายได้หรือ ข้อมูลยอดขายจากแอป (App) เป๋าตังนี่ล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการคนละครึ่ง มาตรการ ที่ใช้แอป (App) เป๋าตังในการซื้อของ ซื้อสินค้าและบริการนี้ ข้อมูลเหล่านี้ควรจะสามารถ ส่งต่อให้สถาบันการเงินเขาเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ไปอนุมัติสินเชื่อในระบบได้ เพียงแต่ปัญหา ของคนละครึ่งคือมันไม่ใช่มาตรการที่ถาวร ก็คงเป็นประเด็นที่เราเสนอในหลายครั้งแล้ว คือมาตราอย่างเอสเอ็มอี (SMEs) ที่จะทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าบริการเอสเอ็มอี (SMEs) ผ่านแอป (App) เป๋าตังนี้ครับ ซื้อทั้งปี ซึ่งครบ ๕๐๐ บาทก็ไปแลกสลากได้ ๑ ใบ มาตรการ เหล่านี้จะทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือเอสเอ็มอี (SMEs) นี้ ข้อมูลยอดขายที่เขาขายผ่าน แอป (App) เป๋าตัง ก็ไปขอกู้ได้เฉลี่ยแล้วประมาณยอดขายเดือนหนึ่งกู้ได้ ๓ เท่า อันนี้คืออีก มาตรการหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้เขาเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ โดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ก็คือข้อมูลผ่านแอป (App) เป๋าตัง หรือแม้กระทั่งปลดล็อกพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) เพื่อดึงเจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบให้เขาขึ้นมาเป็นจดทะเบียน เป็นพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ซึ่งมันจำเป็นที่จะต้องมีการปลดล็อกข้อจำกัด กฎระเบียบ ต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างเร็ว ๆ ปัจจุบันเรามีกฎหมายที่กำหนดให้พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ปล่อยกู้ได้เพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ บาทต่อรายหรือปล่อยกู้ได้เพียงแค่ในจังหวัดตัวเอง ซึ่งไม่มีเหตุ มีผลใด ๆ ที่จะมาเอากฎหมายข้อนี้มาทำให้พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ไม่มีความน่าสนใจ นอกจากเหตุผลเดียวคือไม่อยากให้เขาเติบโตไปแข่งขันกับนายทุนธนาคารขนาดใหญ่เท่านั้น ถ้าเราปลดล็อกตรงนี้จูงใจให้เขานายทุนนอกระบบขึ้นมาเป็นนายทุนในระบบและมี ซอฟต์โลน (Soft Loan) ให้กับพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) เหล่านี้ โอกาสที่ลูกหนี้ จะเข้าถึงสินเชื่อในระบบจะมากขึ้นได้ครับ ก็ฝากรัฐบาลพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ