สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทยที่ประชุมสภา หารือเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ ๑๓ โดยชี้ว่าแผนของท่านมีความล้าสมัย และไม่ปฏิบัติตามหลักการของการจัดทำแผน ซึ่งก็คือการกำกับการใช้เงินของแผ่นดิน
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทยจังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ เวลาที่ท่านให้สั้น ๆ นี้ผมก็คิดว่าจะพยายามให้ อยู่ในกรอบแต่ว่าจะพูดให้เห็นว่าผมเข้าใจเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ ๑๓ อย่างไร เมื่อ วานได้รับฟังจากการชี้แจงของตัวแทนของท่าน ผมก็ไปนอนคิดมาทั้งคืนว่าจะพูดอย่างไรดีเพื่อ จะสื่อสารถึงท่าน ท่านประธานครับ แผนลำดับที่ ๑ คือแผนถึง ๒๐ ปี มันเหลืออีก ๑๕ ปี ใน แผนของท่าน ฉบับที่ ๑๓ นั้นมันอยู่ลำดับที่ ๓ ด้านนี้เป็นความมั่นคงและแผน ฉบับที่ ๑๓ ด้านนี้เป็นแผนปฏิรูป และยังมีแผนอีกแผนหนึ่งคือแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๔ แผนนี้มาเป็นการขับเคลื่อนเป็นแผนที่ ๒ แผนที่ ๓ ของท่านก็คือลำดับที่ ๓ ของท่าน คืออะไร แผนปฏิบัติการด้านต่าง ๆ อีกแผนหนึ่งคือแผนปฏิบัติราชการซึ่งในเรื่องนี้ ผมอ่านดูแล้วมันมีแต่แผนสำหรับอธิปไตยที่เป็นฝ่ายบริหารเป็นหลัก แล้วก็ระดับของ นิติบัญญัติให้น้อยมาก ตุลาการมองไม่เห็นเลย ไม่ได้อยู่ในนั้นเลย ท่านครับ พูดเรื่องนี้แล้ว กลับไปสิ่งที่ท่านเสนอมาเป็นชาร์ต (Chart) ที่ท่านเสนอเมื่อสักครู่นี้ดูนะครับ ตัวขับเคลื่อน หรือจาระบีสำคัญให้กงจักร ๔ ตัวนี้มันเดินไปคืองบประมาณ ในงบประมาณท่านประธาน เห็นไหมครับ มันมีงบประมาณที่ผ่านสำนักงบประมาณคืองบจัดเก็บของราชการ และมาเป็น งบประมาณ และเงินกู้เพื่อการนั้นด้วย ปีนี้ก็กู้มาเกือบ ๗๐๐,๐๐๐ เอามาลงทุน ท่านครับ อีกงบประมาณหนึ่งท่านไม่ได้พูดถึงคือเงินนอกงบประมาณมีมากกว่าเงินแผ่นดินอีก เงินที่ ฝ่ายบริหารจัดการเอาไปจัดการต่าง ๆ เอง เรื่องนี้ท่านไม่ได้พูดถึงเลย ไม่ได้ส่งสัญญาณ อะไรเลย เรื่องที่ ๓ เป็นงบเงินกู้เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น โควิด (COVID) ๓ ภาพนี้คือ งบประมาณหรือจาระบีที่จะไปขับเคลื่อนองค์กรต่าง ๆ ตามแผนฉบับที่ ๑๓ ท่านอย่างนี้ครับ สื่อสารถึงจังหวัดต่าง ๆ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาพัฒน์ ท่านกรองโครงการของเขาที่ให้หรือไม่ให้ ท่านก็บอกว่าขัดกับแผนยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ แผนอื่นก็ไม่ได้ด้วย ใครจะอธิบายให้เขาเข้าใจล่ะ อันนี้อันที่ ๑ พอท่านส่งเข้ามาแล้วมา ส่วนกลาง ใครเป็นคนจัดทำครับ รัฐบาลคือฝ่ายบริหารและใครครับ สำนักงบประมาณ เท่านั้นเป็นฝ่ายจัดทำปู้ยี่ปู้ยำงบ แต่อย่างไรก็เป็นเรื่องของ ๒ หน่วยงานที่จัดทำนี่ล่ะ ผมพูด เรื่องนี้ย้ำเรื่องนี้ทุกเรื่องที่ผมพูด เพราะว่าวันนี้เงินนอกงบประมาณไม่มีใครไปกำกับได้ เงินเป็นเงินแผ่นดินนะครับ สำนักงบประมาณกำกับไม่ได้เป็นเรื่องจริงเพราะเขาไม่ได้ขอ งบประมาณ มีอยู่ในหน่วยงาน ๑๕ หน่วยงานท่านครับ ปีนี้มา ๓๐ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง กับงบประมาณนี้เท่านั้นเอง ปีที่แล้วมีเงินอยู่ ๔ ล้านกว่าล้านนะครับ เงินงบประมาณ ๓ ล้าน กว่าล้าน ปีที่แล้วปี ๒๕๖๕ เอามาใช้เองเท่าไรท่านประธาน เอามาใช้เองตั้ง ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอามาใช้โดยไม่ผ่านการตรวจสอบเลยแล้ว แล้วปีนี้เก็บงบประมาณไปดูปุ๊บ เก็บได้มากขนาดไหน ท่วมขึ้นมาอีกครับ ปีที่แล้วมี ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีนี้มัน ๔,๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทมันเยอะขึ้นอีก เยอะขึ้นมาปุ๊บเอาไปใช้เท่าไร แสนกว่าล้านบาทนี่ ไม่ตรวจสอบอีก ท่านจะขับเคลื่อนประเทศตามแผน ๑๓ ได้อย่างไร แล้วถ้าหน่วยงานที่มี งบประมาณมากไม่ยอมให้เงินเขา อย่างเช่น องค์การตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ก็ต้องมี คำแนะนำจากสภาพัฒน์ไปยังเขาด้วยว่าควรจะใช้เงินนอกงบประมาณอย่างไร อันนี้ไม่มี ไม่ได้ทำ และไม่ปรากฏ จำไว้นะครับ แผนชาติต่าง ๆ ทำมาเพื่อกำกับการใช้เงินของแผ่นดิน เท่านั้น นี่คือปรัชญาหลักของการจัดทำแผน ท่านครับ อีก ๑๕ ปีแผนนี้ก็กว้าง ๆ แต่ล้าสมัย ผมดูเรื่องของการพัฒนาเกษตรกรรม ตอนนี้เน้นแต่เรื่องเคมียุคใหม่นี้มันเป็นเรื่องจุลินทรีย์ หรือเปล่า ตอนไม่มีคนมันไม่มีการสกัดเคมีออกมาให้อาหารให้พืชกินหรอก พืชเขากินอะไร เขากินสารอาหารที่มาจากจุลินทรีย์ในอากาศ ในดินนี่ล่ะ แต่ท่านไม่พูดถึง งานวิจัยมีอยู่ที่ไหน แต่ชาวบ้านเขาไปไกลกว่านั้นแล้ว พูดให้ฟังว่าแผนต้องตามคนให้ได้ ไม่ใช่แผนมาปฏิบัติการ ตามหลังคนที่คิด วันนี้สังคมเปลี่ยน การเมืองเปลี่ยน ชาวบ้านเปลี่ยน นักการเมืองและ ข้าราชการผู้ใหญ่ไม่เปลี่ยน ท่านยังคิดแบบเดิม ๆ สวยงามกินไม่ได้ที่เขียนนี่ ผมถืออย่างนี้ สวยงามกินไม่ได้ท่านประธานครับ วันนี้ย้ำ ท่านเป็นหน่วยงานสำคัญของแผ่นดิน ท่านต้อง คิดงานเพื่อกำกับเงินหลวง กำกับเงินแผ่นดิน อย่าปล่อยปละละเลยให้คนอื่นจัดการเอง เงินมากกว่าเงินงบประมาณเกือบเท่าตัว เอาไปใช้เองเพราะอะไรครับ ปีนี้เราใช้ได้ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะท่าน ประมาณนี้เท่านั้นไม่ถึง ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำไป เถียงกัน แทบเป็นแทบตาย แต่เงินนอกงบประมาณมหาศาล ใช้แบบอีเหละเขละขละโดยคนไม่กี่คน เอาอำนาจที่ไหนมาทำ แล้วท่านปล่อยปละละเลยเรื่องนี้อย่างไรครับ นี่เป็นข้อกล่าวหา จากผมครับ ขอบคุณครับ