สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๕

สกุณา สาระนันท์ หารือเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ และวิพากษ์วิจารณ์ความไม่สอดคล้องกันในแผนปฏิรูปและงบประมาณ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนโครงสร้างระบบและงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนครพรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน ขอร่วมอภิปรายร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ท่านประธานคะ เมื่อมาดูหมุดหมาย ๑๓ หมุดหมายที่ทางสภาพัฒน์ได้กำหนดขึ้นมา ซึ่งแบ่ง ออกเป็น ๕ กลุ่ม ดิฉันก็มีความอุ่นใจนะคะว่าภายใน ๕ กลุ่มนั้นมีหมุดหมายที่สำคัญก็คือ หมุดหมายในเรื่องของการเกษตรและการเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง เนื่องจากว่าหมุดหมายนี้ มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งดิฉันเองตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมาได้พยายามพูดถึงศักยภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อที่จะพัฒนา การพัฒนาจะนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องรายได้ของคนในชนบท เพื่อที่จะลดปัญหาความเหลื่อม ล้ำ แต่ก็เป็นที่น่ากังวลอยู่ประเด็นหนึ่งนะคะ ดิฉันกังวลว่าปัญหานี้จะเกิดซ้ำรอย นั่นก็คือว่าแผน นี้จะไม่สามารถที่จะนำไปสู่ภาคการปฏิบัติได้เหมือนกับที่ผ่านมานะคะ เนื่องจากว่าการที่ จะปฏิบัติแผนนี้ให้เกิดความสำเร็จนั้นจะต้องอาศัยความสอดคล้อง ตั้งแต่ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ มาถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติฉบับนี้ รวมถึงแผนปฏิบัติราชการ และที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของงบประมาณแผ่นดินที่จะต้องจัดให้มีความสอดคล้องกัน ประโยชน์ถึงจะเกิดขึ้นกับประชาชนได้ และท่านประธานที่เคารพคะ ในเรื่องของการเกษตร แล้วก็เกษตรมูลค่าสูงซึ่งดิฉันได้กล่าวแล้วว่ามันมีความเชื่อมโยงกับเรื่องของการพัฒนา เศรษฐกิจฐานราก ทุกคนในที่นี้ก็คงจะเห็นตรงกันว่าการพัฒนาในเรื่องการแก้ปัญหาความ ยากจน ในเรื่องนี้มันไม่มีหน่วยงานไหนที่จะสามารถปฏิบัติได้โดยลำพังได้ คงไม่มีใครตอบ ได้ว่าถ้าเกิดจะทำผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เป็นเกษตรมูลค่าสูงจะอาศัยเพียง กระทรวงเดียว กรมเดียว หน่วยงานเดียว มันไม่สามารถทำได้ มันจะต้องอาศัยการบูรณาการ แต่ทีนี้ดิฉันอยากจะชี้ให้เห็นในประเด็นที่ว่าความไม่สอดคล้องระหว่างแผนปฏิรูปนี้ รวมถึง การจัดสรรงบประมาณ ดิฉันเองได้มีโอกาสเป็นกรรมาธิการในอนุกรรมาธิการงบประมาณ ดิฉันเห็นว่าในแผนการ บูรณาการซึ่งมีงบอยู่ ๒๑๘,๐๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๖๖ นี้ พบว่ามากกว่าครึ่งเราใช้ไปกับ การสร้างถนนหนทาง แต่งบประมาณเพื่อที่จะมาพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเป็นงบประมาณ ในสัดส่วนที่น้อยมากจนน่าตกใจค่ะ ลดลงมาเรื่อยจนกระทั่งปี ๒๕๖๖ นี้มีเพียง ๐.๖๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น มีงบประมาณในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพียง ๑,๔๗๔ ล้านบาท ในขณะที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับนี้กลับให้เรื่องของการเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงอยู่ในอันดับ ที่ ๑ ในทุก ๆ กลุ่มของแผนพัฒนาด้วยซ้ำ ดังนั้นเราจะเห็นเลยว่ามันไม่มีความสอดคล้องกัน จริง ๆ ท่านประธานคะ นอกจากงบประมาณที่จัดไม่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติที่จะนำไปสู่ ความสำเร็จแล้ว ยังปรากฏว่างบประมาณอันน้อยนิดนั้นก็ยังเอามาใช้ผิดเรื่อง การมอบหมาย ภารกิจให้กับกระทรวงที่ไม่ได้มีคุณสมบัติในการที่จะปฏิบัติภารกิจนั้นได้ อย่างเช่นเราก็รู้กันดี ว่าการที่จะทำแปรรูปผลผลิตแปรรูปมูลค่าสูงหรือเกษตรที่เพิ่มมูลค่ามันจะต้องอาศัยเรื่อง องค์ความรู้ นวัตกรรม งานวิจัยใหม่ ๆ ซึ่งกระทรวงเกษตรที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่าไม่มี ศักยภาพในการที่จะทำเรื่องนี้ แม้แต่งบประมาณที่เอาไปในเรื่องของการจัดสรรน้ำก็ไม่ได้เน้น ในเรื่องการกระจายน้ำไปให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ค่ะ พอมาถึงกระทรวงมหาดไทย ที่ได้กำหนดไว้ในงบประมาณ ในกลุ่มแผนบูรณาการก็มีกรมพัฒนาชุมชนที่รับผิดชอบค่ะ และกรมพัฒนาชุมชนเราก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้มีบุคลากรที่จะมีความรู้ในเรื่องนวัตกรรมที่จะไป พาเกษตรกรไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งไว้ได้นะคะ

มาถึงกระทรวงการอุดมศึกษา ที่ผ่านมาเราก็รู้ว่างบประมาณวิจัยและพัฒนา ส่วนใหญ่ก็มุ่งเน้นไปเพื่อทำงานโชว์ค่ะ อย่างมากที่สุดก็เป็นแค่ต้นแบบก็ไม่มีหน่วยงานไหน ที่เอางานวิจัยเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ได้และกระทรวงที่มีความสำคัญกลับไม่ได้อยู่ใน แผนพัฒนาบูรณาการนั้นเลย นั่นก็คือกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เรื่องของ อย. เป็นหุบเหวมรณะค่ะ ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างถ้าเกิดไม่ได้ อย. แล้วนี่มันก็ไม่สามารถเดินหน้า ต่อได้ แล้วการที่จะได้มาซึ่ง อย. ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณ แต่งบประมาณไม่ได้จัด ให้กับหน่วยงานนี้เลย สรุปก็คือว่าสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่มีแต่การอบรม อบรม อบรม แล้วก็ ทิ้งขยะไว้ให้กับภาคประชาชนค่ะ ดังนั้นดิฉันจึงเสนอแนะว่าควรจะทบทวนโครงสร้างระบบ และกลไกของยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ จนถึงระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ขอขอบพระคุณค่ะ