ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องระหว่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 กับการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะในด้านการศึกษาและการใช้งบประมาณ พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกและจัดทำงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม ครับ ผมเห็นท่านประธานได้กรุณาเน้นว่า ให้เราพูดอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ผมก็พยายามนั่งไตร่ตรองแล้วก็ดูหมุดทั้ง ๑๓ หมุดท่านประธานครับ แล้วก็ทบทวนไปยัง แผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่าน ๆ มา มันเหมือนรูทีน (Routine) เลยครับ ทุกครั้งก็เขียนอย่างนี้ล่ะ มีเป้าหมาย มีโจทย์ มีเป้าหมาย มีวัตถุประสงค์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ แต่ฉบับนี้มาพิเศษ อยู่อย่างหนึ่งในส่วนที่ ๕ การขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ มันเป็นความสับสนว่าผมกำลังจะ พูดอยู่ในเนื้อหาสาระหรือเปล่า เพราะผมย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เราประชุม งบประมาณรายจ่ายประจำปีในวงเงิน ๓.๓๓ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นทั้งอาวุธ เป็นทั้งเครื่องมือ ในการพัฒนาประเทศในการขับเคลื่อนแผนประเทศ ตรงนี้แผนพัฒนาประเทศเปรียบเสมือน คัมภีร์ที่ท่านเขียนมาสำเร็จ อันนี้ผมชมเชยครับ ชมเชยทั้งท่านเลขาธิการ ทั้งท่านข้าราชการ และไม่ได้ชมเชยเฉพาะเลขาธิการท่านดนุชาทุกวันนี้ เลขาธิการสภาพัฒน์ทุกท่านที่ผ่านมา ชมเชยหมดครับ เพราะเป็นมันสมองของประเทศหัวกะทิทั้งนั้น คนที่ได้นั่งเป็นเลขาธิการเช่น ท่านรัฐมนตรีอาคมทุกวันนี้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็มาจากเลขาธิการ สภาพัฒน์ แต่ถามว่าในแง่ปฏิบัติในการแก้ปัญหาของประเทศชาตินั้นได้แก้ไปตามที่แผน ได้เขียนมาไหม ผมว่าตรรกะมันต่างกันสิ้นเชิงเลยกับงบประมาณที่ผ่านมา หมุดของท่านทั้ง ๑๓ หมุด ผมยกตัวอย่างหมุดการศึกษาในฐานะเป็นครูบาอาจารย์ เราเห็นในงบประมาณ ที่เขาทำขอมาจากกระทรวง ทบวง กรม สร้างอาคารเรียน สร้างรั้ว สร้างบ้านพัก แม้กระทั่ง ปัญหาที่แท้จริงของการศึกษาในวันนี้มันอยู่ตรงไหนครับ เด็กไม่มีไอแพด (iPad) เด็กไม่มี เครื่องไม้เครื่องมือในการสนับสนุนการเรียนการสอนที่มีปัญหาในทุกวันนี้ เกิดภาวะวิกฤติ โควิด (COVID) ออกจากโรงเรียน เพราะผู้ปกครอง ตายายไม่สามารถนำเงินมาซื้อไอแพด (iPad) ได้ ไม่มีสื่อ วายฟาย (WiFi) ไม่เสถียร ท้ายที่สุดก็ออกไปจากการเรียน ๗๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ คน นี่สำคัญครับ เพราะเด็กคือทรัพยากรอันทรงคุณค่าเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า ผมก็สังเกตเห็นเวลาพวกท่านไปบรรยายมีธนาคารชาติ ผู้ว่าธนาคารชาติ เลขาธิการสภาพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปหอการค้าไทย ระดับประเทศทั้งนั้น อุตสาหกรรมไทย แต่เราไม่เคยเห็นท่านไปเข้าใจปัญหาข้างล่าง ท่านก็นั่งเทียนเหมือนกับที่กระทรวง ทบวง กรม นั่งเทียนแล้วมาเขียนงบประมาณรายจ่าย งบประมาณรายจ่ายแต่ละปีใช้จ่ายมา จนกระทั่งว่าไม่รู้เท่าไร แต่การพัฒนาได้เท่าที่ควรไหมตอบว่าไม่ จะบอกว่าไม่พัฒนานี่มัน ไม่ได้ครับ เพราะปีหนึ่งเราใช้งบประมาณแผ่นดินเอามาจากภาษีพี่น้องประชาชน ๓ ล้านล้าน กว่าบาททั้งนั้น เงิน ๓ ล้านล้านกว่าบาทแต่ละปีนี่ไม่คิดถึงเงินกู้เหมือนกับเงินกู้เมื่อสักครู่ ช่วงโควิด (COVID) กู้มา ๑ ล้านล้านบาท ก็สภาพัฒน์นี่ล่ะเป็นเจ้าภาพในการทำโครงการ ต่าง ๆ แล้วถามว่าวันนี้ได้ประเมินหรือยังว่าประสบผลสำเร็จที่ไหน นี่ท่านเป็นเจ้าภาพเอง ผมก็มาแปลก แต่พอไปเห็นสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติขึ้นตรงกับ สำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ใกล้ลุงตู่ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านประธานไม่เสียหายครับ ท่านก็ใช้ สภาพัฒน์มาแก้ปัญหาโควิด (COVID) แทนที่จะให้องค์กรอื่นเข้ามาร่วม แล้วถามว่าวันนี้ ประสบผลสำเร็จนี่แค่งานชิ้นเดียวมีงบไปด้วย เช่นเดียวกันที่ท่านเขียนมา ๑๓ หมุด ผมยอมรับครับ ถ้าได้อ่านหนังสือเพื่อเตรียมการสอบเข้าเป็นข้าราชการนี่ไม่ผิดหวังครับ แต่ถ้าเอาเนื้อหาสาระผมก็มองว่าเป็นเรื่องเดิม ๆ ไม่ได้มาตอบโจทย์ประเทศไทย ไม่ได้มา แก้ปัญหาอะไรกับประเทศไทยเลย ผมอยากเสนออย่างนี้ครับท่านประธานผ่านไปยัง เลขาธิการสภาพัฒน์ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือผู้อำนวยการสำนัก งบประมาณแห่งประเทศไทย ท่านลองมานั่งจับเข่าบูรณาการ มาดูปัญหาจริง ๆ กันสิ เอาทีดีอาร์ไอ (TDRI) มาด้วย มาคุยกันว่าปัญหาที่แท้จริงแก่นสารการเกษตรนี่ปัญหามันอยู่ ที่ตรงไหน มันอยู่ที่ปุ๋ย หรือมันอยู่ที่พันธุ์ หรือมันอยู่ที่การค้า หรือมันอยู่ที่การจัดเก็บ ปัญหา เอสเอ็มอี (SMEs) มันอยู่ตรงไหน ปัญหาการศึกษาอย่างไร แล้วก็มาคุยกัน แล้วก็มาร่วมกัน ทำงบประมาณให้นำไปสู่การใช้จ่ายที่มีประโยชน์อย่างจริงจัง ผมว่านั่นล่ะประเทศถึงจะ แก้ปัญหาได้ ท่านได้แต่เขียนมาเป็นตัวรูปสวยงามเพื่อให้ถูกต้องเหมือนกับรายงานเข้ามา สู่สภา ท่านจำเป็นเพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าจะต้องรายงานเข้าสู่สภาถึงจะทำแผนเหล่านี้ ไปสู่สาธารณชนได้ ไปดำเนินการได้ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เขียนไว้ท่านก็ไม่ต้องส่งมา แต่ในการ ปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมผมอยากเห็นเมืองไทยวันนี้เข้ามาสู่ยุคนี้ได้แล้วครับ ผมฟังแต่ พวกท่านตั้งแต่ท่านว่า ผมไม่โทษท่านนะครับ ท่านก็ต้องไปต้องมาชี้แจง มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน อ้ายผมก็โตมาจากนโยบายของพรรคเพื่อไทยในวันนั้น ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ให้คนเข้มแข็ง ให้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ามีสตางค์ มีงานทำ โตกันมาคนละยุค แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ไม่ได้ตำหนิแต่ผมอยากเห็นท่านประธานครับ ท้ายที่สุดว่าตัวหนังสือที่สวยงาม สละสลวย ทั้งยุทธศาสตร์ ทั้งหมุด ทั้งเป้าหมาย ทั้งโจทย์ ทั้งวิธีการปฏิบัตินำไปสู่รูปธรรม ที่เป็นชิ้นที่เป็นอัน ที่ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ผมเป็นผู้แทนมาจากพี่น้องประชาชน ได้เห็นปัญหาของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องชาวรากหญ้า เพราะเรามาจากพี่น้อง ชนบทเหมือนที่ผมบอกท่าน ผมรู้จักท่านทางหน้าหนังสือพิมพ์ ท่านไปบรรยายไปพบกับ หอการค้าไทย ไปพบกับโน่นพบกับนี่ แต่ท่านไม่เคยไปพบกับกลุ่มพ่อค้า ตาสี ตาสา ยายมี ยายมา ลุงแจ่ม ป้าช้อย ที่สุรินทร์เลย มันต่างกัน แต่ผมนี้พบกับปัญหาอย่างจริงจังเข้ามา ผมจึงอยากกราบเรียนซ้ำก่อนที่จะลงว่าฝากให้ท่านไปเอาปัญหาที่แท้จริงมาแล้วก็มานั่ง ประชุมกับองค์กรที่มีส่วนร่วมในการทำงบประมาณแล้วก็ขับเคลื่อนลงไป ถ้าท่านเขียน แล้วไม่สอดคล้องกับงบประมาณนี้มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะขับเคลื่อนประเทศไปได้ ถึงท่านถือคัมภีร์มาขนาดไหนแต่ท่านไม่มีอาวุธ ท่านจะไม่ประสบผลสำเร็จทั้งยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีในการแก้ปัญหาครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ