สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๕

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้จะขออภิปรายถึงแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ด้วยเวลาที่ได้รับมาผมขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันครับ เราพูดถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการพัฒนาก่อนครับ จากที่เขียนผมอ่านแล้วผมรู้สึก ว่าเป็นความคิดที่ดี เป็นแผนที่ดี แต่ว่าอ่านไปแล้วมันก็มีข้อสงสัยในหลาย ๆ เรื่อง ยกตัวอย่าง การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มรายได้ เพิ่มพื้นที่ เพิ่มความมั่งคั่ง และการแข่งขันของภาคธุรกิจ อันนี้คือเรากำลังพูดถึง ความเป็นธรรมใช่ไหมครับ แต่ว่าด้วยความเคารพครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบันมันห่างไกล ค่อนข้างมากเลยกับคำว่าความเป็นธรรมในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดก็ตามเราเห็นการ ควบรวมกันของธุรกิจใหญ่ ๆ กลุ่มทุนใหญ่ ๆ บริษัทใหญ่ ๆ ที่เมื่อควบรวมกันแล้วจะสามารถ เป็นเจ้าใหญ่ที่ควบคุมตลาดได้ สิ่งที่เราต้องการคืออำนาจในการที่จะดูแล แล้วก็ป้องกันไม่ให้ สิ่งเหลานี้เกิดขึ้น แต่ ๒ กรณีล่าสุดที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศของเรา เราเห็นแล้วว่ารัฐบาล ไม่มีอำนาจหรือว่าปล่อยปละละเลยมากในการที่จะควบคุมไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น การควบรวมของบริษัทค้าปลีกใหญ่ ๒ ราย หรือแม้แต่ที่กำลังเป็นประเด็นกันอยู่ก็คือกรณี ของทรู (TRUE) และดีแทค (DTAC) ทั้ง ๒ มันชี้ให้เห็นว่าประเทศเราเมื่อบริษัทใหญ่ต้องการ จะควบรวม หรือต้องการจะทำอะไรแล้วเสี่ยงต่อการที่เขาจะสามารถควบคุมตลาด รัฐบาล ไม่มีอำนาจหรือไม่มีความพยายามมากเท่าใดเลยที่จะควบคุมและป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านั้น เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นแผนที่ท่านบอกว่าอยากให้เกิดความเป็นธรรม ผมไม่แน่ใจว่ามันจะ เป็นจริงได้มากน้อยขนาดไหน เพราะว่าถ้าถึงเวลาที่ท่านจะพยายามทำแผนนี้แล้วมันอาจจะ ไม่เหลือการแข่งขันมากเท่าไรแล้วในตลาดของไทย เพราะว่าก่อนหน้านี้เรารวมไปหลาย ตลาดแล้ว ค้าปลีกไปแล้ว โทรคมนาคมไปแล้ว ในอนาคตก็ไม่ทราบว่าจะมีที่ใดอีกบ้าง หรือกลุ่มธุรกิจใดอีกบ้างที่จะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ เพราะฉะนั้นถ้าทางรัฐบาลยังไม่สามารถ มีมาตรการที่จะควบคุมเรื่องเหล่านี้ได้ ถึงท่านจะมีแผนที่มันดูดีขนาดไหน ผมว่าไม่สามารถ ทำให้เกิดขึ้นได้จริง

ประเด็นต่อมาก็คือตัววัดหลาย ๆ ตัววัด ผมสงสัยในการที่ว่าท่านเอามา จากไหน หรือว่าคิดอย่างไร ยกตัวอย่างเช่นกรณีเป้าหมายของการปรับโครงสร้างพื้นฐาน การผลิตสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม มีตัวชี้วัดว่ารายได้ประชาชาติต่อหัวซึ่งสถานะปัจจุบัน อยู่ที่ ๗,๐๙๗ เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อปี ก็คือ ๒๒๗,๐๐๐ บาทต่อปี ผมไม่ทราบว่าอันนี้ ท่านสำรวจที่ใดหรือว่าเก็บมาจากไหน เพราะผมมั่นใจว่าในหลาย ๆ จังหวัด ถ้าท่านไปทำ ในระดับจังหวัดมันมีน้อยมากที่จะถึงเกณฑ์ที่ท่านว่า ท่านบอกว่าสถานะปัจจุบันของเรา ตอนนี้รายได้ประชาชาติต่อหัวคือปีละ ๒๒๗,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นผมจึงไม่แน่ใจว่าถ้าสิ่งที่ ท่านทำมันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ในหลาย ๆ จังหวัดแผนมันจะเวิร์ก (Work) ได้อย่างไร ถ้าข้อมูลที่ท่านเอามาวิเคราะห์ เอามาสร้างแผนมันอาจจะไม่ได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือว่า มันอาจจะผิดไปจากความเป็นจริงค่อนข้างมากอย่างน้อย ๆ ในพื้นที่ของผมหาได้ค่อนข้างน้อย ปีละ ๒๒๗,๐๐๐ บาท ผมค่อนข้างพูดได้อย่างมั่นใจว่าไม่ใช่ประชาชนส่วนใหญ่แน่นอน อันนี้ เป็นตัวอย่างว่าในข้อมูลในเล่มนี้มันมีหลายอย่างที่บางทีเราอ่านไปแล้วมันดูไม่สอดคล้องกับ ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ทีนี้เรามาพูดเรื่องหมุดหมายกันบ้างครับ ผมคงจะไม่ลงรายละเอียด ทุกหมุดหมาย เพียงแต่ว่ามันจะมีบางอันที่ตัวผมเองนั้นให้ความสนใจแล้วก็คิดว่าเป็น หมุดหมายที่ดี แต่มันยังขาดวิธีการทำให้เกิดผล โดยเฉพาะเมื่อมาอ่านรายละเอียดในเล่มว่า ท่านมีตัวชี้วัดหรือตัวชี้วัดอะไรบ้างที่ท่านใช้เพื่อที่จะบอกว่าเราทำสำเร็จแล้ว ยกตัวอย่างเช่น เป้าหมายตัวชี้วัดสำหรับพัฒนาระบบ อันนี้เป็นเรื่องของหมุดหมายที่ ๖ ไทยเป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) ของอาเซียน (ASEAN) หมุดหมายแรก ๆ ผมไม่ติดใจเท่าไร ก็คือเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ อันนี้ผม พอเข้าใจได้ แต่มันมีหลายคำมากครับที่มันไม่เข้าใจว่านี่มันคืออะไร บุคลากรที่มีทักษะด้านผู้บูรณาการ ระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ นี่คืออะไรหรือครับ อันนี้คือต้องสอบหรือว่าต้องทำอะไร คือผม เข้าใจว่าอาจจะเขียนให้สอดคล้องกับหลาย ๆ อย่าง เพราะว่าผมเห็นคล้าย ๆ อย่างนี้ ในรายงานหรือว่าใน พ.ร.บ. งบประมาณเหมือนกันว่ามีโครงการที่จะเพิ่มบุคคลที่เรียกว่า ผู้ที่มีความรู้ด้านดิจิทัล (Digital) แต่มันไม่มีหลักเกณฑ์อะไรเลยที่จะทำให้เราสามารถเชื่อใจ ได้ว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้คือกลุ่มบุคคลใดแน่ แล้วเขาสามารถมีผลลัพธ์ ผลผลิตอะไรที่จะ ส่งเสริมธุรกิจดิจิทัล (Digital) ในประเทศไทย อีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องความมั่นใจ ความเชื่อใจ พอท่านพูดเรื่องนี้มันก็จะมีประเด็นที่ว่าในเล่มเขียนว่าเรื่องความปลอดภัยต่าง ๆ เรื่องความ ปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ของประเทศที่ต้องการแก้ไขและเพิ่มเติม เพื่อทำให้ประเทศเรา เป็นที่น่าเชื่อใจ แล้วก็สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ พอพูดว่าความปลอดภัยด้าน ไซเบอร์ (Cyber) ท่านประธานถ้าให้ผมพูดอีกชั่วโมงหนึ่งซึ่งเราไม่มีเวลา เพราะฉะนั้นผม เลยไม่แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้ที่ท่านวางแผนไว้ท่านจะสามารถปฏิบัติจริงได้มากน้อยขนาดไหน แล้วมันเป็นแผนที่เป็นความฝันล้วน ๆ เลยหรือไม่ เพราะว่าหลาย ๆ อย่างผมเคยอภิปรายใน สภาแห่งนี้ไปแล้ว เรื่องความปลอดภัย เรื่องไซเบอร์ (Cyber) เรื่องต่าง ๆ มันมีหลายอย่างที่ รัฐบาลทำได้ตอนนี้เลย ไม่ต้องรอเป็นแผนปี ๒๕๖๖ ถึงปี ๒๕๗๐ ด้วยซ้ำ สามารถทำได้ เดี๋ยวนี้เลย หรือแม้แต่ท่านนายกที่รักษาการอยู่ตอนนี้ก็ทำได้ครับ แต่ตลอดจนจะหมดสมัย อยู่แล้ว รัฐบาลก็ยังไม่เห็นทำอะไรเลย เพราะฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่าท่านจะเขียนแผนต่อไปอีก ๕ ปี ถ้าเป็นแบบเดิมผมว่ามันก็ไม่ได้มีผลอะไรครับ จนกว่าต้องมีรัฐบาลใหม่ที่เขาตั้งใจจะทำ จริง ๆ ผมก็ขอเท่านี้แล้วกันครับท่านประธานด้วยเวลาที่มี ขอบคุณครับ