อนุรักษ์ บุญศล หารือเรื่องร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและขับเคลื่อนประเทศ โดยเรียกร้องให้สภาพัฒน์ขับเคลื่อนเอสเอ็มอี (SMEs) ให้เฟื่องฟูและไม่มีคนตกงาน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ๑๓ หมุดหมายและในนั้น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็อยู่ในนั้นด้วย กราบเรียนท่านประธานทราบว่าเมื่อนำปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงลงไปเพื่อการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะต้องขับเคลื่อน ให้ได้ ไม่ใช่ใส่ไว้เพื่อบอกว่าตัวเองจงรักภักดีเอาเรื่องนี้มาไม่ได้ ดิฉันเป็นข้าราชการเก่า เรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต้องทำลึกซึ้งมาก ทำอย่างไรลูกศิษย์ทุกคนนั้นจะพออยู่พอกิน และพอเพียง และอยู่อย่างมีความสุข เราทำมาแล้วค่ะ ไม่ใช่ท่านใส่ลงมาแค่นั้นไม่ได้ค่ะ ท่านประธาน ดิฉันบอกเลยว่าไม่ได้ หมุดหมายที่ ๑๓ กราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่า หมุดหมายที่ ๑๓ ข้าราชการที่จะไปขับเคลื่อนประเทศด้วยงบประมาณของประเทศ จำนวนมาก จำนวนมาก ปีนี้นั้นงบประมาณ ๓.๑๘๕ ล้านล้านบาท เป็นเงินเดือนข้าราชการ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะพัฒนาอย่างไร เหลืออีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินที่จะต้องนำไปพัฒนา งบประมาณที่จะไปพัฒนาแล้วจะพัฒนาประเทศชาติได้อย่างไร ข้อ ๑ เลยค่ะหมุดหมายที่ ๙ ท่านบอกว่าไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง ไทยจะมีความยากจนข้ามรุ่นลดลงท่านประธาน และมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอและเหมาะสม ทีนี้ความยากจนข้ามรุ่นเป็นปัญหา เชิงโครงสร้าง ท่านบอกมีเรื้อรังมาตั้งแต่อดีตสืบเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน รัฐสภา ๙๐ ปี พูดแต่เรื่องความยากจนของเกษตรกร ข้ามรุ่นไหมคะ ใครอายุยืนถึง ๙๐ ปี ข้ามรุ่นไหมคะ ข้ามรุ่น ดิฉันกราบเรียนท่านประธานทุกครั้งว่าโรงเรียนขยายโอกาสที่มีนักเรียน ม. ๓ เฉพาะ ม. ๓ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ออกนอกระบบนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว สภาพัฒน์ทำอะไรอยู่ ข้ามรุ่นไหมคะ เมื่อไม่ได้เรียนหนังสือก็กลับไปเป็นแรงงานชั้นต่ำเช่นเดิม เมื่อโรงงานปิด ก็กลับไปเป็นแรงงานเกษตรกรขายข้าวกิโลกรัมละ ๕ บาท ทั้งที่ต้นทุน ๑๕ บาท สภาพัฒน์ ขับเคลื่อนเยี่ยงไรค่ะดิฉันถาม ขับเคลื่อนเยี่ยงไรถึงจะข้ามรุ่นได้ แล้วท่านสภาพัฒน์ทุกท่าน ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เคียงข้างท่านประธานชวน ท่านอ่านไหมเฟซบุ๊ก (Facebook) เขียนว่า อย่างไร เหนื่อยแค่ไหน นอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาก็หายเหนื่อย แต่ความยากจนนี่หลับกี่ตื่น กี่ทิวาราตรี ก็ยังไม่หายจนเลย ยิ่ง ๒ ปีที่แล้ว ประเทศปิด ครอบครัวปิด ทุกอย่างปิด เอสเอ็มอี (SMEs) ค่ะท่านประธาน เอสเอ็มอี (SMEs) หมุดหมายที่ ๗ ดิฉันสับไปสับมาอยู่ไม่เรียงตามลำดับ เอสเอ็มอี (SMEs) เป็นหมุดหมายที่ ๗ ของท่านว่าท่านจะทำอย่างไร ตอนนี้เอสเอ็มอี (SMEs) ๒ ล้านกว่ารายเจ๊งค่ะ ท่านประธานคะ เจ๊งค่ะ ต้องบอกว่าดิฉันทราบเพราะว่า ๑ ในเอสเอ็มอี (SMEs) ๒ ล้านกว่ารายที่เจ๊งเป็นดิฉันด้วย แล้วเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ไหม ไม่มีใครเขาให้กู้เงิน หรอกค่ะที่เจ๊งแล้วจะไปขอกู้เงินมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ ธนาคารต้องบอกว่าเป็นไปไม่ได้ และใน ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ ล้มแล้วต้องลุกโดยไว ท่านมีคำนี้ด้วย ล้มแล้วต้องลุกโดยไว พี่น้องประชาชนต้องลุกขึ้นโดยไวให้ได้เลย ถ้าท่านขับเคลื่อนเอสเอ็มอี (SMEs) ๓ ล้านรายได้นี่ง่าย ๆ เลยไม่มีคนตกงานค่ะท่านประธาน กราบเรียนด้วยความเคารพ ว่าไม่มีคนตกงาน แค่เอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ ๕ คน ๓ ล้านราย ๑๕ ล้านคน เห็นไหมคะ ไม่ต้องเคลื่อนย้ายมาเป็นแรงงานในกรุงเทพฯ ถ้าเอสเอ็มอี (SMEs) มันเฟื่องฟูเต็มประเทศ ไม่เคลื่อนย้ายมา การเคลื่อนย้ายแรงงานมีปัญหาทั้งต้นทาง ลูกขาดความอบอุ่น ยาบ้าทะลัก กัญชาเต็มไปหมด เห็นไหมคะนี่คือวิธีง่าย ๆ เลย ปลายทางค่ะ ปัญหามากมายมหาศาลเลย ทีเดียว คนต้องการความอบอุ่น ต้องการความรัก ต้องการความเมตตา ต้องการความเห็นใจ ปลายทางมีปัญหาความรุนแรง มีอาชญากรรม อาชญากรเกิดขึ้นเต็มประเทศต้องขับเคลื่อน โดยสภาพัฒน์นะคะ หมุดหมายที่ ๑๓ ข้าราชการอยู่ไหนจะขับเคลื่อน แล้วเป็นเงินเดือน ข้าราชการ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะขับเคลื่อนข้าราชการที่เขียนว่า เป็นข้าราชการของพระราชา อย่างไรให้ราษฎรอยู่ดีกินดีได้ นี่คือหมุดหมายที่ ๗ ค่ะ แล้วต่อไปยังมีอีกค่ะ เด็กมันมีตั้ง ๑๓ หมุดหมาย มีตั้ง ๑๓ หมุดหมาย ดิฉันเอามาแค่ ๒ ๓ หมุดหมายเท่านั้น แล้วท่านอื่น ๆ ก็จะพูดหมุดหมายต่อไป ดิฉันกราบเรียนท่านประธานว่า ปรัชญาเศรษฐกิจของกษัตริย์ สภาพัฒน์ต้องชัดแจ้งเป็นแสงหล้า บรรจุแล้วต้องขับเคลื่อนเป็นเดือนดารา เพียงคาถา พร่ำบอกเหมือนหลอกลวง อีกความจนข้นแค้นแสนสาหัส สภาพัฒน์ต้องขับเดินห่างเหินถ่วง เอสเอ็มอี (SMEs) ช่วยเหลือได้ไทยทั้งปวง ราษฎร์หลุดบ่วงยากจนทุกคนไทย กราบขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงค่ะ