บัญญัติ สนับสนุนร่าง พรบ.นเรศวร แต่ห่วงเงินเดือน-รายได้หลังออกจากระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕

บัญญัติ เจตนจันทร์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนเรศวร แต่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความพร้อมในการออกนอกระบบราชการ โดยเฉพาะด้านงบประมาณ รายได้ หลักสูตร และการรักษาวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยท้องถิ่นที่ตอบโจทย์ชุมชนและนักศึกษาอย่างยั่งยืน

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัย นเรศวร พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมยินดีกับพี่น้องชาวภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน จริง ๆ ก็ทั้งประเทศล่ะครับ เพราะว่ามหาวิทยาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยของ ประเทศไทย แต่ว่าตั้งอยู่ในภูมิประเทศภาคเหนือตอนล่างที่จะเติบโตเป็นมหาวิทยาลัยที่ออก นอกระบบราชการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ การที่มหาวิทยาลัยที่เพิ่งจะก่อตั้งนี่ ต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในระบบราชการเพราะว่ามาได้ความมั่นคงในระยะที่กำลังเติบโต เรียกว่าเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นกำลังจะเติบโตนะครับ มีสเพิร์ต (Spurt) หรือจุดเติบโตขึ้น การออก นอกระบบก็มีความคล่องตัว มีความเป็นอิสระนะครับ สามารถที่จะพัฒนาขึ้นไปได้นะครับ แต่ว่ามหาวิทยาลัยนี้ตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ ก็ ๓๒ ปีแล้วครับ แต่ถ้าเริ่มตั้งแต่ก่อตั้งก็ปี ๒๕๑๐ เท่าที่ศึกษาประวัติดูนะครับ แต่ก็เป็นห่วงว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีหลังจากที่ผ่านสภา ไปเมื่อวานนี้นะครับ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้งบประมาณค่าใช้สอย ๕๓๘ ล้านบาทเศษ แล้วก็งบบุคลากร ๒,๓๒๘ ล้านบาทเศษ แน่นอนเมื่อออกจากระบบราชการไปเงินเดือนของ ครูบาอาจารย์ก็จะต้องมากขึ้น ทางมหาวิทยาลัย ทางรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมหรือไม่ ถ้ากฎหมายนี้ผ่านไปเงินก็ไม่มี มีแผนการรองรับที่จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้บุคลากร ที่บัญชีเงินเดือนจะต้องเปลี่ยนแปลงไป แต่เมื่อมหาวิทยาลัยจะต้องอยู่รอด ค่าเงินเดือนของ บุคลากรมากขึ้นก็จำเป็นจะต้องหารายได้มาเพิ่มขึ้น มีแผนการในการรองรับรายได้ของ มหาวิทยาลัยอย่างไร มหาวิทยาลัยมีทรัพย์สิน มีสินทรัพย์หรือมีที่ดิน มีอะไรที่จะหารายได้ มาเสริมเพิ่มเติมเข้ามาได้อย่างไร ในส่วนนี้ก็อยากจะรู้เพราะเป็นห่วง แล้วหลักสูตรหลาย ๆ หลักสูตรที่ไม่คุ้มค่ากับการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยก็คงจะอยู่นิ่งเฉยแบบเดิมไม่ได้แล้ว หลักสูตรซึ่งปัจจุบันเท่าที่ศึกษาดูมีถึง ๑๘๔ หลักสูตร นักศึกษา ๒๕,๐๐๐ กว่าคน อาจารย์ ๑,๕๐๐ คน ในส่วนนี้เป็นองค์กรที่ใหญ่มากนะครับ การออกนอกระบบแม้ว่าจะมีข้อเด่น ข้อดี แต่การที่จะอยู่รอดต้องมีธุรกิจทางด้านการศึกษาด้วย ผมก็อยากจะสอบถามในส่วนนี้ว่า ได้เตรียมพร้อมไว้แล้วหรือไม่ อย่างไร ในส่วนของวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่ตั้งไว้ยังเป็น วิสัยทัศน์เดิมอยู่หรือเปล่าว่าเป็นวิทยาลัยที่เพื่อสังคมของผู้ประกอบการ ซึ่งหลักของการเป็น มหาวิทยาลัยที่รับใช้สังคมให้นักศึกษาเป็นผู้ประกอบการ อันนี้เป็นวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยนะครับ ผมก็อยากที่จะให้รักษาไว้ เพราะเรียนหนังสือไปเป็น บัณฑิตไปแต่ไม่เป็นผู้ประกอบการนะครับ มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ คำว่า ผู้ประกอบการภาษาฝรั่งเศสเขาอาจจะเรียกว่าออนเทอร์เพอร์เนอร์ชิป (Entrepreneurship) หรือเอนเตอร์ไพรส์ (Enterprise) นะครับ อันนี้สำคัญมาก ก็ขอให้รักษาอันนี้ไว้นะครับ เพราะเรียนไปแล้ว เรียนเพื่อรู้ รู้แล้วประกอบอาชีพไม่ได้ก็ป่วยการนะครับ ถ้าอย่างนี้ยังอยู่ แล้วจะขยายผลเพิ่มเติมเข้าไปได้อย่างไร ถ้าจะเพิ่มว่าเป็นอินโนเวทีฟ ออนเทอร์เพอร์เนอร์ชิป (Innovative Entrepreneurship) จะได้ไหม เป็นผู้ประกอบการเชิงนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจ เปลี่ยนแปลงสังคมนะครับ แล้วมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบอย่างนี้ยังตอบโจทย์ ความเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นหรือเปล่า หรือเป็นมหาวิทยาลัยของโลก วิจัยเพื่อชาวโลก แต่ไม่วิจัยเพื่อชาวพิษณุโลก ไม่วิจัยเพื่อชาวภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และไม่วิจัย เพื่อสังคมไทย ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่ปลื้มกับการออกนอกระบบนะครับ ผมเป็นกรรมาธิการ งบประมาณ ผมจะบอกเสมอว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มาของบประมาณมีแผนงาน โครงการ อะไรที่บ่งบอกถึงความเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นส่วนหนึ่งด้วย ต้องแบ่งงานกัน มหาวิทยาลัย ประเทศไทยมีตั้งเยอะ ถ้าไม่แบ่งงานกัน ต่างคนก็ต่างวิจัยไปแข่งกับชาวโลก ไปดวงดาวไหน ก็ไม่รู้ แต่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมหาวิทยาลัยของท่าน ท่านต้องแบ่งพื้นที่กับ มหาวิทยาลัยใกล้เคียงนะครับ ตอบโจทย์เกษตรกร ตอบโจทย์ทุกอาชีพที่เขาติดขัดอะไร เพราะปัจจุบันการประกอบอาชีพดั้งเดิมถ้าไม่มีนวัตกรรม ไม่มีการแก้ไขปัญหาการผลิต ปัญหาโลจิสติกส์ (Logistics) การตลาด เรื่องคุณภาพ ถ้าไม่มีแล้วสิ่งนี้ผู้ประกอบอาชีพ ในพื้นที่อยู่ไม่รอด ท่านจะจบมาเพื่อเป็นผู้ประกอบการด้วยตัวของท่านเองโดยไม่ไปดูแล บรรพบุรุษครอบครัวของนักศึกษาในท้องถิ่นก็คงไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คุ้มค่าที่จะออกไปนะครับ ก็เป็นห่วงว่าคนยากคนจน ถ้าหน่วยกิตเพิ่มขึ้นท่านต้องหารายได้ ท่านจะขึ้นค่าหน่วยกิตมากน้อย แค่ไหนนะครับ ท่านมีทุนการศึกษาไว้รองรับเด็กยากจนหรือไม่ อย่างไรนะครับ เพราะว่า มหาวิทยาลัยนเรศวรปัจจุบันอยู่อย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าจะออกไปต้องตอบโจทย์คนยากคนจน ลดความเหลื่อมล้ำ ตอบโจทย์ความเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่น วิจัยเพื่อเขา ตอบโจทย์เป็น มหาวิทยาลัยของประเทศไทยและชาวโลก มีผลงานการวิจัยที่โดดเด่น ถ้าอย่างนั้นผมก็จะ เห็นชอบแล้วก็ลงมติเห็นชอบให้ท่านนะครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ