นพพล เหลือทองนารา สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติให้มหาวิทยาลัยนเรศวรออกนอกระบบการศึกษา โดยเน้นความพร้อมของมหาวิทยาลัย ความต้องการพัฒนาการศึกษาของภาคเหนือตอนล่าง และความจำเป็นในการส่งเสริมเยาวชนให้เป็นผู้นำที่มีคุณภาพเพื่ออนาคตของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ ในร่างพระราชบัญญัติของ มหาวิทยาลัยนเรศวรในการที่จะออกนอกระบบผมเองก็ไม่ใช่ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย นเรศวร ไม่ได้เคยอะไรมากมายกับทางมหาวิทยาลัยเลย แต่ผมเองก็ยินดีที่จะสนับสนุน ในวาระหนึ่งรับหลักการ แต่ว่าในส่วนขั้นตอนของกรรมาธิการนี่ผมเองก็คงจะต้องพูดจา แล้วก็แสดงความคิดความเห็นต่าง ๆ ที่ผมเองได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ผมรู้ว่าพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะเข้าสู่สภา ผมเองก็เตรียมตัว เพราะจริง ๆ แล้วผมก็เข้าใจในสิ่งที่เป็นสิ่งอ่อนด้อย ของผมก็คือในเรื่องของวิชาการนี่ผมเองไม่ได้ที่จะมีความเชี่ยวชาญอะไรมากนัก แต่ผม มีความตั้งใจและผมก็ต้องการอยากที่จะให้พี่น้องประชาชน น้อง ๆ เยาวชนในจังหวัด พิษณุโลกหรือแม้แต่ในภาคเหนือตอนล่างตามที่เขียนไว้ในหลักการและเหตุผลเพื่อที่จะ ตอบสนองความต้องการของคนในภาคเหนือตอนล่างให้ได้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ ให้เขา ได้รับการพัฒนา เพราะอย่างที่ผมได้อภิปรายในเรื่องของงบประมาณที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่วันนี้ ในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการว่า การศึกษาของน้อง ๆ เยาวชนเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ เป็นผู้ที่จะพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าเสาเข็มรากฐานของน้อง ๆ เยาวชนเหล่านี้แม้ว่า จะอยู่ในระดับอุดมศึกษาก็ตาม ถ้าเขาไม่มีความแข็งแรงในด้านวิชาการแล้วก็ความรอบรู้ ตลอดจนวิสัยทัศน์แล้วก็ธรรมาภิบาล ประเทศไทยเราก็ไปรอดยากครับ วันนี้ผมอยากจะบอกท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายนะครับว่า มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความพร้อมในการที่จะออกนอกระบบ นั่นก็คือว่ากว่าจะมาเป็น มหาวิทยาลัยนเรศวรก็ได้ผ่านยุคผ่านสมัยมาหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่ยุคที่เป็นวิทยาลัยครู ตอนนั้นยังเป็นวิทยาเขต ๑ ของมหาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แล้วก็ต่อมาตามแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็มีการที่จะให้มีการผลิตครูอย่างที่บอกถึงได้มีมหาวิทยาลัย เพื่อผลิตครูเพิ่มขึ้น แล้วก็ต่อมาก็ได้ยกตัวเองเพื่อให้เป็นเอกเทศ ก็เลยเป็นมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ไม่ได้เป็นวิทยาเขตของใครอีกแล้วนะครับ แล้วเราก็ได้สั่งสมประสบการณ์ จริง ๆ แล้วการออกนอกมหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยนเรศวรมีเริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้มีการเสนอไปสู่สภามหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ และในปี ๒๕๔๗ ก็ได้มีการส่งมาให้ กฤษฎีกา และกฤษฎีกาก็เห็นชอบกับสิ่งที่สภามหาวิทยาลัยได้ส่งออกมาในเรื่องของการออก นอกระบบ แต่ว่าทั้งหลายทั้งสิ้นก็มีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องผ่านอุปสรรค นักศึกษาต่อต้าน จนกระทั่งทำให้ในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ นายกองค์การนิสิตของมหาวิทยาลัย นเรศวรได้ยื่นหนังสือกับประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อจะขอไม่เห็นด้วยกับการที่ สภามหาวิทยาลัยนั้นได้มาขอออกนอกระบบ จนกระทั่งวันที่ ๔ ธันวาคมต่อมาก็ได้มีการขอถอน จากคณะรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้นแล้วก็ได้มีการพูดจากัน ทำความเข้าใจกัน มีการปรับปรุงอะไรกันมาหลายอย่าง จนกระทั่งมาถึงวันนี้วันที่มหาวิทยาลัย นเรศวรนั้นพร้อมที่จะกลับมาสู่ในการที่จะยื่นร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวรในการที่จะ พาตัวเองออกนอกระบบ ผมเองเชื่อนะครับ เชื่อในจิตวิญญาณของความเป็นอาจารย์ทั้งหลาย บุคลากรทางการศึกษาทั้งหลายของมหาวิทยาลัยนเรศวรว่ามีเจตจำนงที่ดี มีหลักการที่ดี เพื่อที่จะ ตอบสนองความต้องการของประชาชน แต่จริง ๆ แล้วผมว่าใจลึก ๆ ของอาจารย์ทุกคน หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนในการร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา จริงอยู่อาจจะเขียนว่าเพื่อคน ภาคเหนือตอนล่างหรือคนพิษณุโลก แต่จริง ๆ แล้วผมคิดว่าคณาจารย์ทั้งหลายไม่ใจแคบ ขนาดนั้นหรอกครับ เวลาคิดก็คิดในภาพกว้าง เพียงแต่ว่านี่คือจุดเด่นในการที่จะให้กฎหมาย ฉบับนี้โน้มน้าวใจของทุกคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นะครับ พิษณุโลกตั้งแต่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในฉบับที่ ๙ ได้ประกาศให้พิษณุโลกนั้นเป็นศูนย์กลาง ในทุกด้าน ทั้งด้านโลจิสติกส์ (Logistics) ด้านสังคมด้านเศรษฐกิจ ให้พิษณุโลกเป็นเมืองศูนย์กลาง เพราะฉะนั้นการเดินทางไม่ว่าจะมุมไหนของประเทศไทยหรือแม้แต่วันนี้ทุกคนก็ยอมรับ กันแล้วว่าแม้การเดินทางไม่ว่าจะมุมไหนของภูมิภาคนี้ พิษณุโลกคือศูนย์กลางและมีอนาคต ในวันข้างหน้า จริงนะครับพิษณุโลกนั้นมองดูเหมือนกับว่าเราเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ถูกต้องครับ นั่นเป็นพื้นฐานและทุกวันนี้ชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังอาศัยด้านเกษตรกรรม ผมถึง พยายามพูดเสมอในส่วนที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรในเรื่องของชลประทาน จนมีคนบอกว่าผมไปทะเลาะอะไรหรือไม่พอใจอะไรกรมชลประทาน น้ำมันคือชีวิตนะครับ ไม่มีน้ำแล้วเกษตรกรจะอยู่อย่างไรผมถึงต่อสู้เพื่อเกษตรกร ไม่รู้ล่ะใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่ชีวิตเกษตรกรนั้นสำคัญที่สุดเพราะฉะนั้นแล้วทั้งเกษตรกรรม จริง ๆ แล้วอย่างที่ผม โลจิสติกส์ (Logistics) ไม่มีจังหวัดไหนในภาคเหนือตอนล่างที่มีความสมบูรณ์เท่าพิษณุโลกแล้ว และยังมีการพัฒนาในสาขาอื่นได้ ท่านผู้แทนครับ มหาวิทยาลัยนเรศวรพร้อมที่จะออกนอกระบบ ผมเองเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่างที่ผมบอกนะครับ ทั้งหลายทั้งสิ้นอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น ในวันข้างหน้า อนาคตเราไม่เห็น ทางตรงมองไกลสุดสายตาเราก็เห็นแล้วครับ แต่เมื่อไร ที่เป็นหลังโค้งเราก็มองไม่เห็น ยังมีอะไรอีกหลายอย่าง เพราะฉะนั้นในเรื่องของอนาคต ที่ทุกคนเป็นห่วง ผมต้องขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนในพิษณุโลกว่า ส.ส. หลายท่านเป็นห่วง การวางหลักเกณฑ์การวางอะไรที่จะไม่ให้เกิดสถาบันที่เป็นเทวดา เป็นสถาบันที่ผู้คนโดยทั่วไป ก็เข้าไม่ถึงผมไม่ยอมแน่เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการรบกวนทุกท่านที่จะเป็นกรรมาธิการ เพื่อช่วยพิจารณาดูเพื่อลูกหลานของเราด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ