สุเทพ อู่อ้น อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร มาตรา 14 กำหนดให้มหาวิทยาลัยไม่อยู่ภายใต้กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ และขอให้ประธานสภาผลักดันแก้ไขกฎหมายเพื่อคุ้มครองแรงงาน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายแรงงาน ขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งมี ในมาตรา ๑๔ กิจการของมหาวิทยาลัยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยกฎหมาย คุ้มครองแรงงานและกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ท่านประธานครับ ไม่ทราบว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายแรงงานสัมพันธ์มันเป็น กฎหมายที่ไม่ดีตรงไหน ท่านประธานครับผมเองในฐานะเป็นคนใช้แรงงานได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมาธิการการแรงงานได้รับเรื่องปัญหาร้องเรียนมาจากหน่วยงานของ มหาวิทยาลัยหลายแห่งที่ออกไปสู่นอกระบบแล้วไม่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมาย แรงงานสัมพันธ์เข้าไปดูแลเขาเหล่านั้น เห็นได้ชัดเจนครับท่านประธานกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นกฎหมายที่เรียกว่าขั้นต่ำต่ำต้อยเรี่ยดินเป็นค่าที่มนุษย์ที่เกิดมาควรได้รับการดูแล คุ้มครองในเรื่องกฎหมายคุ้มครองแรงงาน คำถามว่าแล้วถ้าเกิดกรณีที่มีปัญหาที่เกิดขึ้น ผมเองในฐานะกรรมาธิการพยายามเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเข้ามาพูดคุย เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในกรณีที่มีการกระทำกับครูกับลูกจ้างซึ่งก็อ้างไปให้ฟ้องศาลปกครองต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้อยากจะสอบถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับการที่จะมาแก้แล้วผลักออก หรืออาจจะ ก็อปปี (Copy) มาจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่ได้มีการดำเนินการ กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ส่งเสริมให้มีการรวมตัวซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทยก็ระบุไว้ชัดเจนประชาชนมีสิทธิ การรวมตัวเป็นสหกรณ์เป็นสหภาพแรงงาน ไฉนกฎหมายฉบับนี้จึงมาบอกว่าไม่ใช้กฎหมาย แรงงานสัมพันธ์ มองเห็นถึงการรวมตัวเป็นเรื่องอันตรายและอย่างไรครับรัฐธรรมนูญกำหนด ไว้ชัดเจนว่าส่งเสริมให้มีกิจการเหล่านั้น คำถามอีกนะครับในเรื่องของเกี่ยวกับการโอนย้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เตรียมการในเรื่องกองทุน การกระจายในกองทุนที่มีอยู่จะทำอย่างไร สิ่งที่ลูกจ้าง ซึ่งเป็นครูเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการจะต้องได้รับการดูแลจากการปฏิบัติงาน สิ่งเหล่านี้สะท้อนกลับมาโดยตลอดจึงขออนุญาตมาอภิปรายผ่านท่านประธานว่าทำไมกฎหมาย มาตรา ๑๔ ถึงจะได้มีระบุไว้ถึงขนาดนั้น ในขณะที่ปัญหาเหล่านี้มันควรจะแก้ด้วยกฎหมาย ฉบับเดียวก็บอกอยู่แล้วว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงาน มันซึ่งควรที่จะใช้ให้ควบคุมกันไป ซึ่งผมเอง ในฐานะกรรมาธิการการแรงงานแม้กระทั่งกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตรา ๔ ซึ่งก็ระบุไว้อีก ไม่คุ้มครองกับราชการและราชการภูมิภาค ผมถึงถามกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ร่างมานี่ หน่วยงานภาครัฐมีความคิดเห็นอย่างไรถึงพยายามกันกฎหมายตัวนี้ที่จะไม่ใช้ในการคุ้มครอง คนที่เป็นลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ รัฐภูมิภาคนี่มารวมถึงมหาวิทยาลัย การอภิปรายในเรื่องนี้ ควรที่จะต้องเจาะลึกเข้าไปถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ออกมา ๑. คุ้มครอง ครูบาอาจารย์ คุ้มครองเจ้าหน้าที่ และที่สำคัญจะทำให้นักศึกษาที่เข้าไปเรียนจะได้รับความรู้ จากครูบาอาจารย์ที่มีความมั่นคง การอภิปรายเรื่องประวัติศาสตร์อะไรต่าง ๆ ในเรื่องเหล่านี้ ผมมองว่าไม่ใช่เวทีที่จะมาคุย มันควรที่จะลงลึกเข้าไปถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น แล้วปัญหา เหล่านี้เคยเกิดขึ้นจากหลาย ๆ มหาวิทยาลัยที่มีการแปรสภาพออกไป ขณะนี้เองกรรมาธิการ แรงงานเมื่อช่วงบ่ายแก่ ๆ ผมได้มีการประชุมคณะครูที่ออกจากนอกระบบให้กรรมาธิการ ช่วยตั้งคณะศึกษาว่าจะมีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับเขาอย่างไร ซึ่งผมเองก็มีแผนที่จะ ดำเนินการเรื่องเหล่านี้อยู่ จึงจำเป็นจะต้องอภิปรายว่าถ้าลักษณะนี้กฎหมายของ พระราชบัญญัตินเรศวรจะออกนี่ก็เห็นชัดเจนมีการกำหนดในมาตรา ๑๔ อีกเช่นกันนะครับ เรื่องของการที่จะไม่ให้อยู่ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานและแรงงานสัมพันธ์ นานาประเทศ เขาพัฒนาไปไกลแล้วในการคุ้มครองก็อยากจะวิงวอนนะครับท่านผู้บริหารผ่านไปยัง ท่านประธานว่าอย่ารังเกียจกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ที่จะ ส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวเจรจาต่อรองและสร้างแรงงานสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นในหน่วยงาน ราชการ มหาวิทยาลัย ท้ายสุดนี้ก็ขอให้ท่านประธานช่วยฝากบอกว่าพี่น้องแรงงานที่เป็นเหมา ช่วงเหมาบริการซึ่งอยู่ในทั้งภาครัฐและในมหาวิทยาลัยก็ยังไม่ได้รับการดูแล พรรคก้าวไกล โดย คุณธีรัจชัยก็พยายามช่วยผลักดันว่าที่ผ่านมาลูกจ้างเหล่านี้ยังไม่มีกฎหมายอะไรที่จะคุ้มครอง ดูแล ก็ขอฝากให้ท่านประธานช่วยผลักดันในการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ให้เกิดการคุ้มครองเขาเหล่านั้นด้วยครับ