เอนก แจงร่าง พ.ร.บ. นเรศวร ปรับสถานะมหาวิทยาลัยเพิ่มอิสระ-ประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕

เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชี้แจงร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อปรับสถานภาพให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่มีความเป็นอิสระและคล่องตัวในการบริหาร สนับสนุนการปฏิรูปการอุดมศึกษาผ่านการปรับโครงสร้างสภามหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมร่วมกับภาคีทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การบริการวิชาการ และการสนับสนุนนักศึกษาอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบกฎหมายที่ชัดเจน

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้มา นำเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยนเรศวร

เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการบริหารมหาวิทยาลัยนเรศวรให้เป็น สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการแต่อยู่ในกำกับของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการ บริหารจัดการที่เป็นอิสระ มีความคล่องตัวและมีธรรมาภิบาลสามารถจัดการศึกษาในระดับ อุดมศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการและให้สอดคล้อง กับการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ สังคมและการปฏิรูปการอุดมศึกษา ตลอดจนให้ความสำคัญ กับความต้องการของประชาชนในเขตภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ สาระสำคัญ

๑. ปรับปรุงพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พุทธศักราช ๒๕๓๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการให้ไปเป็นมหาวิทยาลัย ที่อยู่ในกำกับของรัฐ ยังคงมีสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับอุดมศึกษา แต่ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และกฎหมายอื่น แต่ยังคงได้รับการจัดสรรงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล มีความคล่องตัวในการ ดำเนินงานควบคู่กับความรับผิดชอบที่จะดำเนินภารกิจอย่างมีคุณภาพประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ มีความเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาล โดยรัฐสามารถกำกับดูแลและตรวจสอบได้

๒. โครงสร้างมหาวิทยาลัย กำหนดให้มหาวิทยาลัยสามารถจัดตั้งส่วนงาน เฉพาะกิจหรือส่วนงานเสมือนจริง เพื่อปฏิบัติภารกิจตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อให้ มหาวิทยาลัยมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต และลดภาระรายจ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดตั้งส่วนงานถาวร โดยคำนึงถึงคุณภาพทาง วิชาการ ความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร เป็นสำคัญ

๓. กำหนดให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสร้างนวัตกรรมร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูง หรือสถาบันอื่นในประเทศและต่างประเทศได้ ให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ให้ทุนเพื่อสร้าง นวัตกรรมได้ ให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจจัดตั้งนิติบุคคลหรือร่วมลงทุนกับบุคคลอื่น เพื่อนำ นวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ได้ กำหนดคุ้มครองทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยที่ใช้เพื่อประโยชน์ เกี่ยวกับนวัตกรรมด้วย รวมทั้งร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคม สนับสนุนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติงานจริง มีความรู้ทักษะ สมรรถนะและคุณลักษณะอื่นที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ โดยกำหนดให้ สามารถจัดหลักสูตรให้ผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานประกอบการของหน่วยงานต่าง ๆ ได้

๔. มีสภามหาวิทยาลัยเป็นองค์กรบริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัย การดำเนินการ ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับอภิบาลให้มหาวิทยาลัยดำเนินงาน เพื่อสาธารณประโยชน์ปฏิบัติภารกิจอุดมศึกษาและมีวิทยาการที่มีคุณค่าต่อมวลมนุษย์อย่างสมดุล และสมบูรณ์เป็นไปตามหลักการจัดการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา

๕. องค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัย ให้มีกรรมการสภามหาวิทยาลัยจาก บุคคลภายนอกไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยการเพิ่มจำนวนกรรมการ สภามหาวิทยาลัยประเภทผู้ทรงคุณวุฒิเป็น ๑๖ คน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และตัดตำแหน่งกรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัยซึ่งอธิการบดีเลือกจากผู้ดำรง ตำแหน่งรองอธิการบดีออก โดยให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งเลขานุการ เนื่องจากมี รองอธิการบดีเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยในสัดส่วนของกรรมการที่มาจากผู้บริหารแล้ว หรือเพื่อให้สอดคล้องกับประกาศของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมเรื่องแนวปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา นายกสภามหาวิทยาลัย ต้องมาจากบุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยเพื่อให้มีความชัดเจน สภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓ ปี แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกัน ๒ วาระไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล การดำเนินการตามมติของสภามหาวิทยาลัยเนื่องจากได้พบปัญหา ในทางปฏิบัติของสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งเกี่ยวกับการดำเนินการตามมติของ สภามหาวิทยาลัย โดยมีการอ้างว่าต้องรอให้สภามหาวิทยาลัยรับรองรายงานการประชุมก่อน จึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่สอดคล้องกับหลักกฎหมาย จึงกำหนดไว้ ว่าเมื่อสภามหาวิทยาลัยมีมติประการใดแล้วให้ดำเนินการตามมตินั้นได้ทันที โดยไม่ต้อง รับรองรายงานการประชุมก่อน เว้นแต่สภามหาวิทยาลัยจะมีมติไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี้เพื่อให้ เกิดความชัดเจนกับผู้ปฏิบัติงาน

๖. อธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดและรับผิดชอบการบริหารงาน ของมหาวิทยาลัยขึ้นตรงต่อสภามหาวิทยาลัย หรือจะให้มีรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หรือทั้งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดเพื่อทำ หน้าที่และรับผิดชอบตามที่อธิการบดีมอบหมายก็ได้ ให้อธิการบดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ระดับสูงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การดำเนินการประเมินอธิการบดีเป็นการประเมินแบบ ๓๖๐ องศา คือให้ผู้ที่อยู่ภายใต้ บังคับบัญชาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการประเมินอธิการบดี โดยการให้ข้อมูล เช่น คณบดี บุคลากร นิสิต ศิษย์เก่า ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น รายงานจากการประเมินผล ของอธิการบดีได้รับการพิจารณาผ่านกรรมการสภามหาวิทยาลัย และได้รับข้อเสนอจาก สภามหาวิทยาลัยเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการบริหารงาน หลังจากนั้นนำผลการประเมิน อธิการบดีไปเผยแพร่ต่อสาธารณะต่อไป เพื่อให้อธิการบดีและรองอธิการบดีสามารถทุ่มเท อุทิศเวลาให้กับการบริหารงานมหาวิทยาลัยเต็มที่ จึงกำหนดให้อธิการบดีหรือรองอธิการบดี ที่เป็นคณาจารย์ประจำสามารถลดภาระการปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาการในระหว่างที่เป็นผู้บริหารได้

๗. กำหนดให้มีเฉพาะกรรมการที่จำเป็นเพื่อให้การบริหารจัดการมหาวิทยาลัย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรณีที่สภามหาวิทยาลัยเห็นควรให้มีคณะกรรมการเพิ่มเติม ย่อมสามารถออกข้อบังคับมหาวิทยาลัยเพื่อกำหนดให้มีคณะกรรมการดังกล่าว แต่ต้องคำนึงถึง ความจำเป็นและภาระงบประมาณจากการมีคณะกรรมการต่าง ๆ

๘. เปลี่ยนแปลงโทษสำหรับความผิดบางประการให้เป็นโทษปรับเพียงอย่างเดียว และกำหนดบทเฉพาะกาลให้เปลี่ยนโทษปรับเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัยเมื่อกฎหมาย ว่าด้วยการปรับเป็นพินัยใช้บังคับแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และคำแนะนำของคณะกรรมการพัฒนากฎหมายเรื่องการกำหนดโทษ อาญาในกฎหมาย

๙. ประโยชน์ที่นิสิต บุคลากร ประชาชน และสังคมจะได้รับจากการปรับเปลี่ยน สภาพมหาวิทยาลัยนเรศวรไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมีดังนี้

๑. คุณภาพการศึกษาของทรัพยากรมนุษย์ของประเทศจะได้รับการพัฒนา เพื่อเป็นกำลังในการพัฒนาเศรษฐกิจทุกระดับ

๒. เป็นการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ความสามารถ สามารถปฏิบัติงาน ได้ตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องการแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ในการลงมือปฏิบัติงาน

๓. ระบบการศึกษาจะได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานสากลและเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษา วิจัย และนวัตกรรมให้กับประเทศ

๔. ประชาชนจะได้รับประโยชน์ในการให้บริการทางวิชาการและวิชาชีพ จากมหาวิทยาลัยที่มิได้มุ่งแสวงหาผลกำไร แต่มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า มีความรู้ด้านวิชาการที่จะนำไปพัฒนาประเทศให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

๕. มหาวิทยาลัยจะปฏิเสธไม่รับผู้ใดซึ่งผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาไม่สูงกว่า ระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยเพราะเหตุที่ผู้นั้นไม่มีเงินชำระค่าเล่าเรียนหรือค่าใช้จ่ายอื่น เนื่องมาจากการขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริง หรือจะให้ผู้เรียนยุติหรือพ้นสภาพผู้เรียน เพราะเหตุดังกล่าวมิได้ มหาวิทยาลัยต้องส่งเสริมและสนับสนุนผู้ซึ่งมหาวิทยาลัยรับเข้าศึกษา และผู้เรียนซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริง ให้มีโอกาสเรียนจนสำเร็จปริญญาตรี

๖. ให้มีกฎหมายเฉพาะที่รับรองสถานภาพและเส้นทางความก้าวหน้า ที่ชัดเจนมากขึ้น บุคลากรที่เป็นข้าราชการและลูกจ้างประจำมีสิทธิที่จะเปลี่ยนสถานภาพ มาเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษาได้ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถกระทำได้

๗. บุคลากรที่เป็นสายสนับสนุนวิชาการ มีองค์กรหน่วยงานที่ทำหน้าที่ ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ผู้บริหาร และคณาจารย์ ประจำคือสภาพนักงาน ทั้งนี้เมื่อมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จะทำให้การพัฒนาศักยภาพความเป็นเลิศทางวิชาการ และการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย มีความเป็นอิสระ มีความคล่องตัวในการดำเนินการด้วยกลไกของสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็น องค์กรที่รับผิดชอบควบคุมดูแลกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยมหาวิทยาลัยจะสามารถกำหนดระเบียบข้อบังคับในการบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้เอง ภายใต้กรอบพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัย มีเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ