สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายฉบับปรับปรุงโดยเน้นการฟื้นฟูลูกหนี้บุคคลธรรมดาและเอสเอ็มอี เพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนการพิจารณาและเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกเงื่อนไขเครดิตบูโรที่กดทับประชาชนเพื่อเปิดโอกาสในการกู้ยืมใหม่
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอกราบเรียนว่าศาลยังไม่สั่งให้ผมหยุดปฏิบัติหน้าที่ ผมเลยต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างนี้ตลอดไป ครับท่านประธาน เมื่อวาน ๒ ๓ วันก็เต็มที่ครับ ๔๐ มาตรา ๒๙ เท่านั้นเองครับท่านประธาน ก็ถือว่ายังมีหน้าที่ต้องทำก็ว่าต่อไปครับ ในวาระนี้เป็น พ.ร.บ. ที่เข้ามาคือ พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับ ..) พ.ศ. .... ท่านประธาน ผมสนับสนุนร่างของท่าน ส.ส. วรภพ วิริยะโรจน์ที่มีการเติม การฟื้นฟูลูกหนี้บุคคลธรรมดา ผมกราบเรียนว่าในประเด็นของการอภิปรายนั้นเป็นเรื่องของ การขอให้มีการฟื้นฟูกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และการอำนวยการ ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สินครับ ประเด็นคำถามอย่างนี้ครับท่านลูกหนี้ ลูกหนี้ที่ปรากฏ ในนิยามศัพท์นี้คือลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เราเรียกเอสเอ็มอี (SMEs) ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย ปี ๒๔๘๓ นะครับท่านประธาน ผมจะวุ่นวายตรงนี้ ท่านประธานมันก่อนผมเกิดอีก ท่านประธานครับวัตถุประสงค์ของการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ขึ้นมาจากรัฐบาลก็ดีจากท่าน ส.ส. วรภพก็ดีเป็นเรื่องของการช่วยเหลือครับท่านประธาน เพื่อคุ้มครอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของลูกหนี้ที่จะสามารถเข้าถึงเงิน เงินคือเม็ดเงินที่เขา ไม่มีครับก็ต้องเอามาจากรัฐบาลหรือเอาจากเอกชนหรือเอาจากธนาคารที่เป็นผู้มีเงินหรือ การที่จะเข้าถึงได้นั้นมันก็ต้องมีกระบวนการฟื้นฟู ได้อย่างเป็นปกติไม่ใช่เป็นแบบพิเศษเอ็กซตรา (Extra) หรือต้องมีเงื่อนไข บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) และความสำคัญคือมันต้องไม่ซับซ้อน การซับซ้อนทำให้ลูกหนี้ไม่สามารถ เข้าถึงได้แน่นอน เช่น มีสเต็ป (Step) ขั้นตอนหลาย ๆ ขั้นตอน ต้องเอาทรัพย์สิน ต้องไปขนที่ดิน ต้องไปเอาคนมาค้ำประกัน ต้องไปเอาสินทรัพย์อย่างอื่นหรือมูลค่าหรือแวลู (Value) ที่เกิด การจดทะเบียนในเอสเอ็มอี (SMEs) มาใช้อีก วุ่นวายครับ ไม่ต้องซับซ้อน เพื่อสามารถร้องขอ ให้มีการฟื้นฟูได้โดยเร็ว สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ตอนนี้กำลังฟื้นฟู ประเทศชาติกำลังไล่ทะลวงฟันกิจการหลาย ๆ กิจการเพื่อให้เกิดการฟื้นฟูได้ดีขึ้น เพื่อให้ กระบวนการฟื้นฟูนั้นเกิดการเร่งรัด สิ่งสำคัญนะครับคือมิติสุดท้ายคือต้องมีลูกหนี้ธรรมดา ท่านประธานครับขณะนี้ประเทศชาติเสียหาย เสียหายจากภาวะอะไรครับ ภาวะและปัจจัย ของเศรษฐกิจที่ทรุดโทรม ๒-๓ ปีที่ผ่านมา จากอะไรครับ ก็รู้ ๆ อยู่ ภัยที่ทั้งโลกวิบัติ สงคราม ที่เกิดขึ้น เพื่อนบ้านที่มีปัญหา การข้ามแดน แรงงานที่หายไป และที่สำคัญนะครับการบริหาร ราชการแผ่นดินของรัฐบาลซึ่งขณะนี้กราบขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญ ๕ ต่อ ๔ ครับท่านประธาน หยุดอำนาจนี้แล้วครับ ผมดีใจมากเลยครับก็จะรอเดือนกันยายนอีกคราวหนึ่งว่าท่านจะเห็นควร อย่างไร แต่เคารพในคำตัดสิน ท่านประธานครับ นั่นคือการบริหารราชการที่รัฐบาลหาเงิน ไม่เป็นครับ ประเด็นคือกู้หนี้เก่ง เพราะมันเกิดวิกฤติผมเข้าใจ แต่ภาวะของการสร้างให้เกิดรายได้ ของคนทั้งชาตินี้ครับ เช่น เศรษฐกิจท้องถิ่น เศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจรากหญ้า เศรษฐกิจ รากหญ้านี้ผมใช้ในนิยามศัพท์ของแผนบูรณาการสวยมากครับเศรษฐกิจรากหญ้า แต่คนใช้เงิน คือรองนายกที่เกี่ยวข้องไม่รู้เรื่องเลย ผมตำหนิเลยเรื่องนี้ นั่นคือสิ่งที่ไม่สามารถอิมพลีเมนต์ (Implement) เรื่องของเงินงบประมาณ ผมคิดนะครับว่าเงินที่งบประมาณไปผ่านเมื่อวานนี้ ๓ ล้านล้านบาทนี้ คงไม่ก่อให้เกิดหนี้เยอะ ๆ เพราะว่าการประมาณการรายได้นี้ผมกลัวมันจะ ติดลบครับ มันเป็นไปไม่ได้เพราะว่าช่วงนี้เศรษฐกิจจีดีพี (GDP) ๓ กว่ากว่านี้ ผมยังไม่คิดว่า มันจะเป็นไปได้ นั่นคือสิ่งอันหนึ่งที่ผมเห็นว่ามันเป็นปัจจัยในทางลบครับ ถ้าอย่างนั้นการที่ ผู้บริหารประเทศถูกเปลี่ยนในภาวะเช่นนี้ก็เกิดเขาเรียกสะดุดขาหกล้มเหมือนกันครับ ไม่ว่า ท่านรองนายกที่อยู่ข้างบนนี้ท่านจะเป็นผู้มาบริหารภาวะเศรษฐกิจหรือเปล่า หรือท่านจะเป็น นิติบริกรของรัฐบาลต่อไป ในเรื่องการตีความตามมาตราในรัฐธรรมนูญ เรื่อง ๘ ปี ๙ ปีอะไรนี้ครับ ท่านประธานครับ คือบ่อเกิดของการเกิดหนี้เกิดจากภาวะที่ผ่านมา ๒ ๓ ปี สิ่งที่สำคัญ คือหนี้บุคคลไม่ใช่แค่เอสเอ็มอี (SMEs) เพราะฉะนั้นหนี้บุคคลที่เกิดขึ้น ท่านครับมีเพื่อน หรือมีลูกไหมครับ พวกที่ทำธุรกิจเขาเรียกว่า หนี้เครดิตบูโร ท่านลองไปกู้ครับ บุคคลผมว่า เครดิตบูโรที่มันเขียนว่า ๑๐ บวก ๑๐ ครับ คะแนน ๑๐ ครับ ตอนนี้ ๐๑๐๑ กู้ไม่ได้เลย อันนี้คือเงื่อนไขสำคัญที่รัฐบาลต้องไปช่วยเหลือให้บุคคลธรรมดาต้องยกเลิกคือถ้าฟื้นฟู ในพระราชบัญญัตินี้มีมาตรการอันหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการฟื้นฟูหนี้บุคคล คือแค่ไปเยียวยา คือช่วง ๒ ๓ ปีที่ผ่านมาเครดิตบูโรให้ลบทิ้งเลย ให้ธนาคารทุกธนาคารที่จะให้กู้เงินหรือให้โลน (Loan) ต่าง ๆ ให้เข้าถึงเงินกู้ต่าง ๆ ต้องลบทิ้งเลยครับ เพราะบุคคลธรรมดาหรือเอสเอ็มอี (SMEs) ที่มีปัญหาจากภาวะของการดำเนินการของรัฐบาล นี่คือส่วนสำคัญครับท่านประธาน สุดท้ายคือเจ้าพนักงานผู้พิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานผู้พิทักษ์ทรัพย์ที่นั่งอยู่ที่นี่ทั้ง ๓ ๔ คนนี้ ต้องคำนึงถึงตัวบทกฎหมายนี้ให้มากครับ ถ้าเขาไม่มีแหล่งที่ได้เงินมาทรัพย์ที่มีอยู่เขาก็ ไม่สามารถจะไปพิทักษ์ทรัพย์ให้เกิดประโยชน์ได้ ผมเห็นด้วยครับบ่อเกิดของมูลหนี้ต้องถูก เยียวยาและจะต้องช่วยกันฟื้นฟูลูกหนี้แบบธรรมดาก่อนที่จะเป็นลูกหนี้เอสเอ็มอี (SMEs) ขอบวกเข้าไปเถอะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ