วรภพ วิริยะโรจน์ หารือร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เพื่อปรับปรุงกระบวนการฟื้นฟูกิจการให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น โดยเน้นการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และบุคคลธรรมดาที่ประสบปัญหาทางการเงินชั่วคราว ให้สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้แบบเร่งรัดและไม่ซับซ้อน ผ่านกลไกการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ร่วมกับเจ้าหนี้โดยไม่ต้องล้มละลายก่อน ซึ่งจะช่วยลดคดีความ บรรเทาภาระภาครัฐ และส่งเสริมความเป็นธรรมทั้งต่อเจ้าหนี้และลูกหนี้
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็จะขอ นำเสนอร่างพระราชบัญญัติล้มละลายต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ก่อนอื่นเลยจะขอ อภิปรายหลักการและเหตุผล
หลักการ ก็คือแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓
(๑) ก็คือแก้ไขเพิ่มเติมจำนวนหนี้ของลูกหนี้ที่ร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการ ในหมวด ๓/๑ กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็น วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทั้งหมด
(๓) กำหนดกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัดและ
(๔) กำหนดกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูสภาวะทางการเงินของลูกหนี้ ที่เป็นบุคคลธรรมดา
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในหมวด ๓/๒ กระบวนการ พิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ได้อย่างทั่วถึงรวมทั้งคุ้มครองเจ้าหนี้และบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยมีหลักการสำคัญให้ลูกหนี้ ที่เป็นลักษณะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้ เช่นเดียวกับการฟื้นฟูกิจการปกติ โดยมีระยะเวลาที่สั้นกว่าและมีกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน ทั้งนี้ลูกหนี้ยังคงเป็นผู้บริหารกิจการตามแผนฟื้นฟูกิจการ อีกทั้งกำหนดจำนวนหนี้ ในการฟื้นฟูกิจการ ทั้งลูกหนี้ที่เป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่และกิจการขนาดย่อมเพื่อให้ สามารถร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน กำหนดให้มีกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัดเพื่อใช้เป็นทางเลือกให้แก่ลูกหนี้ ทั้ง ๒ ลักษณะดังกล่าวครับ และนอกจากนี้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวนี้มิได้ กำหนดให้มีกระบวนการฟื้นฟูกิจการหรือสภาวะทางการเงินของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา จึงทำให้ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราวไม่อยู่ใน สถานะที่จะชำระหนี้ได้ แต่มีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูสภาวะทางการเงิน ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติได้ ไม่อาจเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูทางการเงินได้และโดยที่ลูกหนี้ ที่เป็นบุคคลธรรมดาเป็นจำนวนมากในระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน ดังนั้นเพื่อให้ลูกหนี้ที่เป็น บุคคลธรรมดา ซึ่งไม่อยู่ในสถานะที่ชำระหนี้ได้แต่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูสภาวะทางการเงิน ให้กลับสู่สภาวะปกติได้มีโอกาสในการได้รับการฟื้นฟูทางการเงินและเป็นทางเลือกให้มีช่องทาง ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในจำนวนหนี้ที่อาจจะสามารถตกลงหรือประนีประนอมความกันได้ โดยไม่ต้องตกเป็นบุคคลล้มละลาย โดยมีพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นตัวกลางในการทำแผนฟื้นฟู อันเป็นไปตามเจตจำนงระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ไม่ให้เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้ครับ
ผมขออภิปรายเหตุผลสนับสนุนเพิ่มเติมครับ ถ้าให้ผมกล่าวโดยสรุปเลย สาระสำคัญที่ผมมีความจำเป็นต้องยื่นร่างพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับนี้เข้าสู่สภาแล้วก็ อยากเชิญชวนให้สภาแห่งนี้รับหลักการของร่างที่ผมเสนอนี้เข้าไปด้วย เหตุผลก็เพราะว่า ผมมีการเพิ่มหมวดครับ ให้สิทธิลูกหนี้สำหรับบุคคลธรรมดา สามารถยื่นขอฟื้นฟูหนี้สินได้เหมือนกับธุรกิจที่มีสิทธิในการยื่นขอฟื้นฟูกิจการได้ แล้วฟื้นฟู หนี้สินของบุคคลธรรมดานี้มันคืออย่างไร ผมอยากอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ มันก็เหมือนกับ เป็นสิทธิของลูกหนี้ให้มีช่องทางกลไกทางกฎหมายในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ ทุกรายพร้อมกันได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลล้มละลายก่อนนะครับ หลักการที่สำคัญ ของการแก้ไขหนี้คือเรายืนยันก่อนว่ามีหนี้ต้องใช้หนี้ และเมื่อมีปัญหาก็ต้องแก้ไขหนี้ครับ ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่าการหนีหนี้ การเจรจาการแก้ไขหนี้ย่อมดีกว่าการที่เราปล่อยให้ลูกหนี้ ยึดหลักว่า ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย เหตุผลเพราะว่ามันก็เป็นการแก้ไขที่ผิดพลาด แล้วก็ไม่เป็นธรรม กับเจ้าหนี้ด้วย แต่การเจรจากับเจ้าหนี้ด้วยความที่ข้อเท็จจริงก็คือลูกหนี้มักมีเจ้าหนี้หลายราย การเจรจากับเจ้าหนี้ทีละรายมันจึงเกิดปัญหาไม่ค่อยประสบความสำเร็จเพราะว่าเมื่อเจรจา กับเจ้าหนี้รายแรก เจ้าหนี้รายแรกตกลง แต่ถ้าเกิดไปเจรจากับเจ้าหนี้รายที่ ๒ เจ้าหนี้รายที่ ๒ ไม่เห็นด้วย สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ของการที่เจรจากับเจ้าหนี้รายแรกมันก็จะไม่สำเร็จ นี่คือ เหตุผลที่ว่าทำไมการเจรจาหนี้ของบุคคลธรรมดามันจึงควรจะต้องเป็นการเจรจากับเจ้าหนี้ ทุกรายพร้อมกัน และนั่นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีตัวบทกฎหมาย มีกลไก มีช่องทางเพื่อให้ เกิดการเจรจากับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันได้นะครับ และแน่นอนที่สุดเมื่อเจ้าหนี้สามารถ เจรจาได้มันก็เป็นการลดภาระของลูกหนี้ไปในบางช่วงบางตอนที่เขามีปัญหาสภาพคล่อง ให้ไม่ต้องถูกไล่ฟ้อง ยึดทรัพย์ ไม่ต้องถูกยึดบ้าน ยึดเครื่องมือทำมาหากิน ไม่ต้องถูกเบี่ยงเบน สมาธิไปกับการวิ่งเจรจากับเจ้าหนี้ทีละราย ทำให้ลูกหนี้เมื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ ทุกรายพร้อมกันได้ก็จะมีพลัง แล้วก็เวลาในการมุ่งมั่นตั้งใจทำมาหาได้เอามาใช้คืนหนี้ได้ครับ และในขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยลูกหนี้ไม่ให้ต้องตกเป็นบุคคลล้มละลายโดยไม่จำเป็น เพราะการเป็นบุคคลล้มละลายจริง ๆ มันมีต้นทุนของมันไม่ว่าจะเป็นการถูกยึดทรัพย์ ถ้าเป็น ข้าราชการก็อาจจะมีสิทธิตกงาน ขาดคุณสมบัติ ทำธุรกรรมการเงินก็ไม่ได้ ดังนั้นการมีหมวดฟื้นฟู หนี้สินของบุคคลธรรมดาก็เป็นการช่วยลูกหนี้ในประเด็นนี้ด้วย ในขณะเดียวกันผมก็ยังยืนยัน ว่าการเพิ่มหมวดฟื้นฟูหนี้สินสำหรับบุคคลธรรมดาจริง ๆ มันเป็นธรรมกับเจ้าหนี้ด้วย เหตุผล เพราะว่าถ้าเราปล่อยให้ลูกหนี้เจรจากับเจ้าหนี้ทีละราย มันอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่ว่า ใครมาก่อนได้ก่อน เจรจากับเจ้าหนี้รายแรกไปก่อนมันก็สำเร็จ มันก็อาจจะไม่เป็นธรรม กับเจ้าหนี้รายอื่น ๆ ดังนั้นการมีกลไกให้เจรจากับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันผมมองว่ามันก็เป็นธรรม กับเจ้าหนี้ด้วยนะครับ แล้วในหลักการคือเจ้าหนี้เองก็ยังมีสิทธิคัดค้านต่อแผนฟื้นฟูหนี้สิน ของบุคคลธรรมดานี้ได้ ถ้าเจ้าหนี้มองว่าเป็นแผนฟื้นฟูที่ไม่เป็นธรรม และโดยหลักการ ของแผนฟื้นฟูหนี้สินหรือฟื้นฟูกิจการเองก็ตาม เจ้าหนี้หลังแผนฟื้นฟูย่อมต้องได้รับประโยชน์ มากกว่าปล่อยให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย พูดง่ายๆ ก็คือสุดท้ายแล้วเจ้าหนี้จะต้องได้ ประโยชน์มากกว่าที่จะไปฟ้องยึดทรัพย์ลูกหนี้ทั้งหมด เหตุผลเพราะว่าในแผนนี้มันก็ต้องมี วางหลักไว้ว่าลูกหนี้ยังต้องชำระหนี้ได้มากกว่าที่จะมายึดทรัพย์เขา และแน่นอนในประโยชน์ สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่าให้เจ้าหนี้เมื่อลูกหนี้สามารถมาเจรจามีช่องทาง การแก้ไขหนี้ก็จะเกิดขึ้น เจ้าหนี้เองก็สามารถบริหารจัดการหนี้สินของตัวเองได้ ดีกว่าให้ว่าลูกหนี้อยู่ดี ๆ ก็หนีหนี้ไป ดื้อ ๆ ไม่ชำระหนี้ หายไปเลย ติดต่อไม่ได้ อันนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เจ้าหนี้เขากังวลมากที่สุดนะครับ เพราะเขาไม่สามารถบริหารจัดการได้ ในขณะเดียวกันการมีหมวดฟื้นฟูหนี้สินสำหรับ บุคคลธรรมดา ผมว่ามันมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่งก็คือลดภาระงานของราชการไม่ว่าจะเป็นงาน ของศาลหรือว่าของเจ้าหน้าที่ก็ตาม เพราะว่ามันจะไม่เพิ่มคดีความในคดีแพ่ง ทุกวันนี้คดีแพ่ง หมวดหนี้สินมีคดีมากกว่า ๗๐๐,๐๐๐ คดีต่อปี เหตุผลเพราะว่ามันก็อย่างที่ผมได้เกริ่นไปว่า ด้วยความที่ลูกหนี้มีเจ้าหนี้หลายราย เมื่อลูกหนี้มีปัญหาไม่มีกลไกช่องทางให้เขา กลายเป็นว่า เจ้าหนี้หลาย ๆ รายนี้ก็มารุมฟ้องลูกหนี้ เกิดเป็นหลายคดีแพ่งโดยที่ไม่จำเป็น ดังนั้นถ้าสามารถ มีกลไกในการฟื้นฟูหนี้สิน เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันก่อนได้ก็จะเป็น การลดคดีแพ่งในระบบราชการลงได้ แล้วในขณะเดียวกันร่างที่ผมเสนอไปนี้ครับก็เป็นการเปิดช่องให้ภาคประชาสังคมเข้ามาช่วย เป็นบทบาทสำคัญในการแก้ไขฟื้นฟูหนี้สินให้บุคคลธรรมดาได้ด้วย ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่รัฐ อย่างเดียวครับ เพราะว่าถ้าเราเปิดให้ภาคประชาสังคมเข้ามาผมคิดว่ามันแบ่งเบาภาระของทั้ง กระทรวงยุติธรรมหรือแม้กระทั่งของแบงก์ชาติที่ทุกวันก็กลายเป็นกลไกหลักในการเจรจา ปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ครับ แต่ว่าด้วยความหนี้มันไม่ได้มีแค่สถาบันการเงินอย่างเดียว มันมีอีกหลายประเภทที่มีความจำเป็นที่ต้องตราเป็นกฎหมายเป็นพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วในขณะเดียวกันคือมันต้องมายอมรับกลับมาที่ข้อเท็จจริงครับวันนี้ว่าหลังจากโควิด (COVID) ปัญหาหนี้สิน ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบกลายเป็นปัญหาสำคัญที่บอกได้ เลยว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ จริง ๆ ตัวเลขมันก็ฟ้องอยู่แล้วว่าก่อนหน้าโควิด (COVID) เป็นหนี้ ครัวเรือนต่อจีดีพี (GDP) เราก็สูงเป็นอันดับต้น ๆ อยู่แล้วเมื่อหลังโควิด (COVID) แล้วก็อยู่ใน ขั้นที่ว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ถ้าเรายังปล่อยให้ไม่มีคนไกล ไม่มีนโยบายหรือไม่มี กฎหมายในการช่วยเหลือลูกหนี้เหล่านี้หนี้สินมันก็จะกลายมาเป็นฉุดรั้งเศรษฐกิจไม่ให้ประเทศไทย ก้าวข้ามต่อไปได้นะครับ แล้วผมก็ยังคิดว่าครับมันเป็นวิวัฒนาการสำคัญของกฎหมายนะครับ สมัยก่อนการไม่ชำระหนี้หรือการเบี้ยวหนี้เป็นคดีอาญาต้องติดคุก แต่เมื่อวิวัฒนาการสังคม มันเปลี่ยนผ่านมาเราก็มองว่ามันเป็นคดีแพ่ง แล้วเมื่อมีวิกฤติต้มยำกุ้งที่ภาคธุรกิจได้รับนะครับ ผลกระทบจำนวนมาก เราก็เลยเปิดช่องให้ภาคธุรกิจสามารถยื่นฟื้นฟูกิจการได้ แต่ในเมื่อถึง วันนี้ครับเป็นวิกฤติโควิด (COVID) คนที่ได้ผลกระทบคือลูกหนี้บุคคลธรรมดาจำนวนมาก เป็นผู้ได้รับผลเป็นหลักก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะมองว่าวิกฤติโควิด (COVID) นี้ก็สมควรที่จะ เพิ่มสิทธิของลูกหนี้บุคคลธรรมดาให้สามารถยื่นขอฟื้นฟูหนี้สินเจรจากับเจ้าหนี้ทุกราย พร้อมกันได้เหมือนที่ธุรกิจเขาสามารถทำได้ ดังนั้นจึงอยากให้สภาแห่งนี้ลงมติรับหลักการ ร่างที่ผมเสนอ เพราะในร่างที่ผมเสนอนั้นมีหลักการเพิ่มในหมวดของฟื้นฟูหนี้สินของบุคคล ธรรมดาอยู่ด้วย ในขณะร่างของที่ ครม. เสนอเข้ามานั้นไม่ได้มีหลักการข้อนี้ก็อยากให้สภา แห่งนี้รับหลักการ เพื่อเข้าไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขในชั้นกรรมาธิการต่อไปครับ ขอบคุณครับ